
ล้มละลายสร้างสรรค์
เคล็ดลับความสำเร็จหนึ่งในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายกลาง รายย่อย หรือเอสเอ็มอี
โดย...พรพรต
เคล็ดลับความสำเร็จหนึ่งในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายกลาง รายย่อย หรือเอสเอ็มอี รวมทั้งผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ทอัพให้เกิดขึ้นมากมายและประสบความสำเร็จ ขึ้นเป็นมหาเศรษฐีของโลก เช่น ไมโครซอฟท์ กลุ่มแอปเปิ้ล หนึ่งในความสำเร็จนั้นคือ หลายประเทศสร้างบรรยากาศการล้มละลายให้สร้างสรรค์ ผู้ที่ล้มละลายจากความผิดพลาดการทำธุรกิจอย่างสุจริตจริง ไม่ใช่พวกที่ล้มบนฟูก นำเงินไปใช้ผิดประเภท ไปเก็งกำไร ยักยอกโกงในรูปแบบต่างๆ จะได้รับการดูแลไม่ให้ต้องโดนประณามจากสังคม ไม่โดนจำกัดสิทธิการเข้าถึงแหล่งเงินนานไป จนไร้หนทางฟื้นตัว
เรียกว่าโดนลงโทษทางกฎหมายจากความผิดพลาดทางธุรกิจที่บริหารจนล้มละลายทางเศรษฐกิจ สังคม ทางกายทางใจ อย่างให้พอสำนึก จะได้นำบทเรียนที่ล้มเหลวไปสร้างสิ่งใหม่ที่ใหญ่ขึ้น เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า การก่อตั้งธุรกิจสินค้าหรือบริการต่างๆ ตามสถิติในจำนวน 10 ราย จะประสบความสำเร็จเพียง 2-3 ราย ก็ถือเป็นสถิติที่ยอมรับได้แล้ว
เห็นได้จากผู้ก่อตั้งธุรกิจที่อยู่ในบรรยากาศเกื้อหนุนให้เกิดผู้ประกอบการหน้าใหม่แบบสุดๆ อย่างซิลิคอน วัลเลย์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจที่มีไอเดีย มีแผนทำรายได้จากโครงการนั้นที่ฟังแล้วมีโอกาสเป็นไปได้ ยังไม่ต้องลงทุนสร้างตัวอย่างสินค้าหรือบริการขึ้นมาเพื่อเป็นตัวอย่างเข้าไปขอกู้สถาบันการเงิน หรือบางครั้งไอเดียดีอาจโดนสถาบันการเงินนั้นแฮปเอาไอเดียไปทำเอง
ในซิลิคอน วัลเลย์ นั้นจะมีกลุ่มกองทุนร่วมทุน หรือเวนเจอร์ แคปปิตอล ให้เงินทุนเบื้องต้นมาทดลองพัฒนาโครงการที่อยู่บนกระดาษ หรือบางไอเดียยังลอยอยู่ในอากาศนั้นขึ้นมา คนไทยที่ทำงานที่ซิลิคอน วัลเลย์ เรืองโรจน์ พูนผล หรือกระทิง เล่าไว้ว่า พวกเวนเจอร์แคปฯ ซึ่งส่วนใหญ่จะเคยเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจมาก่อนจนร่ำรวยแล้ว พวกนี้จะรู้ว่าแต่ละไอเดียจะต้องปั้นอย่างไรถึงจะเกิด พวกนี้จะคาดการณ์ความต้องการของตลาด เทคโนโลยี สามารถประเมินผู้ก่อตั้งธุรกิจได้ว่าเป็นตัวจริงของจริงหรือแค่มาหลอกเงินลงทุน
หากผู้ก่อตั้งรายไหนได้เวนเจอร์แคปฯ รายใหญ่ในซิลิคอน วัลเลย์ เข้ามาร่วมทุนได้ ก็จะกลายเป็นเครื่องการันตีได้ว่า บริษัทเริ่มใหม่พวกนี้มีอนาคต จากนั้นก็จะมีพนักงานเก่งๆ ระดับหัวกะทิเข้ามาร่วมสานฝัน ร่วมเสี่ยง เพราะมีโอกาสโตก้าวกระโดดไม่แพ้บริษัทใหญ่ๆ นอกจากนี้ หากติดขัดเรื่องกฎหมาย เรื่องสายสัมพันธ์กับธุรกิจอื่น พวกธุรกิจตัวอ่อนเริ่มบุกเบิกพวกนี้ ก็ยังสามารถใช้คอนเนกชั่นของเวนเจอร์แคปฯ ใหญ่ๆ พวกนี้แก้ปัญหาให้ บางครั้งถึงกับสายตรงไปวอชิงตัน ดี.ซี. ให้แก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคได้เลย
จะเห็นได้ว่าขนาดแหล่งเพาะเลี้ยงสตาร์ทอัพที่มีความพร้อม ทั้งมันสมองจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ผลิตพนักงานระดับหัวกะทิที่สอนให้ออกมาเป็นเจ้าของกิจการเอง มีการแข่งขันแผนธุรกิจ จัดประกวดแผนธุรกิจต่อเนื่อง มีผู้บรรยายพวกมหาเศรษฐีที่มีประสบการณ์ไปให้ความรู้ ไปกระตุ้นให้คิด มีพวกเวนเจอร์แคปฯ ที่พร้อมเสี่ยงให้เงินทุน ให้คำปรึกษาต่อยอดธุรกิจ ที่สำคัญมีสายสัมพันธ์ทั้งแวดวงธุรกิจและการเมืองที่จะทำให้ธุรกิจนั้นโตได้ แต่ก็ยังมีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จชนิดเปลี่ยนแปลงโลกเกิดขึ้นและสำเร็จได้แค่ระดับหนึ่ง
เมื่อเป็นเช่นนี้ หากต้องการส่งเสริมให้เกิดนักบุกเบิกธุรกิจขึ้นในเมืองไทย ซึ่งบรรยากาศในการลงทุนยังเสียเปรียบต่างประเทศอย่างมาก รัฐจึงควรช่วยผู้บุกเบิกพวกนี้เวลาเจ็บตัวเช่นผิดพลาดทางธุรกิจจริงๆ ไม่ได้ล้มบนฟูก ให้สามารถยังมีโอกาสกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้เร็ว และไม่ควรให้สังคมตราหน้าความล้มเหลว ความล้มละลายนาน ซึ่งในยุโรปหลายประเทศ มีการสร้างบรรยากาศล้มละลายแบบสร้างสรรค์หลายประเทศ ถึงขนาดห้ามไม่ให้เจ้าหนี้ทำให้ผู้ที่โดนทวงหนี้อับอาย เพราะเจ้าหนี้บางรายก็แสบ เมื่อไม่ให้ทวงด้วยความรุนแรง ก็ใช้วิธีแต่งตัวเป็นตัวตลก ใส่หุ่นหมีน่ารัก เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเพื่อนบ้านในละแวกบ้านที่จะไปทวงหนี้ จากนั้นก็ปฏิบัติการยื่นโนติสต์ให้ได้อายไปทั้งซอย
ขณะที่ต่างประเทศมีการดูแลกันไปถึงจิตใจกับนักบุกเบิกธุรกิจที่เจ๊ง ในเมืองไทยก็มีการออกกฎหมายทวงหนี้เพื่อป้องกันสิทธิของลูกหนี้ในระดับหนึ่ง ส่วนโทษของผู้ล้มละลาย หากเจ้าหนี้นำสืบให้ศาลเห็นว่าลูกหนี้เป็นผู้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว มีทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้ ถ้าเป็นลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้ไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท หรือลูกหนี้ที่เป็นนิติบุคคลเป็นหนี้ไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท หากเจ้าหนี้นำสืบให้ศาลเห็นความจริงดังกล่าว ศาลจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาด ลูกหนี้ก็จะกระทำการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการไม่ได้ เว้นแต่ทำตามคำสั่งศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแพ่งทั้งหมดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือลูกหนี้ไม่มีสิทธิที่จะทำนิติกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ของตนเอง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าศาลจะได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว ก็ยังไม่ถือเป็นบุคคลล้มละลาย กฎหมายให้สิทธิขอประนอมหนี้ต่อที่ประชุมเจ้าหนี้ได้ แต่หากที่ประชุมเจ้าหนี้เห็นควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย ศาลก็จะมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย เมื่อศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายลูกหนี้มีสิทธิขอเสนอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย หากศาลเห็นชอบด้วย ศาลมีอำนาจสั่งให้ยกเลิกการล้มละลาย และจะสั่งให้ลูกหนี้กลับมามีอำนาจจัดการทรัพย์สินของตน หรือจะสั่งประการใด
ส่วนการปลดจากล้มละลาย ศาลจะสั่งเมื่อมีการชำระหนี้ไปแล้วอย่างน้อยกว่า 50% และไม่เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย หรือเมื่อพ้นกำหนด 3 ปี นับแต่วันที่ศาลได้พิพากษาให้ล้มละลาย เรียกว่าต้องรอกอีก 3 ปี ถึงมาว่ากันใหม่
ดังนั้น หากเมืองไทยยังมีจุดอ่อนในบริบทจะส่งเสริมนักลงทุนบุกเบิกให้กล้าตัดสินใจลงมือจริงได้ ไทยก็อาจจะประยุกต์ เหมือนอย่างเช่นที่ประยุกต์การนับปีอธิกสุรทิน ที่เดือน ก.พ. มี 29 วัน เหมือนที่ตรงกับวันนี้ ส่วนปีปกติสุรทิน ก.พ. มี 28 วัน ทดไว้จากที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ปีละเกิน 365 วัน มาปีละ 365.24224 วัน เมื่อนำที่ทดไว้แต่ละปี 0.24224 วัน มารวมกัน 4 ปี เดือน ก.พ. จะมี 29 วันครั้งหนึ่ง และมีผู้รู้ที่คิดละเอียดกว่านั้น หากนำเศษที่เหลือจากที่ทดไว้รวมกัน 400 ปี ในปีอธิกสุรทินนั้นจะต้องบวกเพิ่มอีก 3 วัน หรือเดือน ก.พ.นั้นจะมีวันที่ 29 ก.พ. 30 ก.พ. และ 31 ก.พ.
ตำนานกรุงโรมว่าไว้ จักรพรรดิออกุสตุส ซีซาร์ เห็นว่าปฏิทินที่ยุคอียิปต์ทำไว้ว่าเดือนคี่มี 31 วัน เดือนคู่มี 30 วัน และยังขาดเดือนในฤูดหนาวไปซีซาร์เลยปรับให้เป็นไปตามการโคจร แล้วก็เพิ่มวันในเดือน ส.ค.ที่เป็นเดือนเกิดของซีซาร์ให้มี 31 วัน แม้จะเป็นเดือนคู่ ส่วนประเทศไทยปรับปฏิทินตามฝรั่งในสมัยรัชกาลที่ 5 และเพื่อปรับให้เข้ากับไทย มีการประยุกต์ให้จำได้ง่ายๆ ว่าเดือนไหนลงท้ายด้วย “คม” มี 31 วัน ลงท้ายด้วย “ยน” มี 30 วัน ส่วนลงท้ายด้วยพันธ์ก็เวียนไปทุก 4 ปี เท่านี้ก็ลงตัว ดังนั้นหากรัฐสร้างบรรยากาศ โดยเฉพาะให้ธุุรกิจบุกเบิก ล้มละลายอย่างสร้างสรรค์ได้แล้ว ต่อไปอาจมีเอสเอ็มอีหรือสตาร์ทอัพพันธุ์ไทย ไปสร้างการเปลี่ยนระดับโลกได้บ้าง เพราะไหนๆ ช่วงนี้รัฐบาลก็สนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพเกิดขึ้นอยู่แล้ว ก็ควรดูให้ครบวงจรทั้งที่สำเร็จและล้มเหลว







