posttoday
AEC กับพลวัตการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยและภูมิภาค (จบ)

AEC กับพลวัตการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยและภูมิภาค (จบ)

22 กุมภาพันธ์ 2559

สัปดาห์ที่แล้วได้กล่าวถึงท่ามกลางที่กำลังเผชิญกับปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

โดย...ผศ.ดร.สันติ ชัยศรีสวัสดิ์สุข

สัปดาห์ที่แล้วได้กล่าวถึงท่ามกลางที่กำลังเผชิญกับปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนยังต้องเตรียมตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศและภูมิภาครวมถึงต้องกังวลเกี่ยวกับภาคการบริการท่องเที่ยว 2 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ 1) ภาคบริการการท่องเที่ยวเองคงจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น

และ 2) เราได้เตรียมการรับมือไว้อย่างไรถ้าภาคบริการการท่องเที่ยวต้องสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันลงไปเฉกเช่นเดียวกับที่ภาคการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ในอดีตเคยมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง และก็ปรากฏชัดว่าเราสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันไปจากปัญหาการส่งออกที่ขยายตัวในอัตราติดลบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และถ้ามีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นจริง โครงสร้างพื้นฐานที่เราโหมลงทุนให้กับภาคบริการการท่องเที่ยวจะถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร

ประการที่สอง ไทยและอาเซียน (อาจจะช้าหรือเร็วต่างกันบ้าง) คงจะต้องเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรที่เราจะมีสัดส่วนของประชากรที่อยู่ในวัยเกษียณอายุมากขึ้น หรือมีสัดส่วนของประชากรในวัยทำงานน้อยลง หรือการก้าวเข้าการเป็นสังคมผู้สูงอายุ ข้อมูลจากการศึกษาของธนาคารโลกชี้ให้เห็นว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียจะมีระยะเวลาเปลี่ยนแปลงของการเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุที่สั้นกว่าการเปลี่ยนผ่านของประเทศในแถบยุโรปและญี่ปุ่น ระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านที่สั้นกว่าแสดงว่า เราจะมีระยะเวลาในการเตรียมตัว ปรับตัวน้อยกว่ามาก ประกอบกับการที่เรายังขาดแคลนข้อมูล องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นสังคมผู้สูงอายุอีกมาก ทำให้การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของประชากรในภูมิภาคเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทางเศรษฐกิจของไทยและภูมิภาค

การเตรียมตัวทางการเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในยามเกษียณอายุกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ต้องศึกษาทำความเข้าใจพอๆ กับการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของปัจจัยการผลิตที่เคยชินกับการมีแรงงานส่วนเกิน (Labor Surplus) ไปสู่การขาดแคลนแรงงาน เมื่อมีแรงงานลดน้อยลง การผลิตจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปสู่การใช้ปัจจัยการผลิตประเภทอื่นแทน ซึ่งได้แก่ ทุน เทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสารสนเทศ องค์ความรู้ และนวัตกรรม เป็นต้น เพื่อขับเคลื่อนให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพ และจะเป็นการเพิ่มผลิตภาพในการผลิตของแรงงานได้ทางหนึ่งด้วย

การออมหรือการสะสมของทุนภายในประเทศจึงเป็นเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมากต่อการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร

และที่น่ากังวลใจคือ อัตราการออมของประเทศไทยในปัจจุบันได้ลดต่ำลงกว่าในอดีตมาก ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยก็ถูกกดให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าดุลยภาพที่ควรจะเป็น ดังนั้นสำหรับผู้ออมที่มีวินัยทางการคลังที่ดี ก็จะถูกบังคับให้ต้องออมมากขึ้นเพื่อรักษาระดับการออมให้ได้รับผลตอบแทนจากการออมที่ไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก หรือถ้าไม่สามารถออมเพิ่มมากขึ้นได้ ด้วยปริมาณการออมที่เท่าเดิม ก็จำเป็นต้องออมในรูปของทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นเพื่อให้ได้ผลตอบแทนในระดับที่ต้องการได้ แรงกดดันต่างๆ ที่มีผลต่อการออมนี้เกิดขึ้นในสภาวะที่ไม่สมดุล (อัตราดอกเบี้ยถูกกดให้อยู่ในระดับที่ต่ำเกินไป เป็นระยะเวลานานเกินไป) ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่องไปเป็นระยะเวลายาวนานขึ้น ก็จะสามารถก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมตามมาได้อีกมาก

ประการที่สาม เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Structure) ซึ่งอาจจะแยกพิจารณาได้ใน 2 มิติ คือ มิติทางด้านขนาด และมิติทางด้านความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Spirit) ในส่วนของมิติทางด้านขนาด จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ผลิตในภาคการผลิตโดยเฉลี่ยควรจะต้องมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากการประหยัดจากขนาดเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตในระบบเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจของไทยและอาเซียนโดยส่วนใหญ่ประกอบด้วยผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยจำนวนมากเกินไป และมีธุรกิจขนาดใหญ่เพียงพอที่จะสามารถแข่งขันได้กับผู้ประกอบการต่างประเทศ หรือสามารถออกไปแข่งขันกับผู้ผลิตในตลาดต่างประเทศได้นั้น มีจำนวนน้อยเกินไปเมื่อเปรียบเทียบโครงสร้างขนาดของเศรษฐกิจโดยรวม

ที่เป็นแบบนี้อาจเป็นเพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันประเทศในภูมิภาคอาเซียนรวมทั้งประเทศไทยดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจโดยพยายามจะมุ่งเน้นการให้การช่วยเหลือ ส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมมาก โดยไม่ได้คำนึงว่าการส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันนานๆ เป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเลือกที่จะรักษาสถานะของการเป็น
ผู้ประกอบการรายเล็ก ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าถึงผลประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือที่ภาครัฐหยิบยื่นให้

ในส่วนของความเป็นผู้ประกอบการนั้นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ประกอบการในระบบเศรษฐกิจจะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่ธุรกิจจะต้องแบกรับและผลตอบแทนที่เหมาะสม ลดทัศนคติของการพึ่งพาภาครัฐโดยการเรียกร้องให้ภาครัฐจะต้องเข้าไปให้การสนับสนุนช่วยเหลือด้วยมาตรการต่างๆ ซึ่งหลายกรณีทำให้เกิดความลักหลั่น และไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน เพราะผู้ประกอบการไม่เข้มแข็งเพียงพอ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องเตรียมพร้อมที่จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ การสร้างสภาพแวดล้อมในการแข่งขันที่เป็นธรรมโดยการกำหนดกฎระเบียบที่เอื้อและสอดคล้องต่อการทำงานของกลไกตลาดจะเป็นเงื่อนไขในการนำพาให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของความเป็นผู้ประกอบการไปสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท