
จัดระเบียบท่องเที่ยว
เวลานี้รัฐบาลเทความหวังทั้งหมดไปกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อพยุงเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางการส่งออกติดลบหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขล่าสุดเดือน ม.ค.หดตัวแรงถึง 8.91% ส่วนการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศคงพึ่งพาไม่ได้เลย ในภาวะหนี้ภาคครัวเรือนท่วมตัว ขณะที่การจับจ่ายใช้สอยของภาครัฐก็อัดฉีดไม่ได้มากเท่าที่ควร แม้ว่าจะผ่านมาเกือบครึ่งปีงบประมาณ 2558 แล้วก็ตาม
เวลานี้รัฐบาลเทความหวังทั้งหมดไปกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อพยุงเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางการส่งออกติดลบหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขล่าสุดเดือน ม.ค.หดตัวแรงถึง 8.91% ส่วนการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศคงพึ่งพาไม่ได้เลย ในภาวะหนี้ภาคครัวเรือนท่วมตัว ขณะที่การจับจ่ายใช้สอยของภาครัฐก็อัดฉีดไม่ได้มากเท่าที่ควร แม้ว่าจะผ่านมาเกือบครึ่งปีงบประมาณ 2558 แล้วก็ตาม
เราเห็นด้วยที่รัฐมองเห็นโอกาสจากภาคการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศหรือนักท่องเที่ยวไทย ที่มีกำลังเงินและพร้อมจะใช้จ่ายเพื่อซื้อความสุขส่วนตัว และยิ่งภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นมากเท่าไร ก็ทำให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตมากยิ่งขึ้น
แต่รัฐบาล โดยเฉพาะนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังเสียทีว่า กำลังเงินที่ภาครัฐทุ่มออกไปแล้วประเทศไทยได้รับผลประโยชน์กลับคืนมาคุ้มค่าหรือไม่ เวลานี้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาใช้ทรัพยากรของไทยแบบไม่รู้คุณค่าและทำลายให้เสื่อมลงอย่างรวดเร็ว แถมภาษียังตกหล่นระหว่างทางอีกด้วย
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องคำนึงถึง “คุณภาพ” มากกว่า “ปริมาณ” และจะต้องจัดระเบียบการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยปัญหาที่เกิดขึ้น
เป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่านักท่องเที่ยวจีนครองแชมป์ที่เข้ามาในประเทศไทย ปีที่ผ่านมามีจำนวน 7.93 ล้านคน และปี 2559 ตั้งเป้าไว้ถึง 10 ล้านคน อันดับสองคือ เกาหลีใต้ 6 ล้านคน ส่วนหนึ่งเข้ามาทางเครื่องบิน โดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย รายงานว่า ในเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2558 มีผู้โดยสารทั้งหมด 28.93 ล้านคน เติบโต 11.69% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 16.17 ล้านคน และภายในประเทศ 12.76 ล้านคน เพิ่มขึ้นทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งส่วนหนึ่งเข้ามาเป็นหมู่คณะ ค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมดตกอยู่กับคนจีน เริ่มตั้งแต่เที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) บริษัทนำเที่ยว ไกด์ ที่พัก ร้านอาหารและแหล่งช็อปปิ้งซื้อสินค้า แล้วขนเงินกลับไปประเทศจีน
ส่วนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาทางรถยนต์ นอกจากขับรถเข้า-ออกประเทศไทยอย่างง่ายดายแล้ว “รถบ้านเคลื่อนที่” กำลังเป็นที่นิยมมาก สำหรับนักท่องเที่ยวจีน ในอดีตเมื่อขับรถบ้านเข้ามาแล้วก็จะท่องเที่ยวทางภาคเหนือเท่านั้น แต่ปัจจุบันขับรถเที่ยวไปทั่วประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองชายทะเลทางภาคใต้ ซึ่งการนำรถบ้านเข้ามาจอดในที่สาธารณะ มีการทิ้งขยะและของเสียเรี่ยราด สร้างผลกระทบให้กับสิ่งแวดล้อมและคนในพื้นที่
เวลานี้ใครไปเที่ยวทะเลไม่ว่าจะเป็นกระบี่ ภูเก็ต พังงา หรือสมุย คงไม่สามารถเล่นน้ำทะเลได้สนุกสนานเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเยอะเหลือเกิน
หากรัฐยังไม่รู้ว่าจะจัดระเบียบอย่างไร สามารถดูตัวอย่างได้จากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา เมียนมา ที่ดูแลแม้กระทั่งการใช้ไกด์ท้องถิ่น และใช้รถยนต์ของประเทศนั้น ส่วนประเทศที่พัฒนาแล้ว อาทิ แถบยุโรป มีการจัดสถานที่รองรับรถบ้าน จะเก็บภาษีถนน ภาษีที่จอดรถและการระบายของเสีย
หมดเวลาแล้วที่รัฐจะเพิกเฉยต่อการจัดระเบียบ เพราะปัญหาได้ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ และส่งสัญญาณว่าจะลุกลามใหญ่โต หากปล่อยให้จีนยึดการท่องเที่ยวไทยแบบเบ็ดเสร็จ แถมยังมีการหลบเลี่ยงกฎหมาย ปิดทางทำมาหากินของผู้ประกอบการไทย และทรัพยากรเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การท่องเที่ยวของไทยหมดเสน่ห์ลงไปในที่สุด







