
‘เฝ้าโป่ง’ เกมคนแกร่ง
ผมเพิ่งจบทริปสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต เป็นการไปนั่งเฝ้าโป่งในป่าตะวันตก 4 วัน แล้วผลลัพธ์ออกมาดีเกินคาด
โดย...ปริญญา ผดุงถิ่น
ผมเพิ่งจบทริปสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต เป็นการไปนั่งเฝ้าโป่งในป่าตะวันตก 4 วัน แล้วผลลัพธ์ออกมาดีเกินคาด
แทนที่จะปีนขึ้นไปนั่งบนห้างที่มีอยู่ ผมเลือกที่จะกางบังไพรบนพื้นดิน ซึ่งมีอันตราย และลดอัตราความสำเร็จจากกลิ่นที่จะกระจายไปถึงจมูกสัตว์ได้ง่ายกว่า เจตนาคืออยากได้ภาพสัตว์ในมุมเรียดพื้น ซึ่งสวยกว่าภาพมุมกดจากที่สูง
หนึ่งในมาตรการกำจัดกลิ่น ก็คือการฉี่ใส่ขวด ฉี่ที่สะสมไว้ถึงวันสุดท้ายมีสีสันข้นคลั่กน่ากลัวมากกก แหะๆ
นอกจากนี้ก็ต้องรูดซิปบังไพรให้ปิดสนิทแทบทุกด้าน ไม่สามารถทำตัว “ชิล” นั่งซุ่มแบบสบายใจ เปิดบังไพรโล่งโจ้งให้สายลมโชยพลิ้วเย็นฉ่ำ
แม้จะใช้บังไพรเป็นเครื่องมือสำคัญเหมือนๆ กัน แต่การเล่นกับ “บิ๊กเกม” จะแตกต่างกับการถ่ายรูปนกอย่างมาก นกจะพึ่งสายตาเป็นหลัก แค่มีบังไพรปิดบังตัวไว้ ก็แทบจะประกันความสำเร็จแล้ว
ขณะที่สัตว์ป่า บังไพรเนียนๆ เป็นแค่เสี้ยวหนึ่งที่ต้องจัดการให้ดี ที่จัดการยากกว่าก็คือกลิ่นนี่ละ หากทิศทางลมไม่เป็นใจ ต่อให้อบตัวเองมิดชิดในบังไพรเพียงไร ก็ไม่อาจหวังผลเต็มร้อยอยู่ดี ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าใช้บังไพรแล้วจะทำบ้าบออะไรในนั้นก็ได้นะ ต้องอยู่แบบเงียบเชียบที่สุด พูดแค่กระซิบ เคี้ยวเบาๆ ฉี่กรอกขวดแผ่วๆ 555
ช่วงเวลาการเข้าออกโป่งก็สำคัญไม่ใช่เล่น เพื่อนรุ่นน้องร่วมทริปอาสาจะตื่นตี 4 มาทำอาหารเช้าให้ผมกินตี 5 แล้วห่ออาหารกลางวันไปกินกันในบังไพร เพื่อนคนนี้ยอมสละความสุขส่วนตัวที่จะดื่มไวน์น้อยหน่อย นอนเร็วหน่อย ผมเองก็ต้องปรับตัวตามด้วย เพราะเราคือทีมเวิร์ก
ทุกเช้ามืด เราจะไปถึงปากทางเข้าโป่งตอนฟ้ายังมืด อากาศหนาวเย็น แหงนมองทะลุยอดไม้สูงขึ้นไป แลเห็นดวงดาวในแสงจันทร์ เป็นความรู้สึกที่ฟินอย่างบอกไม่ถูก (แนวโรคจิต 555) จากนั้นก็ส่องไฟฉายเดินตามด่านสัตว์ระยะทางหลายร้อยเมตรสู่โป่ง เฝ้าถ่ายสัตว์จนมืดก็ส่องไฟฉายเดินกลับออกมา
ทั้งหลายทั้งปวงที่เล่ามา คือแนวทางมาตรฐานของเกมการล่าสัตว์ด้วยกล้อง ขณะที่ตัวคนเอง ก็ต้องมีความกล้าระดับหนึ่ง พร้อมด้วยความอึดในการอดทนรอคอย โดยไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าจะได้รับผลตอบแทนจากความทุ่มเท
แต่ถ้ามีผลตอบแทน ก็คือวาระของการเสพฮอร์โมนแสนสุข และมีภาพประทับใจตราตรึงไปชั่วชีวิต ซึ่งผมดันทำสำเร็จซะด้วยซี อิอิ







