
สบท.แฉค่ายมือถือยึดค่าโทรพรีเพด
สบท.เผยผู้บริโภคร้องเรียนบริการมือถือพรีเพดยึดเงินค่าโทร-หมายเลขหากไม่เติมเงินตามกำหนด ชี้ตามประกาศกทช.ห้ามผู้ให้บริการบังคับลูกค้าใช้บริการตามเวลาที่กำหนด
สบท.เผยผู้บริโภคร้องเรียนบริการมือถือพรีเพดยึดเงินค่าโทร-หมายเลขหากไม่เติมเงินตามกำหนด ชี้ตามประกาศกทช.ห้ามผู้ให้บริการบังคับลูกค้าใช้บริการตามเวลาที่กำหนด
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผอ.สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม(สบท.) กล่าวว่า จากสถิติการรับเรื่องร้องเรียนในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมาของปี 2553 พบว่า มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน(พรีเพด) ร้องเรียนมา 107 เรื่อง โดยส่วนใหญ่จะถูกยึดเงินค่าโทรเนื่องจากเติมเงินไม่ทัน และในจำนวนนี้มีจำนวน 47 ราย ได้แจ้งยอดเงินชัดเจนว่า ถูกยึดเงินไปทั้งสิ้น 51,413 บาท หรือเฉลี่ย 1,093 บาทต่อราย
"จำนวนเรื่องร้องเรียน 107 เรื่องอาจมีจำนวนไม่มาก แต่ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการพรีเพดในตลาดมากกว่า 60 ล้านราย ดังนั้นแค่มีผู้บริโภคที่ใช้บริการระบบเติมเงินเพียง 1% หรือประมาณ 600,000 รายประสบปัญหาดังกล่าว ก็เท่ากับว่ามีเงินของผู้บริโภคมากกว่า 600ล้านบาท ที่อาจถูกผู้ให้บริการยึดไป"นายประวิทย์ กล่าว
ทั้งนี้ประกาศของ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ข้อ11 ระบุว่า การให้บริการโทรคมนาคมในลักษณะที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการเป็นการล่วงหน้าจะต้องไม่มีข้อกำหนดอันมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่ได้รับความ1เห็นชอบจากคณะกรรมการ ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่มีสิทธิที่จะยึดเงิน และยึดเบอร์โทรศัพท์ของผู้บริโภค
ดังนั้น ตามกฎหมายทางผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจึงไม่มีสิทธิยึดเงิน และเบอร์โทรศัพท์ของผู้ใช้บริการ โดยหากผู้บริโภคที่ใช้บริการระบบเติมเงิน และถูกยึดเงินไป ก็สามารถเรียกร้องกับผู้ให้บริการคืนเงินเข้าระบบได้ โดยติดต่อโดยตรงไปยังผู้ให้บริการราย
ทั้งนี้จากการตรวจสอบบริการพรีเพดส่วนใหญ่พบว่า หากถึงกำหนดแล้วไม่เติมเงินผู้ใช้บริการจะไม่สามารถโทรออกได้ แต่จะรับสายได้เป็นเวลา 15 วัน จากนั้นจะรับสายและโทรออกไม่ได้เป็นระยะเวลา2-3วันและถูกยกเลิกการใช้บริการหมายเลขในที่สุด







