posttoday
ปัญหาระดับชาติ

ปัญหาระดับชาติ

29 กุมภาพันธ์ 2559

ประเทศไทยมีกฎหมายคุ้มครองเงินฝากใช้มาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งในวันที่ 11 ส.ค. 2559 การคุ้มครองเงินฝากที่เป็นสกุลเงินบาทของผู้ฝากที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่ฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ จะได้รับการคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) ตามที่กฎหมายกำหนด จะเหลือวงเงินคุ้มครองลดลงเพียง 1 ล้านบาทต่อ 1 บัญชีเท่านั้น

ประเทศไทยมีกฎหมายคุ้มครองเงินฝากใช้มาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งในวันที่ 11 ส.ค. 2559 การคุ้มครองเงินฝากที่เป็นสกุลเงินบาทของผู้ฝากที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่ฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ จะได้รับการคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) ตามที่กฎหมายกำหนด จะเหลือวงเงินคุ้มครองลดลงเพียง 1 ล้านบาทต่อ 1 บัญชีเท่านั้น

ส่วนเงินฝากในสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือแบงก์รัฐ จะไม่ได้รับการคุ้มครองจาก สคฝ. แต่เนื่องจากรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์การปิดหรือเลิกกิจการเป็นไปได้ยาก แม้ธนาคารจะมีเงินกองทุนตามกฎหมายติดลบ อย่างเช่น ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) จึงถือได้ว่าเงินฝากของสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้รับความคุ้มครองจากรัฐบาล

ผ่านมา 8 ปีหลังจากตั้ง สคฝ.แล้ว ขณะนี้มีธนาคารพาณิชย์จ่ายเงินสมทบเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก 0.5% ต่อปี มีเงินในกองทุน ณ สิ้นปี 2558 แล้ว 1.13 แสนล้านบาท ซึ่งนับเป็นเงินกองทุนที่จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ระบบคุ้มครองเงินฝากนี้นำมาใช้แทนกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) ที่ในที่สุดก็เป็นภาระของรัฐบาล เพราะกองทุนฟื้นฟูฯ ค้ำประกันเงินฝาก 100% แถมช่วงเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งยังค้ำประกันเจ้าหนี้อื่นด้วย ปัจจุบันหนี้ที่กองทุนฟื้นฟูฯ มีอยู่ ยังไม่สามารถล้างได้หมด

อย่างไรก็ดี แม้จะตั้ง สคฝ.มาพักใหญ่ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศก็ยังไม่รู้ว่ามีสถาบันคุ้มครองเงินฝาก หรือไม่รู้ว่าสถาบันคุ้มครองเงินฝากมีไว้ทำไม เพราะคนส่วนใหญ่ของประเทศมีเงินฝากไม่ถึง 1 ล้านบาท เห็นได้จากสัดส่วนผู้ฝากเงินต่ำกว่า 1 ล้านบาท อยู่สูงถึง 98.24% ของผู้ฝากเงินทั้งสิ้น 68.9 ล้านราย จากวงเงินฝากทั้งระบบประมาณ 12.3 ล้านล้านบาท

ฉะนั้นการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก คนระดับฐานราก และระดับกลาง จึงไม่สนใจเพราะกว่าจะหาเงินได้แต่ละร้อยแต่ละพันก็ยากเลือดตากระเด็น ดังนั้นคนที่จะเดือดร้อนจากการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากก็จะมีแต่เศรษฐี คนระดับบนที่มีอยู่ประมาณ 2-3% ของประชากรทั้งประเทศ

แต่ไม่ใช่ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา คนไทยทั้งหมดจะเข้าใจในเรื่องของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า จากการสำรวจพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ด้านการเงินที่เหมาะสม ไม่รู้จักวางแผนการเงิน ทำให้ครัวเรือนมีหนี้สินสูง ไม่มีเงินออม แถมยังมีโอกาสที่จะถูกมิจฉาชีพหลอกลวงทางการเงินได้ง่ายอีกด้วย

จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าประชาชนมีความเข้าในเรื่องกองทุนคุ้มครองเงินฝากเป็นอย่างดี สถาบันคุ้มครองเงินฝากจึงควรจะต้องดำเนินการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ประชาชนต่อไป อย่าชะล่าใจคิดว่าระบบธนาคารไทยมีเงินกองทุนในสัดส่วนสูง และมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่ำหากเทียบกับวงเงินสินเชื่อทั้งระบบ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันไม่เหมือนในอดีต มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงเร็วมาก

ส่วนปัญหาประชาชนขาดความรู้ทางการเงินพื้นฐานที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐและภาคเอกชนต้องช่วยกันรณรงค์ให้ความรู้อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้าที่จะมีปัญหามากที่สุด

ประเทศไทยจะไม่สามารถลดการจัดสรรรัฐสวัสดิการได้เลย ยังต้องจัดสรรวงเงินงบประมาณสูงเพื่อมาดูแลหากคนในชาติไม่มีเงินออม ไม่มีหลักประกันในชีวิตที่สร้างด้วยตัวเองได้ ทั้งที่สามารถทำได้หากมีการวางแผนที่ดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท