
ผู้พิทักษ์ความมั่งคั่งทะเลไทย
ความมั่งคั่งของทะเลไทยมีมูลค่ามหาศาลที่หลายคนคาดไม่ถึง
โดย...วุฒิ นนทฤทธิ์
ความมั่งคั่งของทะเลไทยมีมูลค่ามหาศาลที่หลายคนคาดไม่ถึง และด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ของไทยที่เป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างตะวันออกกลางกับทะเลจีนใต้ ทำให้ทะเลไทยกลายเป็นเส้นทางการขนส่งที่สำคัญในการลำเลียงน้ำมันจากตะวันออกกลางเพื่อส่งต่อไปยังจีน ญี่ปุ่น และคาบสมุทรเกาหลี ในแต่ละปีจะมีเรือสินค้าเข้า-ออกประมาณ 1.5 หมื่นลำ หรือโดยเฉลี่ยเดือนละ 1,250 ลำ
ปัจจุบัน 90% ของสินค้านำเข้าและส่งออกของไทยขนส่งทางทะเล ในจำนวนนี้เป็นการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถึง 70% ของปริมาณการใช้ภายในประเทศ ขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของไทยซึ่งมีอยู่มากมายในแต่ละปีก็มีผลประโยชน์มหาศาล อันดับที่หนึ่งคือก๊าซธรรมชาติ ปัจจุบันทะเลไทยมีแท่นขุดเจาะก๊าซและน้ำมันมากกว่า 200 แท่น ผลิตก๊าซและน้ำมันได้ปีละ 9.3 แสนล้านบาท/ปี หรือคิดเป็น 30% ของปริมาณการใช้ในประเทศ รองลงมาคืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการทางทะเล มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 6.3 แสนล้านบาท/ปี ขณะที่อุตสาหกรรมประมงก็สร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 2.3 แสนล้านบาท/ปี
ความมั่งคั่งทางทะเลมูลค่ามหาศาลนี้ มีกองทัพเรือเป็นหัวเรือใหญ่ในการให้ความคุ้มครองดูแลและรักษาความมั่นคง โดยเฉพาะปัญหาอาณาเขตและการแสวงหาผลประโยชน์จากพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งที่ผ่านมาการเจรจาระหว่างไทย-เมียนมา และไทย-เวียดนาม สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ ทำให้ทั้งสองประเทศได้ผลประโยชน์ร่วมกัน
ยกเว้นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งเชื่อว่าอีกหลายสิบปีก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะกัมพูชายืนยันจะใช้แผนที่ของตัวเองซึ่งไม่เป็นสากล เมื่อกางออกมาดูพบว่าหากยึดตามแผนที่ของกัมพูชา เกาะกูด จ.ตราด ของไทย จะถูกผ่าครึ่งหนึ่งไปเป็นของกัมพูชา และจะกระทบกับแนวอาณาเขตทางทะเล ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเกาะกูดเป็นของไทยมาตั้งแต่ต้น ตราบใดที่กัมพูชายังยืนยันแผนที่ฉบับดังกล่าว พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่ต้องมาคุยกันให้เมื่อยตุ้ม
นอกจากนี้ ในทะเลไทยยังมีอีกหลายปัญหาตั้งแต่เล็กไปใหญ่ เช่น ปัญหาแรงงานต่างชาติหลบหนีเข้าเมือง การทำประมงล้ำอาณาเขตทางทะเล การนำเข้าสินค้าหนีภาษี การขนส่งยาเสพติด ปัญหาโจรสลัด ไปจนถึงการก่อการร้ายทางทะเล ซึ่งแต่ละปัญหานับวันจะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น การมอบให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบคงไม่พอ
กองทัพเรือในฐานะหัวเรือใหญ่ในการดูแลพิทักษ์ความมั่งคั่งทางทะเลจึงได้จัดตั้งศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อว่า ศรชล. ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2540 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานต่างๆ เกี่ยวกับกิจการทางทะเลในทุกๆ ด้าน เพื่อให้การปฏิบัติเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่เกิดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติและมีการแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีกองทัพเรือเป็นศูนย์กลางในการประสานการปฏิบัติ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทางทะเล ซึ่งมีอยู่ถึง 18 หน่วยงาน ร่วมปฏิบัติงานตามภารกิจเหมือนปกติ
ศรชล.เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีการแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็น 3 เขต ตามพื้นที่รับผิดชอบของกองเรือภาค คือ เขต 1 มีที่ตั้งอยู่ที่กองบัญชาการกองเรือภาคที่ 1 กองเรือยุทธการ จ.ชลบุรี รับผิดชอบพื้นที่อ่าวไทยตอนบน เขต 2 มีที่ตั้งอยู่ที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 กองเรือยุทธการ จ.สงขลา รับผิดชอบพื้นที่อ่าวไทยตอนล่าง และเขต 3 มีที่ตั้งอยู่ที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กองเรือยุทธการ จ.ภูเก็ต รับผิดชอบพื้นที่ด้านทะเลอันดามันทั้งหมด
ศรชล.มีหน้าที่ประสานการปฏิบัติกับหน่วยต่างๆ ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายในทะเล ประสานการดำเนินการตามนโยบายและยุทธศาสตร์ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รวบรวมข่าวสารข้อมูลต่างๆ และกระจายข่าวให้แก่หน่วยที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยต่างๆ ดำเนินการประชาสัมพันธ์การดำเนินการของ ศรชล. และหน่วยปฏิบัติต่างๆ เป็นส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง ควบคุมการปฏิบัติของศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต (ศรชล.เขต)
นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยทางน้ำในทะเลและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ ในทะเล ช่วยเหลือและคุ้มครองการทำประมงที่สุจริต ควบคุมและตรวจตราการสัญจรทางทะเล คุ้มครองแท่นขุดเจาะและผลิตปิโตรเลียม/แหล่งทรัพยากรทางทะเล สนับสนุนการท่องเที่ยวทางทะเลและบริเวณชายฝั่ง อนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเล ฯลฯ
แต่จากการทำงานที่ผ่านมา ซึ่ง ศรชล.เป็นเพียงแค่ศูนย์ประสานงาน แปลความง่ายๆ ก็คือ ไม่มีอำนาจสั่งการหน่วยงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกรมประมง กรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำ และอีกกว่า 10 หน่วยงาน
ที่ผ่านมาต้องใช้ความสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งได้รับความร่วมมือบ้าง ได้แต่ไม่ทันใจบ้าง หรือไม่ได้บ้าง
ข่าวดีก็คือ ล่าสุดจะมีการยกฐานะ ศรชล.จากศูนย์ประสานงาน เป็นศูนย์อำนวยการ สรุปก็คือ มีอำนาจในการสั่งการได้ ซึ่ง พล.ร.ท.สุชีพ หวังไมตรี รองเสนาธิการทหารเรือ ให้คำจำกัดความสั้นๆ แต่เข้าใจง่ายว่า ศรชล.ก็คือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทางทะเลนั่นเอง ซึ่งจะทำให้การพิทักษ์รักษาความมั่งคั่งทางทะเลของไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอน







