posttoday
มาร์คยกเลิกพรก.ฉุกเฉินเพิ่ม6จังหวัด

มาร์คยกเลิกพรก.ฉุกเฉินเพิ่ม6จังหวัด

30 กรกฎาคม 2553

 

ไม่ปลดล็อก‘กทม.ปริมณฑล’ ตร.คุมเข้มพื้นที่ราชการขนส่ง

โพสต์ทูเดย์ — นายกรัฐมนตรีลงนามคำสั่งยกเลิกใช้ พ.ร.ก.ในพื้นที่ 6 จังหวัด คงไว้กรุงเทพฯปริมณฑล

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งยกเลิกการบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอีก 6 จังหวัด ประกอบด้วย จ.มุกดาหาร พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี หนองบัวลำภู ชัยภูมิ และมหาสารคาม เมื่อวันที่ 29 ก.ค. หลังที่ประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มีมติให้ยกเลิก

สำหรับที่เหลือรวม 10 จังหวัด ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดที่ยังมีความเคลื่อนไหวและอาจเกิดสถานการณ์เมื่อยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เช่น ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ภาคอีสาน คือ จ.นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และอุบลราชธานี และภาคกลาง ได้แก่ จ.ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ศอฉ.ได้ประเมินสถานการณ์ในจังหวัดต่างๆ ทั้ง 16 จังหวัด และเรียงลำดับจากที่ยกเลิกได้ ไปจนถึงที่มีสถานการณ์หรือความเคลื่อนไหวอยู่ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา

พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า ศอฉ.ไม่ได้สรุปว่าต้องเลิกกี่จังหวัด แต่เรียงลำดับจังหวัดที่มีความเคลื่อนไหวจากเบาไปหาหนัก เพื่อให้นายกฯ พิจารณายกเลิก ส่วนในภาคต่างๆ มีหลายจังหวัดที่ไม่อาจยกเลิกได้ และโดยเฉพาะ กทม.ต้องคงไว้ก่อน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการ ศอฉ. กล่าวว่า ในส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้นมีความจำเป็นต้องคงไว้ เพราะมีความชัดเจนว่าต้องใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมดูแลรักษาความสงบของบ้านเมือง และในขณะนี้มีการดำเนินการของพนักงานสอบสวนซึ่งต้องมีการจับกุมควบคุมตัวร่วมด้วย ซึ่งต้องใช้เวลา และในขณะเดียวกันเพื่อป้องกันการยุยงปลุกระดม

พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) กล่าวถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ หลังจากเกิดเหตุระเบิดบริเวณป้ายรถประจำทางบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ราชดำริ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. นายอภิสิทธิ์สั่งให้กวดขันดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ดี

“ที่จริงเราประมาทไม่ได้เลยสักจุด เพราะเรายังไว้ใจอะไรไม่ได้ ในแง่ของตำรวจก็ต้องดูแลทุกจุด โดยเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยง เช่น สถานที่ราชการ และจุดที่มีคนไปรวมตัวกันจำนวนมาก เช่น สถานีขนส่ง เป็นจุดที่ให้ความสำคัญ เราต้องดูแล” พล.ต.อ.ปทีป กล่าว

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ 10) กล่าวภายหลังเรียกประชุมติดตามคดีระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี ว่า พล.ต.อ.ปทีป ให้มาตรวจติดตามความคืบหน้าของคดี ส่วนสำนวนก็ส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ รับไปดำเนินการตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุคดีระเบิดบิ๊กซี ราชดำรินั้นไปเชื่อมโยงกับอีก 23 คดี ที่เคยส่งไปให้ดีเอสไอแล้ว

นอกจากนี้ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ให้ประชุมสรุปคดีประสานกับดีเอสไอ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีหน้าที่ในการสืบสวนเพื่อสนับสนุนข้อมูลด้านการสืบสวนให้ดีเอสไอ ถือว่าช่วยกันทำงาน ซึ่งคดีคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว

สำหรับผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดนั้น พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังประชุมเพื่อดำเนินการอยู่ คืบหน้าไปได้พอสมควร ส่วนจะสามารถออกภาพสเกตช์คนร้ายได้หรือไม่นั้น ขอตรวจสอบก่อนเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านการดูมาหลายระดับ หลายรอบแล้ว โดยมีทั้งทีมดู ทีมตรวจกล้องวงจรปิด ตอนนี้เก็บหลักฐานมาทั้งหมดเปรียบเทียบกับบุคคลต้องสงสัยว่าสามารถสวมกันได้หรือไม่ ในส่วนไหน อย่างไร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท