posttoday
ชฎาทิพ จูตระกูล ทำศูนย์การค้าต้องแตกต่าง

ชฎาทิพ จูตระกูล ทำศูนย์การค้าต้องแตกต่าง

28 กุมภาพันธ์ 2559

หากพูดถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่หลายทศวรรษในย่านสยาม หลายคนคงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า

โดย...จะเรียม สำรวจ

หากพูดถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่หลายทศวรรษในย่านสยาม หลายคนคงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “สยามเซ็นเตอร์” ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการเมื่อปี 2516 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ก็เป็นที่รู้จักของเหล่าบรรดาขาช็อปทั้งชาวไทยและต่างชาติ เนื่องจากเป็นศูนย์การค้าที่มีความพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งการสร้างศูนย์การค้าในรูปแบบดังกล่าว ถือเป็นการเดินตามวิสัยทัศน์และจุดยืนในการดำเนินธุรกิจของบริษัท สยามพิวรรธน์ ที่ต้องการเป็นผู้นำในด้านของการสร้างสัญลักษณ์ให้กับศูนย์การค้า ด้วยการนำเสนอความแปลกใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับศูนย์การค้าที่บริหารอยู่

ปัจจุบัน บริษัท สยามพิวรรธน์ มีศูนย์การค้าที่อยู่ภายใต้ความดูแลในย่านสยามด้วยกัน 3 แห่ง ถือ ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ เปิดให้บริการในปี 2516 ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ เปิดให้บริการในปี 2540 และศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดให้บริการในปี 2548

ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ กล่าวว่า แนวคิดในการทำธุรกิจศูนย์การค้าของบริษัท คือการเป็นผู้นำสัญลักษณ์แห่งการนำเสนอความแปลกใหม่ให้ชีวิต หรือ The Icon of Innovative Lifestyle แนวคิดดังกล่าวถือเป็นโจทย์สำคัญในการสร้างแนวคิดและแรงบันดาลใจในการทำศูนย์การค้าจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า บริษัทมีการสร้างนวัตกรรมและการนำเสนอประสบการณ์แตกต่างที่ตรงใจให้กับลูกค้ามาโดยตลอด

ขณะเดียวกัน สยามพิวรรธน์ก็จะสร้างคุณค่าและความสำเร็จสูงสุดผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ปัจจัยดังกล่าวถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจศูนย์การค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่งในทุกโครงการที่ทำจะมีการตอกย้ำในด้านของการสร้างความแตกต่าง เพื่อปฏิวัติวงการและเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรก 

ชฎาทิพ กล่าวต่อไปว่า วงการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยขณะนี้ อยู่ในช่วงของการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เห็นได้จากการประกาศลงทุนโครงการใหม่จากหลายๆ บริษัท ซึ่งหากคิดเป็นมูลค่าก็มากมายมหาศาล โดยในส่วนของบริษัทเองก็มีแผนที่จะลงทุนโครงการขนาดใหญ่เช่นกัน และหนึ่งในนั้น คือ โครงการไอคอนสยาม 

“สยามพิวรรธน์เรามีจุดยืนที่มั่นคงและแข็งแกร่งด้วยกลยุทธ์หลัก คือ การเป็นผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย ซึ่งเราใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจของเราจนประสบความสำเร็จมาตั้งแต่เปิดบริษัท ด้วยการมุ่งเน้นนำเสนอคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ในการพัฒนาโครงการต่างๆ การค้าปลีกชนิดใหม่ๆ และคอนเซ็ปต์ไลฟ์สไตล์ล้ำยุคหลายประเภทที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทยหรือเป็นครั้งแรกในโลก จากกลยุทธ์ดังกล่าวทำให้เราก้าวสู่ความเป็นผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกแนวหน้าของประเทศไทยมาในทุกยุคทุกสมัย”

แม้ว่าปัจจุบัน บริษัท สยามพิวรรธน์ จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกับการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจค้าปลีก แต่ชฎาทิพก็มีเป้าหมายที่จะให้ความสำคัญกับการเป็นผู้นำเสนอประสบการณ์ที่เหนือกว่า ล้ำกว่าแก่ผู้มาใช้บริการภายในโครงการศูนย์การค้า ด้วยการไม่ยึดติดกับรูปแบบการพัฒนาโครงการแบบเดิมๆ แม้ว่าโครงการนั้นๆ จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่ชฎาทิพก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสิ่งที่แปลกใหม่กว่าให้เกิดขึ้นกับโครงการศูนย์การค้าที่อยู่ในความดูแล

อย่างไรก็ดี เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ชฎาทิพจึงต้องมีการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้ร่วมลงทุน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการศูนย์การค้าไทย ซึ่งล่าสุดก็ได้มีการจับมือกับ โอกิ ซาโตะ ดีไซเนอร์ชั้นนำของโลกมาเป็นหัวหน้าที่ปรึกษางานออกแบบอาคาร และงานออกแบบตกแต่งภายในของศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม ในรูปแบบไลฟ์สไตล์ แล็บ

หลังจากปิดปรับปรุงมา 8 เดือน ภายในไตรมาส 2 นี้ ชฎาทิพก็พร้อมแล้วที่จะเปิดสยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่ ซึ่งมั่นใจว่าจะได้การตอบรับที่ดีแบบพลิกประวัติศาสตร์ เหมือนกับการปรับโฉมศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์เป็นเมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหลังเปิดให้บริการก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และสามารถสร้างปรากฏการณ์ให้กับธุรกิจศูนย์การค้าที่หลายคนต้องหันกลับมามอง เนื่องจากศูนย์การค้าดังกล่าวได้รับรางวัลระดับนานาชาติถึง 8 รางวัล และได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 5 ศูนย์การค้าที่ออกแบบดีที่สุดในโลก จากสมาคมชั้นนำของโลกทางด้านธุรกิจค้าปลีก คือ สมาคมศูนย์การค้าระหว่างประเทศ (International Council of Shopping Centers – ICSC)

“ปัจจัยสำคัญในการชี้วัดความสำเร็จของแต่ละโครงการ ไม่ใช่เพียงแค่การคิดคอนเซ็ปต์ที่แปลกใหม่แล้วสร้างให้สำเร็จเท่านั้น  แต่อยู่ที่การบริหารโครงการนั้นๆ ให้สามารถนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่าง และล้ำสมัยให้ลูกค้าได้ไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ช็อปปิ้ง สินค้าที่แปลกใหม่หมุนเวียนกันมาจากทุกมุมโลก นวัตกรรมการสื่อสารล้ำสมัยกับลูกค้า บริการเหนือระดับที่สร้างความประทับใจ กิจกรรมตลาดที่น่าตื่นตาตื่นใจ เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในไทยหรือระดับโลก ที่มอบให้ลูกค้าไม่มีที่สิ้นสุด”

ชฎาทิพ กล่าวส่งท้ายว่า ทุกโครงการของสยามพิวรรธน์ ไม่ว่าจะเป็นสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และอื่นๆ ล้วนเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนในศักยภาพความเป็นผู้นำในการเสนอความแปลกใหม่ให้กับสังคมไทยและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวได้สะท้อนออกมาเป็นรางวัลต่างๆ ที่บริษัทได้รับจากองค์กรระดับโลก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท