
ภาวะวิกฤต
ในสังคมไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำว่า “ภาวะวิกฤต” อาจจะเป็นที่คุ้นหูของผู้คนทั้งหลาย แต่ถ้าจะให้ใครสักคนฟันธง
โดย...เจษฎ์, โทณะวณิก
ในสังคมไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำว่า “ภาวะวิกฤต” อาจจะเป็นที่คุ้นหูของผู้คนทั้งหลาย แต่ถ้าจะให้ใครสักคนฟันธงลงไปว่า ที่เรียกว่า “ภาวะวิกฤต” นั้นเป็นอย่างไร ก็ยังไม่เห็นมีใครจะสามารถระบุได้อย่างแจ่มแจ้ง
ยิ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีข้อเสนอไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เรียกกันจนติดปากว่า ข้อเสนอข้อที่ 16 ที่ก็ไม่ได้ระบุอะไรชัดเจนนัก หากแต่ทำให้เข้าใจไปได้ว่า ครม.เห็นว่าจะต้องมีสิ่งที่เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาที่ ครม.ไม่ได้ระบุมาว่าเป็นภาวะวิกฤต หากแต่อธิบายโดยสรุปว่ามีข้อวิจารณ์รัฐธรรมนูญกันมาก ส่วนใหญ่ก็ไม่แน่ใจในระบบ หรือไม่ไว้วางใจในระบบ ตัวบุคคลที่จะเข้าสู่ระบบ แต่ที่ ครม.เป็นห่วง คือ ทำอย่างไรจะป้องกันมิให้ความความขัดแย้ง และความไม่สงบเรียบร้อยจนประเทศจวนเข้าสู่ภาวะรัฐที่ล้มเหลว ดังเมื่อก่อนเดือน พ.ค. 2557 ย้อนกลับมาเกิดขึ้นอีกภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
ที่เป็นจุดเน้นย้ำและเป็นที่สนใจอย่างมากมายของผู้คนทั้งหลาย คือ เนื้อหาตอนท้ายที่ระบุว่า หากบัญญัติเนื้อหา และการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็นสองช่วงเวลา คือ ช่วงเฉพาะกิจ หรือเฉพาะกาลในระยะแรก ซึ่งอาจจะไม่ยาวนานนัก (ซึ่งก็ไม่ทราบแค่ไหน แต่หากเทียบเคียงกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเอ่ยถึงเรื่องปฏิรูป ก็อาจจะ 5 ปี) โดยใช้หลักเกณฑ์อย่างหนึ่งเสมือนข้อยกเว้นตามความจำเป็นแห่งสถานการณ์ (ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเช่นไร วิกฤต หรือไม่ ไม่ทราบ และหากบอกว่า วิกฤต ก็ไม่ทราบว่า วิกฤต แปลว่าอะไร) เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่อยู่บนพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในระดับหนึ่งอย่างมีดุลยภาพ
เมื่อพิจารณาโดยรวม ก็พอจะอนุมานได้ว่าที่ ครม.อธิบายแบบเลียบค่ายมาก็อาจจะได้บอกเป็นนัยว่า ภาวะที่ได้กล่าวไปนั้น คือ “ภาวะวิกฤต” นั่นเอง แต่หากใช้คำนี้ ก็จะมีผู้ถามว่า มันคืออะไร อย่างไร แค่ไหน ครม.จึงเลือกใช้การอรรถาธิบายภาวการณ์บ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมาเป็นอุปกรณ์ไปสู่จุดหมาย ซึ่งก็อาจจะมองได้หลายแง่มุมว่า คืออะไร อาจจะเป็นการเลือกตั้ง สส.ไปบางส่วน อีกส่วนหนึ่งแต่งตั้ง อาจจะเป็นการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ทั้งหมด หรือไม่ต้องมีวุฒิสภา แต่ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยังคงทำหน้าที่ไป หรือทำหน้าที่ เป็น/แทน/ในฐานะ สว. หรือจะให้เอา สส.กับ สว.รวมกัน สส.ส่วนหนึ่งมาจากการเลือกตั้ง อีกส่วนมาจากการแต่งตั้ง บวกกับ สว. แล้วจะไปทำอะไร เช่น ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะเป็น สส. สว. หรือไม่ใช่เลยก็ได้ ก็คงว่ากันไปได้หลายสูตร







