posttoday
พระมหานิกายแพ้ภัย (การเมือง)

พระมหานิกายแพ้ภัย (การเมือง)

21 กุมภาพันธ์ 2559

พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ วันที่ 19 ก.พ. 2559 บอกอารมณ์และสถานการณ์ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

โดย...สมาน สุดโต

พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ วันที่ 19 ก.พ. 2559 บอกอารมณ์และสถานการณ์ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พระเถระที่เป็นเสาหลักพระพุทธศาสนาได้ทั้งหมด เช่น นสพ.หัวสีว่า ประยุทธ์ ไม่ตั้งสังฆราชหากยังขัดแย้ง ฉบับที่เน้นการเมืองหวือหวาจิกหัวว่า ช่วง เปื้อนมลทิน

อีกฉบับหนึ่งว่าเถื่อนทุกขั้นตอน DSI ฟันเบนซ์สมเด็จช่วง หนังสือแนวการเมือง พาดหัวว่า ยันรถหรูสมเด็จช่วงผิด เผยทุกขั้นตอนเลี่ยง กม. ดีเอสไอ จ่อเรียกคืน 3.2 ล้าน บิ๊กตู่ เลิกจัดดีเบต อีกฉบับ DSI ยันเอกสารทุกชิ้นปลอมทุกขั้นตอน เบนซ์สมเด็จช่วงผิด 10 ข้อหา จี้ส่งมอบ จ่อฟันผู้ครอบครอง บิ๊กตู่ล้มดีเบต-ตั้งสังฆราช  นสพ.เศรษฐกิจ ดีเอสไอ แจงเบนซ์สมเด็จช่วงจดประกอบ
ผิด กม. 4 ขั้นตอน โพสต์ทูเดย์พาดหัวสั้นๆ เรียกสอบสมเด็จช่วง

Bangkok Post DSI casts light on illegal import of Somdej Chuang’s Mercedes.

The Nation DSI says Mercedes registered under Somdej Chuang’s name is illegal.

หัวข่าวเป็นผลจากการแถลงข่าวของดีเอสไอ เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2559 ที่เจาะจงว่า รถเบนซ์โบราณที่นำเข้าและจดประกอบในไทย (ทะเบียน ขม 99) ที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นผู้ครอบครองคนแรกนั้น ผิดกฎหมาย

เมื่อเป็นอย่างนี้ทำให้แนวโน้มการสถาปนาสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 เลือนราง แม้จะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 ที่เป็นสมเด็จพระราชาคณะอาวุโสโดยสมณศักดิ์ ต้องได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งมหาเถรสมาคมเห็นชอบไปแล้ว

การที่สมเด็จพระราชาคณะอยู่ในสมณเพศมาค่อนชีวิต (บวชเป็นสามเณร อายุ 14 ปี) มีชื่อเป็นเจ้าของรถเบนซ์โบราณ นับเป็นเรื่องให้ชวนสงสัยว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครจัดให้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนด้วยความศรัทธาเลื่อมใส แต่ใครเลยจะรู้ว่าจะเข้าทางคนที่จ้องจะโค่นจ้องจะล้ม   

พระมหานิกายซึ่งเป็นพระส่วนใหญ่ถูกสะกัดเสมอมาและไม่มีโอกาสโต เมื่อประเทศนี้ใช้พระบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 พระมหานิกายจะถูกปกครองมากกว่าจะเป็นผู้มีอำนาจในการปกครอง จึงไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งสูงสุดที่เรียกว่าสมเด็จพระสังฆราช ย่อมไม่มีสิทธิ จนกระทั่งถึง พ.ศ. 2481 พระมหานิกายจึงได้เป็นสมเด็จพระสังฆราช (สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนเทพวราราม)

เมื่อมีการใช้พระราชบัญญัติปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484-2505 ที่มีการบริหารแบบสังฆสภา มีสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นพระประมุข โดยสังฆสภาทำหน้าที่นิติบัญญัติ (สังฆาณัติ) คณะสังฆมนตรี ทำหน้าที่บริหาร (มีสังฆนายกเป็นหัวหน้า) และคณะวินัยธร ทำหน้าที่ด้านตุลาการ คณะสงฆ์มหานิกายแม้จะมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ไม่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น ตำแหน่งสังฆนายกเลย จนกระทั่งมีการประท้วง เมื่อสังฆนายกองค์ที่ 3 ก็ยังเป็นฝ่ายธรรมยุติอีก หลังจากประท้วงเมื่อ พ.ศ. 2494 สังฆนายกจึงมาอยู่กับคณะสงฆ์มหานิกายบ้าง

ปัญหาการเมืองรุมเร้าคณะสงฆ์มหานิกายอีกครั้ง เมื่อมีการเคลื่อนไหวตั้งสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 14 ตอนนั้นพระมหานิกาย 2 รูป ต่างก็มีสิทธิ รูปหนึ่งคือสมเด็จพระวันรัต วัดเบญจมบพิตร อายุ 69 ปี (เป็นสมเด็จ พ.ศ. 2490) อีกรูปสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (อยู่) วัดสระเกศ เป็นสมเด็จ พ.ศ. 2496 แต่อายุ 84 ปี ที่ประชุมคณะสงฆ์มหานิกายที่วัดมหาธาตุ เห็นชอบสนับสนุนให้สมเด็จวัดสระเกศ เป็นสมเด็จพระสังฆราช เพราะอายุมากแล้ว เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้แก่สมเด็จวัดเบญจฯ ถึงกับอาฆาตพระที่เป็นผู้นำในการประชุม คือ พระพิมลธรรม แต่ถึงกระนั้นท่านก็ได้เป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 14 ตามความตั้งใจ (อ้างว่าเป็นสมเด็จพระวันรัต ต้องเป็นสมเด็จพระสังฆราช) นับแต่วันนั้นคณะสงฆ์มหานิกายเริ่มแตกกัน แผนสะกัดดาวรุ่งเริ่มในปี 2503 ดาวรุ่งที่เป็นเป้าหมาย คือ พระพิมลธรรม (อาจ)

 เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ เพราะเป็นพระเถระที่ฉลาด คล่องแคล่ว เป็นรองสมเด็จเมื่ออายุ 46 ปี เป็นสังฆมนตรีว่าการองค์การปกครอง หากไม่มีอะไรขัดขวางต้องเป็นสมเด็จพระราชคณะแน่นอน โดยเฉพาะตำแหน่งสมเด็จพระวันรัต แทนวัดเบญจฯ ที่เลื่อนเป็นสมเด็จพระสังฆราช แต่การหาเป็นเช่นนั้นไม่ พระพิมลธรรมถูกการเมืองเล่นงานจนถึงกับต้องไปนอนในสันติบาลนานเกือบ 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. 2505 ถึงวันที่ 20 ส.ค. 2509 อนาคตที่สดใสจะได้เป็นสมเด็จก็หมดไปแต่นั้นมา ถึงแม้ว่าบั้นปลายชีวิตจะได้เลื่อนเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ก็ตาม แต่มีวาสนาเพียงแค่ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น (28 ส.ค. 2531) ในฐานะที่อาวุโสโดยพรรษา

ต่อมาในปี 2546 สมเด็จพระมหานิกายอีกหลายรูป อาจได้ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช เมื่อคำนึงถึงอาวุโสโดยสมณศักดิ์ตาม พ.ร.บ.สงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 แต่ก็มีบุญแค่ทำหน้าที่คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเท่านั้น เพราะทยอยมรณภาพกันไปตามลำดับ แม้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) จะดูหนุ่มกว่ารูปอื่น แต่ก็ทนได้เพียง 10 ปี (ที่เป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช) ก็มรณภาพ

สมเด็จพระราชาคณะ ฝ่ายมหานิกาย ถ้าไม่มรณภาพกก่อน จะขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชตามลำดับอาวุโส (โดยสมณศักดิ์) ดังนี้

1.สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) เกิด 11 ม.ค. 2471 (เป็นสมเด็จ พ.ศ. 2533) 2.สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม) เกิด 11 ก.พ. 2466 (เป็นสมเด็จ พ.ศ. 2535) และ 3.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง) เกิด 26 ส.ค. 2468 (เป็นสมเด็จ พ.ศ. 2538)

ปัจจุบันเหลือสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เพียงรูปเดียวที่เป็นเสาหลักชาวพุทธ ขาดท่านแล้วชาวพุทธจะรู้สึก จึงเชิญชวนให้ภาวนา ให้พระคุณท่านหลุดรอดจากมหาภัย เช่น ภัยจากการเมือง เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท