posttoday
เมียนมาเปิดรับแบงก์ต่างชาติ โอกาสของนักลงทุนไทย

เมียนมาเปิดรับแบงก์ต่างชาติ โอกาสของนักลงทุนไทย

23 กุมภาพันธ์ 2559

การเปิดประเทศของเมียนมาในปี 2011 เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขจุดอ่อนของระบบเศรษฐกิจแบบปิด

โดย...ชพรรณ วงศ์วัฒน์ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

การเปิดประเทศของเมียนมาในปี 2011 เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขจุดอ่อนของระบบเศรษฐกิจแบบปิด และมุ่งไปยังการเปลี่ยนเป็นระบบเศรษฐกิจแบบเปิดที่เป็นไปตามกลไกตลาดมากขึ้น

รัฐบาลเมียนมาจึงหันมาปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ โดยหวังให้การลงทุนเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี เป้าหมายของเมียนมาจะสำเร็จได้ต้องอาศัยระบบการเงินที่ทันสมัยและทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในระบบเศรษฐกิจเสรี สถาบันการเงินเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำหน้าที่หล่อลื่นการทำงานของภาค
เศรษฐกิจจริง หากประเทศขาดสถาบันการเงินที่ทำหน้าที่ได้ดี ผู้ที่มีเงินออมย่อมเก็บเงินไว้กับตัวเอง แทนที่จะปล่อยกู้

ท้ายที่สุดการบริโภค การลงทุน และการจ้างงานเพิ่มเติม ย่อมไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะขาดเงินทุนจึงเป็นการขัดขวางการเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อประสิทธิผลของการดำเนินนโยบายการเงินด้วย เนื่องจากช่องทางการเงินต่างๆ เช่น ปริมาณสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยตลาด เป็นตัวกลางในการส่งผ่านนโยบายการเงินที่สำคัญ

ด้วยความสำคัญดังกล่าว การปฏิรูประบบธนาคารพาณิชย์ในเมียนมา จึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นที่จับตามองของประเทศต่างๆ ทั่วโลก

บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับระบบธนาคารของเมียนมาในปัจจุบัน และการปฏิรูประบบธนาคารพาณิชย์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งวิเคราะห์โอกาสของนักลงทุนไทย จากการเปิดให้ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศจัดตั้งสาขาในเมียนมาได้

เรามาดูโครงสร้างระบบธนาคารของเมียนมา ระบบธนาคารมีบทบาทสำคัญที่สุดในระบบการเงินของเมียนมา ซึ่งวัดโดยสัดส่วนสินทรัพย์ของระบบธนาคารพาณิชย์ที่มีมากถึงร้อยละ 99 ของสินทรัพย์รวมทั้งระบบการเงิน แต่ก็ยังมีสัดส่วนน้อยในระบบเศรษฐกิจเพียงร้อยละ 18 ของจีดีพี ในปี 2012

ธนาคารส่วนใหญ่ก่อตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายสถาบันการเงิน ในปี 1990 โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ธนาคารของรัฐ ธนาคารพาณิชย์เอกชน และธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับตรวจสอบของธนาคารกลางเมียนมา (Central Bank of Myanmar : CBM)

ธนาคารของรัฐมีบทบาทเป็นทั้งธนาคารพาณิชย์และธนาคารเพื่อการพัฒนาซึ่งมีทั้งหมด 4 ราย โดยแต่ละรายมีหน้าที่และบทบาทแตกต่างกัน

Myanmar Agriculture Development Bank (MADB) เป็นธนาคารแห่งเดียวที่สามารถให้สินเชื่อแก่เกษตรกรเพื่อสนับสนุนเกษตรกรรม ปศุสัตว์ และธุรกิจในชุมชน

ขณะที่ Myanmar Investment & Commercial Bank (MICB) และ Myanmar Foreign Trade Bank (MFTB) ให้บริการทางการเงินระหว่างประเทศ (International Banking Services) อีกทั้งยังเป็นผู้รับฝากเงินตราต่างประเทศของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจด้วย

ส่วน Myanmar Economic Bank (MEB) ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนเงินทุนแก่ภาคธุรกิจและประชาชน

ธนาคารพาณิชย์เอกชนได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการอีกครั้งในปี 1988 หลังจากที่รัฐบาลทหารได้ผนวกธนาคารพาณิชย์เอกชนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของธนาคารของรัฐมาเป็นเวลานานถึง 25 ปี ในปัจจุบัน ธนาคารพาณิชย์เอกชนมีทั้งหมด 23 แห่ง โดย 7 แห่งเป็นธนาคารกึ่งรัฐกึ่งเอกชน (Semi-Government Bank) ซึ่งรัฐบาลมีบทบาทในการบริหารหรือร่วมทุน

สำหรับธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ที่ตั้งอยู่ในเมียนมานั้นมี 2 รูปแบบ คือ (1) สำนักงานผู้แทนธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ (Foreign Representative Office) และ (2) สาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ โดย Foreign Representative Office ซึ่งมีทั้งสิ้น 43 แห่ง จาก 17 ประเทศทั่วโลก มีหน้าที่เพียงอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลและการติดต่อประสานงานกับธนาคารสาขาในประเทศต่างๆ ให้กับลูกค้าเท่านั้น ไม่สามารถให้บริการธุรกรรมทางการเงินแก่ลูกค้าได้

ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์ต่างชาติ ที่เพิ่งได้รับใบอนุญาตให้เปิดสาขาในเมียนมามีเพียง 9 แห่ง และสามารถดำเนินงานได้ในขอบเขตที่จำกัด

ที่ผ่านมา ธนาคารของรัฐเป็นผู้เล่นหลักในระบบธนาคารของเมียนมามาโดยตลอด ซึ่งสะท้อนจากสัดส่วนมูลค่าสินทรัพย์ที่มากถึงร้อยละ 66 ของมูลค่าสินทรัพย์รวมในปี 2012-2013

อย่างไรก็ดี ธนาคารของรัฐมีแนวโน้มสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้แก่ธนาคารพาณิชย์เอกชนมากขึ้น โดยในเดือน มี.ค. 2015 ส่วนแบ่งตลาดของธนาคารของรัฐลดลงเหลือเพียงร้อยละ 52 ของมูลค่าสินทรัพย์รวม

นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์เอกชนยังมีสัดส่วนเงินฝากและสินเชื่อสูงกว่าธนาคารของรัฐ โดยคิดเป็นร้อยละ 64 และ 80 ของปริมาณเงินฝากและสินเชื่อทั้งระบบ ตามลำดับ

สาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้ เกิดจากในช่วงที่ผ่านมา ข้อจำกัดในการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์เอกชนได้ผ่อนคลายลงมาก ทำให้ธนาคารพาณิชย์เอกชนขยายตัวอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ธนาคารของรัฐยังขาดอิสระในการบริหารงาน และมีข้อจำกัดในการเพิ่มทุนเพื่อปรับสถานะการเงินให้แข็งแกร่ง (Recapitalization) เนื่องจากธนาคารเหล่านี้เน้นการให้สินเชื่อเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางประเภทเท่านั้น

ปัญหาที่เกิดขึ้นมาส่งผลกระทบอย่างไร ไว้ฉบับหน้ามาดูกันต่อ...

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ