
ออกหมายจับอีก แม้วเบี้ยวขึ้นศาลคดีแจ้งทรัพย์เท็จ
โพสต์ทูเดย์
— ศาลฎีกานักการเมือง ออกหมายจับ “ทักษิณ” เบี้ยวพิจารณาคดีแจ้งทรัพย์สินเท็จครั้งแรกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ให้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานจงใจไม่มาตามศาลนัดในคดียื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินเท็จต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ทั้งนี้ ศาลได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรก ปรากฏว่าฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เดินทางมาศาลแต่อย่างใด คงมีเพียงตัวแทนของ ป.ป.ช. มาศาล องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาแล้วเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้คัดค้านได้รับหมายแล้วไม่มาศาลและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง พฤติการณ์เชื่อว่าหลบหนี จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับ แต่ในชั้นนี้ยังไม่แน่ชัดว่าจะได้ตัวผู้คัดค้านมาดำเนินคดีเมื่อใด จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความเป็นการชั่วคราวด้วย
คดีดังกล่าว ป.ป.ช. ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯ วินิจฉัยกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ต้องคำพิพากษาคดีซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษกและคดียึดทรัพย์จำนวน 46,373 ล้านบาทเศษ ตกเป็นของแผ่นดิน ฐานจงใจยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของตนเองหรือคู่สมรส หรือบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 263 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดนออกหมายจับก่อนหน้านี้ 5 คดี คือ คดีที่ดินรัชดาฯ โดยศาลได้มีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี คดีทุจริตจัดซื้อกล้ายาง คดีหวยบนดิน คดีให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ปล่อยกู้ให้ประเทศพม่า และคดีก่อการร้าย







