posttoday
ยูเนสโกชี้เอเชียแปซิฟิกเผชิญปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา

ยูเนสโกชี้เอเชียแปซิฟิกเผชิญปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา

24 กุมภาพันธ์ 2559

ยูเนสโกเผย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเผชิญกับปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ชี้ถึงเวลาต้องมีนวัตกรรมใหม่ในการแก้ไข

ยูเนสโกเผย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเผชิญกับปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ชี้ถึงเวลาต้องมีนวัตกรรมใหม่ในการแก้ไข

นายอิชิโร มิยาซาวา ผู้เชี่ยวชาญด้านการรู้หนังสือและการเรียนรู้ตลอดชีวิต องค์การยูเนสโกเปิดเผย ว่า พบเด็กในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกจำนวน5% หรือ 17 ล้านคน จากเด็กวัยเรียน 337ล้านคน ที่ไม่ได้เรียนหนังสือ

ทั้งนี้ ในรอบ 50 ปี พบว่าปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา เนื่องจากรัฐไม่มีการวางนโยบายที่ชัดเจน ปัญหางบประมาณไม่เพียงพอ รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ ไม่มีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา ลดคุณภาพแต่เพิ่มปริมาณ

นอกจากนี้ยังพบว่าประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกล้วนลงทุนเรื่องการศึกษาโดยจัดสรรงบประมาณถึง 46% ให้กับการศึกษา แต่กลับไม่ไปถึงเด็กยากจน มีเพียงเด็กบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากระบบการศึกษาให้ดีขึ้น 10%เท่านั้น จึงถึงเวลาที่ต้องมีนวัตกรรมใหม่ในการจัดการปัญหา

นายนิโคลัส เบอร์เนตต์ นักเศรษฐศาสตร์การศึกษา อดีตผู้บริหารระดับสูงของยูเนสโกและธนาคารโลก กล่าวว่า ปี 2007-2013 อัตราการลดจำนวนเด็กนอกระบบการศึกษาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอยู่ในระดับคงที่เกือบทศวรรษติดต่อกัน ทำให้เด็กจำนวนกว่า 124 ล้านคน ยังประสบปัญหาที่เสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา เช่น ความยากจน ความพิการ ความห่างไกล เป็นต้น หากเด็กกลุ่มดังกล่าวมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นก็จะสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคม

ทั้งนี้พบว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้มีค่าการสูญเสียอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจราว 1-4% โดยประเทศไทยมีระดับของการสูญเสียทั้งทางตรงและทางอ้อมอยู่ที่ราว 1-3% ของ GDP สำหรับดัชนีชี้วัดเชิงบวกด้านสังคมจากกรณีศึกษาในประเทศโคลัมเบียปี 2015 พบว่า หากดึงเด็กกลุ่มนี้คืนสู่ระบบเพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ 1) อัตราการเกิดลงลด 2.5% 2) อัตราการเสียชีวิตในทารกลดลง 27% 3) อัตราความยากจนเฉลี่ยต่อคนลดลง 11% และ 4) อัตราการเกิดอาชญากรรมลดลง 25%

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จากที่สสค.ได้ขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงระบบและการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ใน15จังหวัด ทำให้ทราบปัญหาและความต้องการการศึกษา โดยเสนอให้แก้ปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษในประเทศไทย ด้วยหลักการ 5 ข้อ คือ  1) การใช้ระบบสารสนเทศ เชื่อมโยงข้อมูลเพื่อส่งต่อข้อมูลผู้เรียน และความต้องการในพื้นที่ เช่น ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2) การจัดสรรงบประมาณที่ตรงตามความต้องการของผู้เรียนผ่านงานวิจัยระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษา เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนและความต้องการของผู้เรียนตามสภาพความจริงที่ทำร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ 3) มาตรการติดตามเฝ้าระวังรายกรณีเพื่อลดอัตราเสี่ยงการหลุดออกนอกระบบการศึกษา 4) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ทั้งภาคการศึกษาและนอกภาคการศึกษา เพราะเด็กนอกระบบต้องเชื่อมโยงความร่วมมือมากกว่ารั้วโรงเรียน เช่น พัฒนาสังคม สาธารณสุข รวมถึงภาคเอกชน และ 5) นโยบายเชิงประจักษ์สำหรับแก้ปัญหาเด็กกลุ่มนอกระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าการร่วมมือครั้งนี้จะทำให้เป้าหมายการศึกษาข้อ 4 ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนสำเร็จได้ภายในปี 2030

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท