posttoday
วิธีแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ซับซ้อน เรื่องพระและอื่นๆ

วิธีแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ซับซ้อน เรื่องพระและอื่นๆ

25 กุมภาพันธ์ 2559

“อบพระ” ที่พุทธมณฑลเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2559 เป็นข่าวเกรียวกราวและพระพูดกันถึงวิกฤตพระพุทธศาสนาในประเทศไทย

โดย...ศ.นพ.ประเวศ วะสี

“อบพระ” ที่พุทธมณฑลเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2559 เป็นข่าวเกรียวกราวและพระพูดกันถึงวิกฤตพระพุทธศาสนาในประเทศไทย รัฐบาลจะไม่เสนอสมเด็จช่วงเป็นสมเด็จพระสังฆราช ก็มี “ม็อบพระ” มากดดัน ถ้าจะเสนอก็มีอีกฝ่ายคัดค้านโดยโยงไปถึงวัดพระธรรมกายและโยงไปถึงอีกฝ่ายทางการเมืองที่ขัดแย้งกัน

ความขัดแย้งในสังคมไทยมีความซับซ้อนมากมายหลายอย่าง เช่น ความขัดแย้งเรื่องประชาธิปไตย เรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องสถาบัน เรื่องทักษิณ เรื่องระบบรัฐราชการกับการกระจายอำนาจ เรื่องการขาดความเป็นธรรมและความเหลื่อมล้ำอย่างสุดๆ แล้วก็มาเรื่องพระพุทธศาสนา

ทั้งหมดอาจรวมเรียกว่าวิกฤตการณ์ความซับซ้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจก็แก้ไขไม่ได้ เมื่อแก้ไขไม่ได้ก็เป็นวิกฤตการณ์เรื้อรัง ซึ่งบางครั้งก็จะหลุดไปสู่ความรุนแรง เมื่อรุนแรงแล้วก็ยังแก้ไขไม่ได้ การใช้อำนาจ อาจจะแก้ไขตามอาการที่ปลายเหตุได้เล็กๆ น้อยๆ แต่แก้ต้นเหตุและแก้วิกฤตการณ์ความซับซ้อนไม่ได้

ความขัดแย้งอาจนำไปสู่การยกระดับการพัฒนาได้ด้วยกระบวนการทางปัญญา

สุนทรียสนทนา คือ กระบวนการทางปัญญา

ควรจัดให้มีเวทีสุนทรียสนทนาที่กระจายเสียงและแพร่ภาพไปทั่วประเทศ

สุนทรียสนทนาเน้นการฟังคู่สนทนาอย่างลึก

ไม่เน้นที่การพูดสวนกันไปมาอย่างเปรี้ยงปร้างหรือโจมตีกันไปมา การพูดสวนกันไปมาอย่างเปรี้ยงปร้าง หรือโจมตีกันไปมา ยังไม่ผ่านการไตร่ตรองด้วยปัญญา แต่มีอารมณ์สูง จึงทำให้โกรธเกลียดกันมากขึ้นได้ง่าย สุนทรียสนทนากับการโต้เถียงแบบดีเบตไม่เหมือนกัน

การฟังอย่างลึกมีประโยชน์หลายอย่าง อย่างหนึ่งถ้าเราตั้งใจฟังใครแสดงว่าเราเคารพผู้พูด ทำให้ผู้พูดมีความรู้สึกที่ดี คนเราควรเคารพศักดิ์ศรีความเป็นคนของคนอื่น แม้คนที่ขัดแย้งกับเรา สอง การฟังอย่างลึกโดยไม่พูดสวนเปรี้ยงปร้าง ทำให้เข้าใจและเห็นใจผู้พูด ทำให้ขยายมุมมองของผู้ฟัง อย่างที่เรียกว่านึกถึงอกเขาอกเรา

สาม การมีสติ ฟังอย่างเงียบแล้วไตร่ตรองดูด้วยเหตุผล เป็นกระบวนการทางปัญญา ฉะนั้นเมื่อฝ่ายฟังอย่างลึก เป็นผู้พูดบ้าง คำพูดที่จะพูดออกไปได้ผ่านกระบวนการทางปัญญามาแล้ว จึงมีคุณภาพสูงกว่าการตอบโต้ด้วยอารมณ์หรือที่หวังเอาชนะคะคาน

สุนทรียสนทนานอกจากใช้หลักการฟังอย่างลึกดังกล่าวแล้ว ยังเน้นที่การใช้เหตุผลและหลักฐานข้อเท็จจริงหรือความรู้

ความเป็นเหตุเป็นผลช่วยให้เข้าถึงความจริง ในขณะที่การมุ่งโจมตีเอาชนะคะคานทำให้เกิดอารมณ์ ผู้สนับสนุนสุนทรียสนทนาควรเตรียมข้อมูล และความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆไว้ ซึ่งเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ทำให้ทำได้ง่าย ในระหว่างสนทนาเมื่อถึงจังหวะมีการให้ข้อมูลหรือความรู้เข้าไปสู่การสนทนา

มีการทดลองพิสูจน์มาแล้วมากมายว่าคนที่ไม่รู้จักกันเลยเมื่อมาสนทนากัน เริ่มต้นมีความเห็นต่างแต่เมื่อได้รับข้อมูลหรือความรู้ที่ถูกต้อง กลับพลิกมาเห็นพ้องต้องกันได้ มีผู้เรียกกระบวนการนี้ว่า Deliberative Democracy หรือประชาธิปไตยแบบไตร่ตรองด้วยความรู้และเหตุผล ซึ่งทำให้ก้าวข้ามความขัดแย้งไปสู่ความสร้างสรรค์ด้วยปัญญาได้

ในประเทศไทยมีผู้รู้เกี่ยวกับสุนทรียสนทนาอยู่หลายคน ซึ่งอาจช่วยให้เกิดกระบวนการทางปัญญาได้ รัฐบาลควรมีนโยบายสนับสนุนการกระจายเสียงและแพร่ภาพจากเวทีสุนทรียสนทนาในเรื่องต่างๆ เพื่อให้คนไทยทั้งชาติมีส่วนร่วมทางกระบวนการทางปัญญา เพราะมีแต่กระบวนการทางปัญญาอันไพศาลเท่านั้น ที่จะทำให้สังคมไทยออกจากวิกฤตการณ์ของความขัดแย้งที่ซับซ้อนได้

เมื่อครั้งพุทธกาล พระสงฆ์ที่กรุงโกสัมพีแบ่งเป็น 2 พวก ทะเลาะกันไม่ยอมหยุด พระพุทธองค์เสด็จไปห้ามก็ไม่เชื่อ แถมยังกล่าวว่า “ขอพระผู้มีพระภาค จงขวนขวายน้อย” หรืออย่าขยันมาห้ามเสียให้ยากเลย นี่ขนาดเป็นพระศาสดาของทั้งสองข้างที่ทะเลาะกันยังเอาไม่อยู่ พระพุทธองค์จึงเสด็จหลีกเข้าป่าเลไลยก์ ไปที่มีเรื่องลิงและช้างเอาของมาถวายนั่นแหละ ต่อมาประชาชนชาวกรุงโกสัมพีเป็นผู้ยุติความขัดแย้งของพระสงฆ์ทั้งสองฝ่าย

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ว่าผู้มีบารมี หรือผู้มีอำนาจยุติความขัดแย้งไม่ได้ แต่ประชาชนสามารถยุติความขัดแย้งได้ บทบาทของประชาชนจึงสำคัญยิ่งนัก ในความซับซ้อนที่เข้าใจยาก หากมีกระบวนการทางปัญญาดังกล่าวข้างต้น จะทำให้ประชาชนเข้าใจประเด็นของความซับซ้อนและมีวิธียุติความขัดแย้ง

ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องการตั้งพระสังฆราช ผู้ที่จะถอดสลักเรื่องนี้ได้ดีที่สุดไม่ใช่คุณประยุทธ แต่คือสมเด็จช่วง ดังที่พระไพศาล วิสาโล ว่าไว้ เมื่อคราวสถาปนาสมเด็จพระญาณสังวร เป็นพระสังฆราชอย่างราบรื่น ก็เป็นเพราะพระมหาเถระ 2 รูป คือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ) วัดมหาธาตุ และสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น) วัดสามพระยา แสดงความไม่ยึดติด พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งการปล่อยวางไม่ยึดติด เพื่อให้ส่วนรวมมีความราบรื่น

“ม็อบพระ” ปะทะทหารเป็นเพียงอาการของโรคของชาวพุทธในประเทศไทยที่มีมาอย่างซึมลึกเป็นเวลานาน โรคย่อมสำแดงอาการออกมาต่างๆ นานา การจะรักษาโรคนี้ได้ตามสมุฏฐาน ก็คือกระบวนการทางปัญญาดังกล่าวแล้ว ถ้าประชาชนจำนวนมากเข้าใจหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงแล้ว นอกจากจะนำไปสู่ชีวิตและการอยู่ร่วมกันที่เจริญแล้วยังจะช่วยให้ระบบสงฆ์เกิดความถูกต้องด้วย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน