posttoday
ทำไมต้องตื่นเต้นเรื่อง ‘คลื่นความโน้มถ่วง’

ทำไมต้องตื่นเต้นเรื่อง ‘คลื่นความโน้มถ่วง’

28 กุมภาพันธ์ 2559

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2559 ที่ผ่านมา ข่าวการประกาศการค้นพบ “คลื่นความโน้มถ่วง (Gravitational Wave)”

โดย...ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ ฝ่ายสื่อวิทยาศาสตร์ สวทช.

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2559 ที่ผ่านมา ข่าวการประกาศการค้นพบ “คลื่นความโน้มถ่วง (Gravitational Wave)” โด่งดังไปทั่วโลก ในประเทศไทยสถาบันอุดมศึกษา 5 แห่ง ก็จัดเสวนาเรื่องนี้ นับว่าเป็น “ปรากฏการณ์” ได้ทีเดียว 

ทำไมต้องตื่นเต้นเรื่อง “คลื่นความโน้มถ่วง”? คลื่นความโน้มถ่วงคืออะไร?

ทำไมต้องตื่นเต้นเรื่อง ‘คลื่นความโน้มถ่วง’

 

คลื่นความโน้มถ่วง คือ ร่องรอยการกระเพื่อมของ กาลอวกาศ (Space-Time) ...งงไหมครับ? เริ่มใหม่ละกัน ขอเริ่มจาก “ความโน้มถ่วง” กันก่อน ...สิ่งต่างๆ ในเอกภพไม่ได้ล่องลอยในอวกาศโดยไม่เกี่ยวข้องกัน พวกมันส่งแรงโน้มถ่วงต่อกัน ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์อธิบายว่า ทุกอย่างในเอกภพยึดโยงกันคล้ายกับมี “เส้นใย (Fabric)” ของความโน้มถ่วงขึงเอกภพเข้าด้วยกัน  

เปรียบเทียบได้คล้ายกับแบบจำลอง “ลูกโบว์ลิ่งกับแผ่นยาง” ความโน้มถ่วงก็คือปรากฏการณ์ที่มวลไป “บิด” อวกาศแบบเดียวกับที่ลูกโบว์ลิ่งถ่วงแผ่นยางให้บุ๋มลงไป จะบุ๋มมากหรือน้อยก็ขึ้นกับเนื้อหรือ “มวล” ลูกโบว์ลิ่งเอง หากวางลูกปิงปองลงไป (ใช้แทนดาวฤกษ์หรือดาวเคราะห์ ฯลฯ) มันก็จะเคลื่อนบนผิวยางเข้าหาลูกโบว์ลิ่งโดยอัตโนมัติ เสมือนกาลอวกาศที่บิดโค้งนำพวกมันเข้าหากัน ตัวลูกปิงปองเองก็บิดยาง แต่น้อยมากจนสังเกตยากเท่านั้นเอง

ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ และสิ่งต่างๆ ในเอกภพดึงดูดกันแบบนี้แหละครับ

ทำไมต้องตื่นเต้นเรื่อง ‘คลื่นความโน้มถ่วง’

 

ที่นี้หากมีมวลมหาศาลแบบหลุมดำ ก็มีโอกาสที่จะทำให้กาลอวกาศบิดเบี้ยวจนเกิด “การกระเพื่อม” ของกาลอวกาศแผ่ออกไปรอบตัว คล้ายระลอกคลื่นน้ำซึ่งอาจตรวจวัดได้ แต่ก็ยากมากๆๆๆ แม้แต่ไอน์สไตน์เองก็ยังถอดใจว่า ไม่น่าจะมีใครทำได้ แต่ในที่สุดก็มีคนทำได้!

การตรวจวัดคลื่นความโน้มถ่วงต้องทำอย่างไร?

ใช้เครื่อง อินเตอร์ฟีรอมิเตอร์ (Interferometer) ครับ หลักการทำงานดูได้จากแผนภาพอย่างง่าย ต้นกำเนิดแสงเลเซอร์ (ซ้ายมือ) จะให้ลำแสงที่เคลื่อนผ่านสปลิตเตอร์ (Splitter) ที่เป็นกระจกพิเศษซึ่งแยกลำแสงเลเซอร์ออกจากกันได้เป็นสองลำ โดยลำหนึ่งจะพุ่งตรงไป ขณะที่อีกลำหนึ่งหักเหทำมุม 90 องศากับทิศทางเดิม ลำแสงทั้งคู่จะเคลื่อนไปตามแขนของเครื่องวัด (แขนของเครื่องที่ LIGO ยาวถึง 4 กิโลเมตร!) ก่อนกระทบกับกระจกที่ปลายแขน แล้วสะท้อนกลับมาที่สปลิตเตอร์เพื่อรวมตัวกันอีกครั้ง แล้วเคลื่อนที่ไปยังตัวจับสัญญาณแสง (ด้านล่าง) ในที่สุด

ทำไมต้องตื่นเต้นเรื่อง ‘คลื่นความโน้มถ่วง’

 

ถ้าเลเซอร์ทั้งสองลำที่สะท้อนกลับมารวมตัวกันด้วยความถี่พอดีกัน เพราะระยะทางที่เคลื่อนผ่านเท่ากัน แต่หากระยะทางเปลี่ยนไป คลื่นทั้งคู่จะ “แทรกสอด” กัน เพราะท้องคลื่นและยอดคลื่นไม่ตรงกันพอดี เครื่องอินเตอร์ฟีรอมิเตอร์นี้จะสามารถวัดและวิเคราะห์ข้อมูลออกมาได้

นักวิทยาศาสตร์ได้สร้างเครื่องมือที่ว่านี้ไว้เป็นคู่ ที่เมืองลิฟวิงสตัน รัฐหลุยเซียนา และเมืองแฮนฟอร์ด รัฐวอชิงตัน ห่างกันถึง 3,000 กิโลเมตร เพื่อให้แน่ใจว่าผลการทดลองที่วัดได้ ไม่ได้เป็น “ผลบวกเทียม” จากปัจจัยอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ชื่อ ไลโก้ (LIGO) มาจาก The Laser Interferometer Gravitational-Wave Observatory

ต้นกำเนิดคลื่นความโน้มถ่วงที่วัดได้นี้ เกิดจากหลุดดำ 2 หลุมที่หมุนรอบกันก่อนรวมตัวเป็นหลุมดำหลุมเดียว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 1,300 ล้านปีก่อน แต่เพิ่งเดินทางมาถึงโลก เพราะที่เกิดเหตุอยู่ไกลมากๆ ครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ยืนยันได้ว่า มีหลุมดำคู่อยู่จริงอีกด้วย สัญญาณที่ไลโก้จับได้ครานี้กินเวลาสั้นๆ เพียง 0.2 วินาทีเท่านั้น และความยาวแขนอุปกรณ์ของไลโก้ที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นน้อยมาก

ทำไมต้องตื่นเต้นเรื่อง ‘คลื่นความโน้มถ่วง’

 

คือสั้นกว่าขนาดอะตอมเสียอีก!

การที่คลื่นความโน้มถ่วงไม่มีมวล และเดินทางด้วยความเร็วเท่ากับความเร็วแสง ทำให้มีสมบัติตรงตามทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์พอดี ถือเป็นการยืนยันความเก่งสุดๆ ของไอน์สไตน์อีกครั้ง!

กล้องดาราศาสตร์ในปัจจุบันที่เป็น “ตา” ให้กับเราล้วนแล้วแต่วัด “ความยาวคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Wavelength)” ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกล้องโทรทรรศน์แสง, อินฟราเรด, เอกซเรย์ ฯลฯ เทคนิคใหม่นี้จึงน่าจะมีประโยชน์ใช้สำรวจเอกภพส่วนที่เราไม่เคยสำรวจได้ เช่น หลุมดำหรือดาวนิวตรอน ต่างๆ เป็นต้น

เป็น “หู” คู่ใหม่สำหรับมนุษยชาติในการสำรวจอวกาศต่อไป!

ทำไมต้องตื่นเต้นเรื่อง ‘คลื่นความโน้มถ่วง’

 

ทำไมต้องตื่นเต้นเรื่อง ‘คลื่นความโน้มถ่วง’

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์