
อานิสงส์ภัยแล้งธุรกิจเจาะบาดาลโกยเงินแสน
ภัยแล้งที่เริ่มส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วง ธุรกิจรับเหมาขุดเจาะบ่อบาดาลถือว่าได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ ผู้รับจ้างเจาะบ่อน้ำบาดาลมีงานเข้าล้นมือ
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
ภัยแล้งที่เริ่มส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วง และคาดว่าจะยังต่อเนื่องไปอีกหลายเดือน จนล่วงเข้าหน้าฝน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีฝนตกช่วงต้นเดือน ก.ค. ธุรกิจรับเหมาขุดเจาะบ่อบาดาลถือว่าได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ ผู้รับจ้างเจาะบ่อน้ำบาดาลมีงานเข้าล้นมือ ทั้งจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตรจองคิวขอใช้บริการนานนับเดือน
วีระยุทธ โพตัสสะ ผู้จัดการ หจก.มิตรภาพ 49 ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ผู้รับเหมาขุดเจาะบ่อบาดาล ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ภัยแล้งปีนี้มาเร็วและรุนแรงกว่าทุกปี ชาวไร่ชาวนาในหลายอำเภอต่างโทรศัพท์ติดต่อมาจ้างให้ขุดเจาะบ่อบาดาลจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นมากกว่าทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.บางระกำ วัดโบสถ์ พรหมพิราม และเนินมะปราง ส่วนใหญ่กว่า 80% ขุดเจาะในพื้นที่ทำนา แต่ก็ยากกว่าในอดีตเพราะต้องขุดเจาะลึกมากขึ้น เนื่องจากน้ำใต้ดินอยู่ลึกลงไป ต้องใช้เวลา 4-10 วันต่อ 1 บ่อ ราคาเริ่มต้นที่ 4.5 หมื่น-1.2 แสนบาท ขึ้นอยู่กับความลึก ขนาดท่อ ขนาดปั๊มที่ต้องใช้ดึงน้ำ
"ปัจจุบันผู้ประกอบการรับเหมาขุดเจาะบ่อบาดาลใน จ.พิษณุโลกมีอยู่กว่า 10 ราย แต่ละรายมีลูกค้า รอคิวกว่า 10 ราย ทำให้ลูกค้ารายใหม่ที่จะขุดเจาะ บ่อบาดาลช่วงนี้ต้องรอคิวนานกว่า 1 เดือนเลยทีเดียว" วีระยุทธ กล่าว
พินิจ นิลแก้ว ผู้ประกอบการขุดเจาะบ่อบาดาล อ.เมือง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ชาวบ้านได้จองคิวขุดเจาะบ่อบาดาลขนาดมาตรฐานบ่อละ 1.2 หมื่นบาท ลึก 35 เมตร หน้ากว้าง 4 นิ้ว เพราะการันตีว่าหากขุดเจาะแล้วจะมีน้ำใช้ได้ตลอดไม่แห้ง แต่หากต้องการเครื่องเจาะบาดาลที่มีความลึกและมีคุณภาพกว่านี้ สามารถใช้แรงดันเจาะความลึกได้ถึง 40 เมตร ราคาไม่น้อยกว่า 5 หมื่นถึงแสนบาท แต่ก็มีไม่น้อยที่เจาะแบบท่อ 2 นิ้ว อยู่ที่ราคาบ่อละ 3,500 บาท หากเจาะแล้วไม่มีน้ำออกมาก็จะไม่คิดเงิน
ไพฑูรย์ กลัดตะเภา ชาว อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ซึ่งมีอาชีพรับจ้างขุดเจาะบ่อบาดาลน้ำตื้นในแถบ ชัยนาทและจังหวัดใกล้เคียง บอกว่า ในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา เกิดสถานการณ์ภัยแล้งเริ่มทวีความรุนแรง ทำให้มีประชาชนติดต่อให้เจาะบ่อบาดาลน้ำตื้นเพิ่มจากปกติ 2-3 เท่า อัตราค่าจ้างบ่อละ 6,000-7,000 บาท แต่ยิ่งแล้ง ยิ่งเจาะบ่อบาดาลได้น้ำที่อุดมสมบูรณ์เหมือนภาวะปกติยากมาก
นอกเหนือจากการขุดเจาะบ่อบาดาลโดยว่าจ้างเอกชนแล้ว ก็ยังมีผู้ร้องขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานภาครัฐด้วยเช่นกัน พุฒิพงศ์ สุรพฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.สระแก้ว กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีมีประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำเรื่องขออนุญาตเจาะน้ำบาดาลจำนวนมาก และต่อเนื่องมาตลอด จากนั้นสำนักงานได้ประสาน กับสำนักทรัพยากรบาดาล เขต 9 (ระยอง) เพื่ออนุมัติในการขุดเจาะบาดาลต่อไป
"ทางสำนักงานได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ที่ต้องการเจาะน้ำบาดาล ดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้อง ถ้าไม่ขออนุญาตก่อนจะถูกปรับเป็นเงิน 500 บาท และผู้ที่จะทำการเจาะน้ำบาดาลจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมทรัพย์ฯ ด้วย และขณะนี้มีหลายรายที่ขออนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล ประกอบกับปีนี้ประสบภัยแล้งมากกว่าทุกปี กิจการเจาะน้ำบาดาลจึงมีมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา" ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.สระแก้ว กล่าว
เทอดศักดิ์ อาศัยกลาง นายก อบต.หนองม่วง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว กล่าวว่า ทาง อบต.หนองม่วงได้จัดสรรงบประมาณเจาะน้ำบาดาล ทั้ง 7 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1.09 แสนบาท ซึ่งการเจาะน้ำบาดาลบางหมู่บ้าน 3-4 จุด จึงจะเจอน้ำ บางหมู่บ้านอาจเจาะเพียงจุดเดียวก็เจอน้ำแล้วนับว่าโชคดี และแต่ละจุดเจาะลึก 40-60 เมตร และขณะนี้กำลังดำเนินการเจาะไปเรื่อยๆ จนครบทุกหมู่บ้าน และที่เจาะได้น้ำแล้วมีเพียงบ้านทด บ้านเดียวเท่านั้น โดยใช้ท่อขนาด 6 นิ้ว ถึงจะเพียงพอสำหรับใช้ทั้งหมู่บ้าน
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานว่า มีจังหวัดที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีภัยแล้ง 12 จังหวัด 46 อำเภอ 216 ตำบล 1,893 หมู่บ้าน คิดเป็น 2.53%ของหมู่บ้านทั่วประเทศ แยกเป็น ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ พะเยา สุโขทัย และนครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา นครพนม มหาสารคาม และบุรีรัมย์ ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี และเพชรบุรี ภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว
ฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดี ปภ. กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง พบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและปริมาณน้ำท่าอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ค่าเฉลี่ย จึงได้ประสานจังหวัดสำรวจแหล่งน้ำ และให้ความสำคัญกับการจัดสรรน้ำอุปโภคบริโภคเป็นหลัก
ภาพประกอบข่าว







