
เสกรายได้ส่งออก
“สุวิทย์” นัดคุยแบงก์ชาติจัดทำดัชนีชี้วัดรายได้การค้าระหว่างประเทศใหม่ ส่งออก ม.ค. ดิ่งหนัก ลบ 8.91%
“สุวิทย์” นัดคุยแบงก์ชาติจัดทำดัชนีชี้วัดรายได้การค้าระหว่างประเทศใหม่ ส่งออก ม.ค. ดิ่งหนัก ลบ 8.91%
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการค้าของโลกเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ไปการรายงานตัวเลขส่งออกสินค้าอย่างเดียวจะไม่สะท้อนภาพความมั่งคั่งของประเทศที่ได้จากการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศอีกต่อไป จึงต้องปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดรายได้จากการค้าระหว่างประเทศใหม่ และจะต้องทำเป็นแบบ 4 มิติ คือ ตัวเลขการส่งออกสินค้า ตัวเลขการส่งออกภาคบริการ ตัวเลขการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) และตัวเลขการลงทุนของธุรกิจไทยในต่างประเทศ
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะประสานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธ.ป.ท.) ให้ทำตัวเลขร่วมกันในแบบ 4 มิติ และยังยืนยันเป้าหมายการส่งออกปี 2559 ขยายตัวในระดับ 5% นอกจากนั้นในเร็วๆ นี้จะไม่วัดความมั่งคั่งจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อย่างเดียว แต่จะวัดที่จีดีพีรวมกับจีเอ็นพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ)
นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกเดือน ม.ค. 2559 มีมูลค่า 1.57 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 8.91% เทียบกับ ม.ค. 2558 ซึ่งมูลค่าส่งออกต่ำสุดในรอบ 4 ปี 2 เดือน นับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2554 ส่วนการนำเข้าเดือน ม.ค. มูลค่า 1.54 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 12.37%
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับหลักการที่จะมีการสำรวจรายได้ของธุรกิจที่มีการลงทุนต่างประเทศ แต่ไม่ควรจะนำมารวมกับการส่งออก ควรจะแยกบัญชีออกมาต่างหาก รวมทั้งกำหนดกติกาให้ชัดเจน
นอกจากนี้ หากจะนำรายได้จากการลงทุนและส่งออกต่างประเทศมาเป็นส่งออกไทยจะมีข้อพิพาทกับมาตรฐานการส่งออกโลกที่ปัจจุบันการส่งออกที่เกิดขึ้นจากเอฟดีไอ ไม่ว่าอยู่ในประเทศใดให้นับเป็นของพื้นที่นั้นไม่ได้นับเป็นของสัญชาติบริษัท
“หากจะคำนวณจากธุรกิจในต่างแดน จะทำให้เกิดตัวเลขซ้ำซ้อนกัน 2 ประเทศ” นายเชาว์ กล่าว







