
บี้4แอร์ไลน์ส่งงบ31มี.ค.
คมนาคมขีดเส้น 4 สายการบินมีปัญหาการเงิน ส่งงบก่อน 31 มี.ค.นี้ ขู่ไม่ทันถอนใบอนุญาต
คมนาคมขีดเส้น 4 สายการบินมีปัญหาการเงิน ส่งงบก่อน 31 มี.ค.นี้ ขู่ไม่ทันถอนใบอนุญาต
นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวถึงแนวทางการกำกับดูแล 4 สายการบิน ซึ่งขณะนี้พบว่ามีปัญหาฐานะทางการเงินโดยประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก คือ สายการบินเอเชียนแอร์, ซิตี้แอร์เวย์, กานต์แอร์ และเจ็ท เอเซีย ว่า กพท.กำหนดให้สายการบินทุกสายต้องรายงานสถานะทางการเงินรอบปี 2558 ภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ หากไม่รายงานสามารถเพิกถอนใบอนุญาตได้
“สายการบินที่มีปัญหา กพท.ได้เฝ้าระวังและได้หารือกันมา เช่น ซิตี้แอร์เวย์ ที่ขอเป็นชาร์เตอร์ไฟลต์ต่างประเทศ จะต้องขอใบอนุญาตทำการบิน (ไฟลต์เพอร์มิต) ทุกครั้ง แต่หลังวันที่ 18 ก.พ. หากไม่เคลียร์สถานะทางการเงิน ก็จะไม่ออกใบอนุญาตให้ การจะเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการก็ต่อเมื่อสถานะทางการเงินไม่เหมาะสมที่จะทำธุรกิจต่อไป จึงจะสามารถเพิกถอนได้ หากสายการบินใดมีปัญหาสภาพคล่อง ซึ่งสายการบินที่โดนพักหยุดบินยังไม่กระทบไลเซนส์ เพียงแต่เฝ้าระวัง” นายจุฬา กล่าว
ทั้งนี้ ในการเคลียร์หนี้ของสายการบิน อาจตกลงกับเจ้าหนี้ให้ยอมตัดลดหนี้ หรือแฮร์คัต หรือปรับโครงสร้างก็ได้ ก็เป็นเรื่องที่ตกลงกัน หากบริษัทดำเนินงานโดยการกู้อย่างเดียว ก็จะมีความเสี่ยง ซึ่งปัจจุบันถามว่าขณะนี้ กพท.เพิกถอนสายการบินใดหรือไม่ ยังไม่ถึงขนาดนั้น ซึ่งสิ่งที่ดูโดยจะดูงบดุลทั้งหมด รายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร ขาดทุน
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า 4 สายการบินดังกล่าวไม่ใช่สายการบินหลักของไทย ดังนั้นคาดว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารคนไทยที่มีการเดินทางภายในประเทศมากนัก เพราะส่วนใหญ่เป็นสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำที่บินไปยังต่างประเทศ รวมทั้งยังมีเที่ยวบินที่ให้บริการไม่ถี่มากนัก โดยยืนยันทั้ง 4 สายการบินอยู่ในสถานะเฝ้าระวัง ยังไม่ยกเลิกใบอนุญาตแต่อย่างใด
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีบางสายการบินไม่ได้มีการทำการบินเลย แม้ว่าจะมีการขอใบอนุญาตทำการบิน ซึ่งในอนาคตจะมีการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจสายการบินให้มากขึ้น โดยขณะนี้คณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) เตรียมที่จะทบทวนหลักเกณฑ์การดำเนินธุรกิจการบินใหม่ให้รัดกุมเข้มข้นมากขึ้น โดยสายการบินจะต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ (AOL) ก่อน จึงจะสามารถมายื่นขอใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (Aoc) ได้ โดยเป็นไปตามระเบียบ
ด้านความเคลื่อนไหวสายการบินนกแอร์ที่ยกเลิก 20 เที่ยวบิน ในวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ กล่าวว่า สถานการณ์จองตั๋วเครื่องบินน่าจะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมยืนยันว่า ตั้งแต่วันที่ 24 -29 ก.พ. 2559 นกแอร์จะไม่มีการยกเลิกเที่ยวบินอีกแล้ว เนื่องจากได้มีการทำพันธมิตรทางการบิน โดยทำการบิน 20 เที่ยวบิน/วัน (ไป-กลับ)
นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ ซึ่งมีธุรกิจจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่ายอดจองตั๋วนกแอร์ลดลงจนมีนัยสำคัญ แต่คงมีผลบ้าง เพราะผู้โดยสารไม่สบายใจ หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับนกแอร์แก้ปัญหาอย่างไร ถ้าโอนถ่ายผู้โดยสารให้สายการบินพันธมิตรได้หมดก็ไม่กระทบ นกแอร์คงไม่ต้องสร้างความเชื่อมั่นตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน เพราะเข้าใจว่าไม่ใช่ปัญหาความปลอดภัย แต่นกแอร์ต้องไปสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค







