
ไทย-รัสเซียพร้อมผลักดันความร่วมมือทุกด้าน
ประวิตร-สมคิดเยือนรัสเซียชื่นมื่น 2 ประเทศ พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ เห็นชอบ ยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกันทุกมิติ
ประวิตร-สมคิดเยือนรัสเซียชื่นมื่น 2 ประเทศ พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ เห็นชอบ ยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกันทุกมิติ
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ร่วมกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย อย่างเป็นทางการ ระหว่าง 23-25 ก.พ. 59 เพื่อกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงและขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนระหว่างกัน โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและมีไมตรีจิต หลังเดินทางถึง ได้พบและมอบนโยบายให้กับ เอกอัครราชทูตไทย และ รัสเซีย และข้าราชการทีมไทยแลนด์ ณ โรงแรมที่พัก โดยขอให้ข้าราชการทุกคน ได้สร้างความเข้าใจกับชาวต่างประเทศถึงความจำเป็นของการเข้ามาบริหารราชการของรัฐบาลปัจจุบันและพัฒนาการของสถานการณ์ของประเทศไทย ที่กำลังขับเคลื่อนการปฏิรูป สู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยตาม Road Map ขณะเดียวกัน ปัญหาเศรษฐกิจโลกและปัญหาฐานรากจากวิกฤตภายในประเทศ อันได้แก่ ปัญหา IUU ICAO และการค้ามนุษย์ ฯลฯ ที่เกิดจากการสั่งสมมาแต่อดีต ก็เป็นโอกาสอันดี ที่จะร่วมกันปฏิรูปและวางรากฐานของประเทศ จึงขอให้ร่วมกันทำงานเพื่อขับเคลื่อน ผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจระหว่างไทย - รัสเซีย ใน 5 ด้าน อันประกอบด้วย ด้านการส่งออกนำเข้าสินค้าระหว่างกัน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านพลังงาน ด้านความมั่นคงและการทหาร และด้านการท่องเที่ยวให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ
วันที่ 24 ก.พ. พล.อ.ประวิตร พร้อม นายสมคิด และคณะ ได้เข้าเยี่ยมคำนับและหารือกับ นาย ดมิทรี เมดเวเดฟ ( Dimitry Medvedev ) นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ณ สถานที่รับรอง โดย นายกรัฐมนตรีรัสเซีย กล่าวรำลึกถึง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่ได้พบปะและพัฒนาสัมพันธ์กันมากขึ้นที่ผ่านมา และจะได้พบกันในการเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการและการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน - รัสเซียที่จะมีขึ้น ใน พ.ค. 59 ณ เมืองโซชิ
ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือถึงโอกาสความเกื้อกูลระหว่างกัน โดยฝ่ายไทยได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีพัฒนาการและความคืบหน้าของความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกันมากขึ้น ทั้งการแลกเปลี่ยนข่าวสาร ความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญกรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์และยาเสพติด รวมทั้งความร่วมมือทางทหาร สำหรับด้านการทหาร ไทยมีความประสงค์ที่จะได้รับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และมีความต้องการยุทโธปกรณ์ทางทหาร ทั้งเพื่อการป้องกันประเทศ การบรรเทาสาธารณภัยและการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร โดยเสนอให้มีการซื้อขายระหว่างกัน โดยรัสเซียสนับสนุนรับซื้อพืชผลทางการเกษตรของไทย
สำหรับด้านเศรษฐกิจ ด้วยโครงสร้างทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศที่เกื้อกูลกัน โดยรัสเซียมีศักยภาพด้านเทคโนโลยีและพลังงาน ขณะที่ไทยมีความสามารถด้านอุตสาหกรรมการเกษตร หากมีความร่วมมือกันมากขึ้นจะเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและพลังงานซึ่งกันและกัน โดยรัสเซียสามารถเป็นฐานการผลิตด้านการเกษตรและส่งออกอาหารของภูมิภาค สำหรับไทย มีความต้องการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน จึงต้องการให้รัสเซียไปลงทุนด้านพลังงาน ด้านไอที ด้านการบิน การขนส่งและการรถไฟ ซึ่งรัสเซียสามารถขยายการขนส่งสินค้าผ่านไทยไปยังประเทศอาเซียน ขณะะเดียวกันไทยมีความประสงค์ที่จะทำความตกลงการค้าเสรีกับกลุ่มประเทศยูโรเซีย เพื่อการขยายความร่วมมือการค้าการลงทุนและผลประโยชน์ร่วมกันในอนาคต
ซึ่งนายกรัฐมนตรีรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียพร้อมที่จะให้ความร่วมมือตอบสนองความต้องการของไทยในทุกเรื่อง โดยเฉพาะความร่วมมือด้านความมั่นคงและการสนับสนุนยุทโธปกรณ์ทางทหาร
สำหรับด้านการเกษตร รัสเซียพร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลือลงทุนจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าการเกษตรและสนับสนุนสินค้าการเกษตรจากไทย รวมทั้งด้านพลังงาน ซึ่งเดิมมีความร่วมมือกันอยู่แล้ว หากมีการสานต่อร่วมกันจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศ ทั้งแหล่งพลังงานทางธรรมชาติและพลังงานปรมณูเพื่อสันติ
ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะเสริมสร้างและยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกันในทุกมิติ ในโอกาสครบ 120 ปีความสัมพันธ์ ไทย- รัสเซียในปี 60 โดยจะจัดตั้งทั้งคณะทำงานและคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อผลักดันความร่วมมือในด้านต่างๆที่ได้ลงนามร่วมกันแล้ว ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ทั้งความร่วมมือทางทหาร ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการเกษตร ด้านศุลกากร ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านการส่งผู้ร้ายข้ามแดน การจัดตั้งศูนย์ศึกษาวัฒนธรรมรัสเซียในไทย พร้อมทั้งร่วมกันจัดเตรียมและผลักดันบันทึกความตกลงระดับรัฐบาลระหว่างกัน ทั้งความร่วมมือด้านความมั่นคงและความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเพื่อรับการมาเยือนของนรม.
หลังจากนั้นพล.อ.ประวิตร พร้อมคณะ ได้เข้าพบและหารือกับ นายดมิทรี โรโกซิน ( Dmitry Rogozin ) รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย และนายเดนิส แมนทูรอฟ ( Denis Manturov) รมว.อุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย เพื่อสานต่อเรื่องที่ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีรัสเซีย โดยได้หารือถึงความร่วมมือด้านความมั่นคง ด้านการทหารและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกัน ซึ่งฝ่ายรัสเซียพร้อมให้ความร่วมมือสนับสนุนเทคโนโลยีทางทหารกับไทย และขอเชิญ รมว.กลาโหมร่วมประชุมความมั่นคง กลาโหมอาเซียน - รัสเซีย ในเม.ย.59 พร้อมเข้าร่วมชมนิทรรศการ Army 2016 และให้ความร่วมมือในการจัดตั้งโรงงานผลิตยุทโธปกรณ์ รวมทั้งอุตสาหกรรมพื้นฐานในไทย เพื่อตอบสนองความต้องการและการบริการด้านยุทโธปกรณ์ระดับภูมิภาค ขณะเดียวกันด้วยศักยภาพด้านการรถไฟของรัสเซียก็มีความสนใจลงทุนด้านการรถไฟในไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของไทย ในโอกาสเดียวกันนี้ ผบ.ตร.และคณะผู้แทนเหล่าทัพ ได้เข้าเยี่ยมชมระบบของโครงการจัดตั้งเมืองที่ควบคุมความปลอดภัยขั้นสูงสุด ของรัสเซีย เพื่อศึกษาในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในภาพรวม
วันที่ 25 กพ. พล.อ.ประวิตร พร้อมคณะ ได้เข้าพบและหารือกับพล.อ.เซอกี้ โชยกู ( Sergei Shoigu ) รมว.กลาโหมรัสเซีย ณ กลาโหมรัสเซีย โดยได้รับการต้อนรับจากกองทหารเกียรติยศอย่างสมเกียรติ จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้หารือ ในการยกระดับความสัมพันธ์และกระชับความร่วมมือทางทหารร่วมกันให้มากขึ้น ทั้งด้านการข่าว การฝึก ศึกษา ด้านยุทโธปกรณ์และการส่งกำลังบำรุง การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน โดยไทยมีแผนจะเปิดอัตรา ผู้ช่วยทูตทหารอากาศ เพื่อการประสานงานร่วมกัน ขณะที่กลาโหมรัสเซียเห็นถึงศักยภาพและบทบาทของกลาโหมไทยในภูมิภาคอาเซียน โดยเสนอให้มีความร่วมมือทางทหารด้วยการจัดทำเป็นแผนระยะยาว พร้อมทั้งเสนอให้ที่นั่งการศึกษาทางทหารและหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันผลักดันความร่วมมือทางทหารระหว่างกันใใหมากขึ้น
ต่อจากนั้น พล.อ.ประวิตรพร้อมคณะ ได้เข้าพบและหารือกับนายนิโคไล ปาตูเชฟ ( Nikolai Patrushev ) ลมช.รัสเซีย ได้กล่าวว่า รัสเซียเห็นถึงความสำคัญในการเดินทางมาเยือนรัสเซียของรองนรม.ทั้งสองท่าน ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกัน ทั้งเรื่องการต่อต้านการก่อการร้าย การก่ออาชญกรรมข้ามชาติ ซึ่งความสัมพันธ์ในลักษณะพิเศษและความไว้วางใจที่ต่อเนื่องยาวนานของทั้งสองประเทศ เป็นพื้นฐานสำคัญของความร่วมมือในอนาคต ที่จะยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกันในอนาคต







