
ประเด็นร้อน30ก.ค.
ประเด็นร้อนวันนี้อยู่ที่ชายแดนภาคตะวันออกอันเป็นปัญหาอธิปไตยของไทย ที่เพื่อนบ้านอาศัยมือองค์กรนานาชาติกดดันให้นำไปสู่การเสียดินแดนของไทย ด้วยเรื่องมรดกโลกปราสาทพระวิหาร
ประเด็นร้อนวันนี้อยู่ที่ชายแดนภาคตะวันออกอันเป็นปัญหาอธิปไตยของไทย ที่เพื่อนบ้านอาศัยมือองค์กรนานาชาติกดดันให้นำไปสู่การเสียดินแดนของไทย ด้วยเรื่องมรดกโลกปราสาทพระวิหาร
1.วันนี้น่าจะรู้หัวรู้ก้อย ผลการพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกว่าจะรับรองแผนของกัมพูชาในการบริหารจัดการพัฒนาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารหรือไม่ ขณะที่ประเทศไทยเดินหน้าคัดค้านด้วยวิธีอารยะทุกรูปแบบ และหากไม่ได้ผล พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาจะร้อนฉ่าจนจับต้องไม่ได้ เพราะไทยประกาศยืนยันชัดเจนไม่ยินยอมให้มีการล่วงล้ำอธิปไตยของไทยอย่างเด็ดขาด และพร้อมตอบโต้ด้วยกำลังทหารทันทีหากมีการฝ่าฝืนชะตากรรมของประเทศในวันข้างหน้าเป็นอย่างไรอยู่ที่วันนี้ จึงเป็นอีกวันที่คนไทยต้องติดตามรัฐบาลไทยว่าจะมีท่าทีอย่างไรหลังผลการพิจารณาออกมาไม่ว่าจะออกหัวหรือก้อยก็ล้วนแต่สั่นสะเทือนความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาทั้งสิ้น
2.ประเด็นร้อนอีกเรื่องต้องดูไปที่ศาลอุทธรณ์ ซึ่งได้นัดฟังคำสั่งว่าจะให้ประกันตัวนายวีระ มุสิกพงศ์ประธาน นปช. หรือไม่หลังจากที่ได้มีการไต่สวนพยาน ซึ่งนายวีระได้ยื่นอุทธรณ์ขอประกันตัวคดีก่อการร้ายไปแล้ว และหนึ่งในพยานนั้นก็คือนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ให้การยืนยันว่านายวีระไม่มีแนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรงแต่ประการใด
3.แดงแล้วขอแดงร้อนต่ออีกประเด็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการบูรณาการด้านการข่าวในกรุงเทพฯ จะเรียกประชุมหน่วยงานด้านการข่าวทั้งหมดในตอนสายๆ ที่กระทรวงกลาโหม เพื่อร่วมหาแนวทางป้องกันการก่อวินาศกรรม นัยว่ามีวี่แววขบวนการป่วนเมืองจะกลับมาก่อกวนด้วยระเบิดอีกระลอก หลังจากชิมลางที่ป้ายรถเมล์หน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริไปแล้ว
4.ภารกิจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี มีงานสำคัญๆเพียบ เริ่มตั้งแต่เช้าเวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการสัมมนาและมอบนโยบายให้แก่คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมทั่วประเทศ ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น ต่อมาเป็นประเด็นทางเศรษฐกิจโดยเวลา 10.30 น. คณะผู้จัดการกองทุนภายในประเทศ บริษัทหลักทรัพย์เคที ซีมิโก้ เข้าพบนายกรัฐมนตรี ที่ห้องสีเขียวตึกไทยคู่ฟ้า นอกจากนี้ประเด็นที่น่าติดตามในเวลา 14.00 น. คณะนักธุรกิจของสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน เข้าเยี่ยมนายกรัฐมนตรีที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า อีกทั้งปิดท้ายด้วยเวลา 15.00 น. คณะผู้นำศาสนาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 160 คน เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ที่ตึกสันติไมตรีหลังนอกทำเนียบรัฐบาล
5.เศรษฐกิจไทยโตแล้ว โตอย่างน่าตกใจ โตได้อย่างไรในภาวการณ์ทางการเมืองนี้ วันนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยคาดการณ์เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2553 จะขยายตัวได้ 8% ต่อปี จากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 12% ต่อปี ขณะที่ไตรมาส 3 ยังได้รับอานิสงส์จากภาคการส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดีอยู่ เนื่องจากมีการนำเข้าเครื่องจักรเพื่อการผลิตมาก และภาคเอกชนแจ้งว่า ขณะนี้มีคำสั่งซื้อสินค้าไปถึงปี 2554 แล้ว แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะการที่ประเทศต่างๆจะทยอยถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
6.นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เริ่มเห็นปริมาณเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และตลาดตราสารหนี้มากขึ้น คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีเงินนอกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากความชัดเจนของการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและความกังวลทางการเมืองน่าจะลดลง
7.นางขวัญเนตร รัตนพฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพระบาดอย่างต่อเนื่องโดยได้พัฒนารูปแบบการทุจริตให้แนบเนียนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์ที่แสดงในโทรศัพท์มือถือของเหยื่อนั้น เป็นหมายเลขจริงของหน่วยงานและธนาคารต่างๆ ธนาคารกำลังปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะป้องกัน







