
ชงรีดต๋งน้ำมัน100%
บอร์ดสั่งศึกษารีดเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงานเป็น 50 สตางค์/ลิตร ดึงเงินหนุนพลังงานทดแทน
บอร์ดสั่งศึกษารีดเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงานเป็น 50 สตางค์/ลิตร ดึงเงินหนุนพลังงานทดแทน
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการที่มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาปรับอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนจาก 25 สตางค์/ลิตร เป็น 50 สตางค์/ลิตร หรือเพิ่มขึ้น 100% เนื่องจากเห็นว่าทิศทางราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ เป็นโอกาสที่จะเก็บเงินเข้ากองทุนเพิ่มเพื่อสะสมเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมพลังงานทดแทนระยะยาว
“ที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ไปศึกษาว่าหากเก็บเงินเข้ากองทุนเพิ่มจะทำให้กองทุนมีรายได้เพิ่มเท่าไร รวมทั้งผลดีผลเสีย และสรุปความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่7 มี.ค.” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวระบุว่า จากมติที่ประชุมที่มอบหมายให้ สนพ.ไปศึกษาว่าจะจัดเก็บเงินเข้ากองทุนเพิ่มหรือไม่ ทำให้ที่ประชุมยังไม่มีการอนุมัติแผนและกรอบการใช้เงินกองทุนระยะ 5 ปี (ปี 2560-2564)ซึ่งกำหนดจัดสรรเงินในโครงการต่างๆ ปีละ 1.2 หมื่นล้านบาท และกรณีที่ปรับเพิ่มอัตราจัดเก็บเงินเข้ากองทุนก็จะต้องปรับแผนการใช้เงินกองทุนด้วย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ปัจจุบันภาครัฐเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 25 สตางค์/ลิตร ทำให้แต่ละเดือนมีเงินไหลเข้ากองทุน 900-1,000 ล้านบาท หรือปีละ 9,000 ล้านบาท ส่งผลให้ขณะนี้กองทุนมีเงินสะสม 3.54 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ภาครัฐยังเก็บภาษีสรรพสามิตจากผู้ใช้น้ำมันชนิดต่างๆ 4.48-5.60 บาท/ลิตร และยังได้ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเรียกเก็บหรือชดเชยน้ำมันแต่ละชนิดด้วย
นายพรายพล คุ้มทรัพย์ กรรมการกองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า ได้เสนอที่ประชุมพิจารณาปรับเพิ่มอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุน เพราะเป็นช่วงที่น้ำมันมีราคาถูก และทำให้กองทุนมีเงินสนับสนุนโครงการตามแผนส่งเสริมและอนุรักษ์พลังงานในระยะ 5 ปี เพิ่มมากขึ้น
นางเอมอร ชีพสุมล รองผู้อำนวยการ สนพ. ยืนยันว่า การจัดสรรเงินกองทุนไปใช้ในโครงการต่างๆ ไม่ใช่ว่าจะจัดสรรให้ใครก็ได้ เพราะต้องจัดสรรตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.กองทุน
น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านพลังงาน กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์ฯ เนื่องจากแค่เริ่มเก็บก็ผิดฝาผิดตัวแล้ว เพราะเป็นการเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันไปอุดหนุนผู้ผลิตไฟฟ้าทดแทนหรือให้เอกชนกู้ไปเปลี่ยนหลอดไฟฟ้า และที่ผ่านมาไม่เคยมีการเปิดเผยต่อสาธารณะว่าเงินกองทุนจัดสรรไปให้ใครหรือองค์กรใดบ้าง หรือได้ประสิทธิผลหรือไม่อย่างไร
“เมื่อก่อนเก็บเงินเข้ากองทุน 4 สตางค์/ลิตร ต่อมาเพิ่มเป็น 5 สตางค์/ลิตร และ 25 สตางค์/ลิตร ถ้าเก็บเพิ่มเป็น 50 สตางค์/ลิตร จะเป็นเงิน 2 หมื่นล้านบาท/ปี แต่ไม่มีใครรู้ว่าเงินตรงนี้เอาไปให้ใคร เอาไปทำอะไร จึงอยากให้ตรวจสอบย้อนหลังด้วย” น.ส.รสนา ระบุ







