
เจ้ากูตะลุมบอน
คนไทยอาจไม่คุ้นภาพของพระสงฆ์ชุมนุมประท้วงหรืออยู่ในวงตะลุมบอน แต่ในศรีลังกา หรือเมียนมา เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อย
โดย...กรกิจ ดิษฐาน
คนไทยอาจไม่คุ้นภาพของพระสงฆ์ชุมนุมประท้วงหรืออยู่ในวงตะลุมบอน แต่ในศรีลังกา หรือเมียนมา เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อย อีกประเทศหนึ่งที่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนคือเกาหลีใต้ ช่วงปี พ.ศ. 2540 กว่าๆ ช่วงนั้นมีความไม่ลงรอยในอำนาจการบริหารพุทธศาสนานิกายหลักของประเทศ คือนิกายโชเก
ประมาณปี 2542-2543 เกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ในนิกายโชเก เมื่อคณะปฏิรูปกับคณะผู้คุมกฎแย่งชิงอำนาจกัน แข่งขันกันว่าใครจะได้เป็นประมุขนิกาย ยังไม่นับผลประโยชน์มหาศาลเพราะนิกายนี้รัฐบาลให้การรับรองมากกว่านิกายอื่น เมื่อคุยกันไม่รู้เรื่องบรรดาศิษย์ของ 2 ฝ่าย จึงประจันหน้ากัน มีการตะลุมบอน ชกต่อย ใช้อาวุธทำร้าย ปิดล้อมพื้นที่ เป็นภาพที่สะเทือนใจชาวพุทธอย่างมาก ส่วนที่ไม่ใช่พุทธก็เย้ยหยันว่าแทนที่พระจะสำรวมเป็นตัวอย่างของผู้มีจริยาวัตรอันดีงาม กลับทำตัวเป็นนักเลงเสียอย่างนั้น
เกาหลีใต้มีอัตราผู้นับถือศาสนาพุทธเท่าๆ กับชาวคริสต์ แต่ที่มากกว่าคือที่ไม่ถือศาสนา เมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ ภาพลักษณ์ของศาสนาพุทธยิ่งตกต่ำลง อัตราผู้นับถือพุทธในประเทศยิ่งน้อยอยู่แล้วเรื่องนี้จึงส่งผลกระทบอย่างมาก ตอนนั้นเกาหลีใต้และเอเชียเผชิญวิกฤตการเงินพอดี คนทั่วไปจึงมองว่า นอกจากจะไม่ช่วยปลอบประโลมศาสนาแล้วพระยังทำตัวซ้ำเติมปัญหาเสียอีก (ส่วนอีกนิกายเกี่ยวพันกับรัฐบาลญี่ปุ่นยุคอาณานิคม อนุญาตให้พระแต่งงานได้ ภาพลักษณ์ย่ำแย่กว่านี้เสียอีก)
เมื่อปี 2556 นิกายโชเกเกิดเรื่องอื้อฉาวอีกครั้ง เมื่อเกิดกรณีพระสงฆ์เล่นการพนันกับมัวเมาอบายมุข เหตุการณ์นี้ทำให้ศาสนาพุทธถูกวิจารณ์อย่างหนักอีกครั้ง แต่ยังไม่สิ้นเวรกรรม เพราะในนิกายเองมีการเลือกตั้งประมุขพอดี พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ไม่จัดการพระสงฆ์นอกลู่นอกทางอย่างเด็ดขาด ทั้งยังแสดงอาการหวงอำนาจชัดเจนเกินไป เหตุการณ์นี้ ยิ่งทำให้ชาวพุทธลดน้อยลงอีก จากที่เริ่มน้อยลงไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว
ท่ามกลางกรณีเรื่องชิงอำนาจและความอื้อฉาวของสมีนักเลง แต่ศาสนาพุทธยังเจริญงอกงาม เพราะน้ำดีมีมากกว่าน้ำเสีย รัฐบาลและประชาชนวิจารณ์ศาสนา แต่ก็ไม่เหยียบย่ำ เพราะเกาหลีใต้มองว่าจะดีจะร้ายอย่างไร พุทธศาสนาเป็นรากฐานของวัฒนธรรมที่ควรส่งเสริม รัฐบาลจึงให้การสนับสนุนพุทธพอควรเพื่อหวังผลด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ส่วนนิกายต่างๆ ก็พยายามหาทางตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นนี้ที่สับสนในสังคมที่กดดัน และมีอัตราฆ่าตัวตายสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
แม้จะมีจุดด่าง แต่ก็มีความหวัง และความหวังที่ศาสนาพุทธจะเจริญอยู่ได้ในประเทศนี้ คือช่วยเยียวยาสังคมที่กดดันจากการไล่ล่าความเจริญทางวัตถุอย่างเกินพอดี ซึ่งพระสงฆ์หลายรูปเป็นไอคอน (Icon) และไอดอล (Idol) ของคนรุ่นใหม่เพราะภารกิจเยียวยาสังคมด้วยธรรมะที่ปรับให้ทันสมัย โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์เมื่อปี 2543 มีการปฏิรูปใหญ่ในนิกายโชเก ซึ่งเสริมภาพลักษณ์ด้านบวกเป็นอย่างมาก
ปัญหาก็คือ ศาสนจักรมีผลประโยชน์มหาศาล กระแสข่าวการชิงอำนาจยังเกิดขึ้นเนืองๆ เช่นเดียวกับพระนิสัยเสียก็ยังปรากฏตัวให้เป็นข่าวต่อไป และจะเป็นเช่นนี้ต่อไป เหมือนที่เป็นมาแต่ครั้งพุทธกาล
เพราะพระสงฆ์นั้นมี 2 ประเภท คือ สมมติสงฆ์กับอริยสงฆ์ พระเสขะ กับพระอเสขะ







