
ฉุนสหกรณ์ตร.ไม่ปล่อยเงินกู้เตรียมโดดตึกประชด
เมียตำรวจเมืองแปดริ้วสุดยั้วสหกรณ์โปลิศไม่ยอมปล่อยเงินกู้ให้ต่อคิวรอความหวังยาวไกลข้ามปีจนไม่มีกินยอมปืนตึกสูงแปดชั้นเตรียกระโดดลงพื้นประชดโชคดีกล่อมไว้ได้ทัน
เมียตำรวจเมืองแปดริ้วสุดยั้วสหกรณ์โปลิศไม่ยอมปล่อยเงินกู้ให้ต่อคิวรอความหวังยาวไกลข้ามปีจนไม่มีกินยอมปืนตึกสูงแปดชั้นเตรียกระโดดลงพื้นประชดโชคดีกล่อมไว้ได้ทัน
ประชาชนที่สัญจรไปมาผ่านอาคารผู้ป่วยพุทธโสธร โรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรายืนมุงดูด้วยความระทึก เนื่องจากบริเวณระเบียงห้องพักผู้ป่วยพิเศษชั้น 8 ด้านหน้าโรงพยาบาล ได้มีหญิงวัยกลางคนปีนขึ้นไปบนขอบระเบียงด้านหน้าตัวอาคาร พร้อมส่งเสียงเอ๊ะอ่ะ โวยวาย ร้องเรียกความสนใจจากผู้คน และทำทีว่าจะกระโดดลงมาจากตัวอาคารด้านบน ลงมาสู่พื้นด้านล่าง ทราบชื่อต่อมา คือ นางสุนทรี เพิ่มพิมล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/1 ม.2 ต.บางแก้ว อ.เมืองฉะเชิงเทรา ภรรยาของ ดต.อาทิตย์ เพิ่มพิมล ผบ.หมู่ งาน ป. สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจประจำตู้ยาม ต.วังตะเคียน
นายปราโมทย์ สุขสำราญ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/206 ม.5 แขวงกระทุ่มลาย เขตหนองจอก กทม. ผู้เห็นเหตุการณ์คนแรก กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ได้นำเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุ ถูกเครื่องจักรบดหนีบที่นิ้วมือ มาส่งเข้ารักษาตัวยัง รพ.เมืองฉะเชิงเทรา จากนั้นได้ขับรถไปจอดรอยังบริเวณลานจอดรถ ด้านหน้าตัวอาคารหลังดังกล่าวและได้เหลือบไปเห็นว่ามีคนกำลังปีนออกมาจากตัวอาคารด้านบนชั้น 8 พร้อมกับส่งเสียงโวยวาย แต่ฟังไม่ได้ยินเพราะตัวอาคารสูงมาก จึงได้ร้องเรียกให้ผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงแหงนหน้าขึ้นไปมอง
"จากนั้นผู้คนในบริเวณนี้จึงแตกตื่น และเริ่มทยอยออกมายืนมุงดูกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ที่ปีนออกมานั้นยังคงนั่งอยู่ที่บริเวณขอบระเบียงด้านบน อยู่เป็นเวลานาน และบางครั้งยังได้ขยับตัวไปมา ท่ามกลางความหวาดเสียวของผู้คนที่คอยยืนมุงดูอยู่ เพราะหวั่นเกรงว่าจะพลัดตกลงมายังพื้นด้านล่าง จริงๆ" นายปราโมทย์ กล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่ป้องกันสาธารณภัย จากเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ได้เตรียมเบาะลมยาง เร่งรีบนำมากลางไว้คอยท่ารองรับ ยังบริเวณด้านใต้ตัวอาคารหลังดังกล่าว ที่คาดว่าหากผู้ก่อเหตุตัดสิ้นใจที่จะกระโดดตึก หรือพลัดหล่นลงมา จะตกลงมาในเบาะนวมยางพอดี
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้เกี่ยวข้อง พร้อมเจ้าหน้าที่สหกรณ์ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมทั้งผู้บังคับบัญชา ของ ด.ต.อาทิตย์ เพิ่มพิมล ที่รู้จักคุ้นเคยกันดีได้ขึ้นไปทำการเกลี้ยกล่อมผู้ก่อเหตุ ยังบริเวณภายในห้องพักผู้ป่วยดังกล่าว ด้านบนชั้น 8 ของตัวอาคาร โดยใช้เวลาอยู่นานนับชั่วโมง แต่ไม่เป็นผล โดยนางสุนทรียังคงไม่ยินยอมที่จะลงมาจากระเบียง หรือเจรจาด้วย
จนกระทั่ง พ.ต.ท.จิระวัสส์ เชื้อจันทร์อัตถ์ รองผกก. สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้เดินทางมาถึง พร้อมทำทีเข้าไปเจรจาเกลี้ยกล่อม และรุกคืบเข้าไปพูดคุยในระยะใกล้จนถึงเกือบประชิดตัว จึงทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ติดตามมา สามารถคว้าข้อมือของผู้ก่อเหตุไว้ได้ในที่สุด ก่อนที่จะยินยอมลงมาเจรจาด้วยแต่โดยดี ท่ามกลางความโล่งอกของผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้คนที่มามุงดูกันอย่างใจจดจ่อ โดยที่ พ.ต.ท.จิระวัสส์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สหกรณ์ ได้รับปากว่าจะช่วยเร่งรัดคิวการปล่อยกู้ให้
อย่างไรก็ตามนางสุนทรี ยังคงต่อรองเพราะต้องการเงินไว้ใช้จ่ายติดตัวอีกจำนวน 3 พันบาท เนื่องจากไม่มีเงินกินข้าว และจะนำไปจ่ายค่าไถ่ถอนโทรศัพท์มือถือ ที่นำของสามีไปจำนำไว้ ซึ่ง พ.ต.ท.จิระวัสส์ ได้รับปากว่าจะไปดำเนินการไถ่ถอนโทรศัพท์ให้ พร้อมกับได้ให้เงินติดตัวไว้ใช้จ่ายอีกจำนวน 500 บาท
นางสุนทรี กล่าวหลังจากลงมาสงบสติอารมณ์ได้เพียงชั่วครู่ว่า น้อยใจเกี่ยวกับปัญหาเรื่องเงิน ที่ไม่มีใช้จ่ายในครอบครัว ไม่มีเงินใช้หนี้สินที่ไปหยิบยืมเขามารอบบ้าน หลังจากสามีได้เข้ายื่นกู้สหกรณ์ตำรวจภูธรฉะเชิงเทรา ไว้จำนวน 6 แสนบาท แต่ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติ โดยเจ้าหน้าที่ให้รอคิวปล่อยกู้นานเป็นคิวที่ 30 ซึ่งต้องใช้เวลารอต่อไปจนถึงปีหน้า จึงจะกู้ได้ จึงทำให้เกิดความเครียดอย่างหนักมากขึ้น เพราะต้องการนำเงินมาใช้หนี้ ใช้จ่ายในบ้าน และนำไปลงทุนค้าขาย เมื่อกู้ไม่ได้ก็ไม่เงินที่จะนำไปลงทุนทำอะไรได้
"วันนี้จึงอยากออกมาเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาของสามีเห็นใจ หาทางช่วยเหลือหรือช่วยให้สหกรณ์อนุมัติเงินไปทำทุนให้เร็วขึ้นด้วย" นางสุนทรี กล่าว
ขณะที่ ด.ต.อาทิตย์ ซึ่งเดินทางมาถึงยังที่เกิดเหตุในภายหลัง กล่าวว่า ภรรยาของตนเองมีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัวอยู่บ้างแล้ว และมีอาการทางประสาทอยู่เป็นระยะ เนื่องจากเป็นคนคิดมากทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน และปัญหาหลายด้านจนสติไม่ดี ซึ่งตนไม่ทราบว่าภรรยาไปก่อหนี้ไว้จำนวนเท่าไหร่ จากนั้นจึงได้พากันเดินทางกลับบ้านไปในที่สุด







