posttoday
ชี้ชะตาร่างรัฐธรรมนูญ ‘ต้องมีสติประชามติ’

ชี้ชะตาร่างรัฐธรรมนูญ ‘ต้องมีสติประชามติ’

21 กุมภาพันธ์ 2559

นอกจากการจับจ้องดูท่าที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะมีการปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกออกมาในรูปแบบใด

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

นอกจากการจับจ้องดูท่าที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะมีการปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกออกมาในรูปแบบใด จะเป็นที่พึงพอใจของแต่ละฝ่ายที่ยื่นข้อเสนอหรือไม่ แต่ในที่สุดไม่ว่าแก้ไขอย่างไรก็ต้องฝ่าด่านการลงประชามติ “รับหรือไม่รับ” ร่างรัฐธรรมนูญอยู่ดี

ด่านลงประชามติสำคัญนัก “สมชัย ศรีสุทธิยากร” กกต.ด้านกิจการบริหารการเลือกตั้ง เปิดใจกับ “โพสต์ทูเดย์” ถึงความพร้อมในการทำประชามติรอบนี้ “โดยได้วิเคราะห์ 3 จุด ซึ่งใช้หลัก 3 ป. คือ ประชาชนสะดวก ประชามติเที่ยงธรรม และประชาธิปไตยคุณภาพ”

สมชัย อธิบายว่า ป.แรก กกต.จะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกประเภท ประสงค์จะใช้สิทธิ กกต.ก็จะอำนวยความสะดวก เช่น ขยายเวลา หรือใช้สถานที่ตามใจชอบของประชาชน รวมถึงแอพพลิเคชั่นอำนวยความสะดวก อำนวยความสะดวกให้กับคนพิการ

ป.สอง ประชามติเที่ยงธรรม ภายใต้ศักยภาพของ กกต.ที่มีอยู่ยังสามารถดำเนินการได้ตามที่ตั้งใจไว้คือ ให้เกิดความเที่ยงธรรม ตรงไปตรงมา และปฏิบัติต่อสองฝ่ายอย่างเท่าเทียมกันในการแสดงความเห็นต่อที่สาธารณะ ซึ่งยังสามารถกำกับอยู่ภายใต้กรอบเนื้อหาสาระได้โดยไม่ยาก

ป.สาม ประชาธิปไตยคุณภาพ เป็นสิ่งที่ กกต.กังวลที่สุดเพราะยังมีปัญหา ขณะนี้ประชาชนตัดสินอะไร เลือกตั้ง หรือออกเสียงประชามติในอนาคต บางครั้งอาจขาดการไตร่ตรองเนื้อหาสาระแท้จริง บางครั้งอาจเลือกตามๆ กัน บอกให้เลือกฝ่ายไหนก็เลือกฝ่ายนั้น เป็นต้น หรือบางครั้งรับรู้ข่าวสารเลือกเพียงทางเดียว ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือออนไลน์ กลุ่มเดียว ทำให้ความเห็นเทไปด้านใดด้านหนึ่ง

ไม่มองข้อดีอีกด้าน ทำให้การตัดสินใจประชาชนไม่ดีเท่าควร อยู่บนพื้นฐานที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อโดยรวมแท้จริงและอาศัยความรู้สึกมากกว่า ซึ่ง กกต.พยายามเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นกลางให้ประชาชน แต่ห่วงว่าหากประชาชนยังมีอคติ ปราศจากการพิจารณาอย่างเป็นเหตุและผล การออกเสียงประชามติก็ไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร อาจทำให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิต่ำ ซึ่ง กกต.ต้องการให้มาใช้สิทธิกันพอสมควร

“อยากรณรงค์ว่ามันอาจเป็นเรื่องไม่ได้ใกล้ตัวเหมือนกับ สส. สส.บางครั้งใกล้ชิดกับเรา ทำประโยชน์ในพื้นที่ เลือกเขาได้ประโยชน์กลับคืนมา แต่เรื่องนี้เป็นของสังคมโดยรวมและประเทศชาติ เพราะฉะนั้นอยากให้ประชาชนตื่นตัวใช้สิทธิอย่างมีวิจารณญาณและใช้สิทธิอย่างเต็มที่เหมือนกับการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.”

สมชัย เล่าถึงกระบวนการทำประชามติจะเริ่มนับหนึ่งได้ เมื่อรัฐบาลส่งร่างรัฐธรรมนูญมาถึง กกต.คาดว่าดำเนินการได้ในต้นเดือน เม.ย. ซึ่งในสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้กับ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย กระบวนการจะเปลี่ยนไปจากสิ่งที่ระบุในรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ว่าไม่จำเป็นต้องพิมพ์เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ 17 ล้านฉบับ

ทั้งนี้ แต่เมื่อรัฐบาลส่งร่างรัฐธรรมนูญมาให้กับ กกต. กกต.ก็จะประกาศวันออกเสียงประชามติไม่น้อยกว่า 90 วัน และไม่เกิน 120 วัน ซึ่งไม่ได้มีเงื่อนไขที่จะต้องส่งให้ประชาชนอย่างน้อย 80% ก่อนค่อยไปประกาศ ดังนั้นหมายความว่ารอบนี้ กกต.สามารถประกาศวันลงประชามติได้เลย คาดว่าจะเป็นประมาณวันที่ 31 ก.ค.

กระบวนการจากนั้น กกต.ต้องเผยแพร่เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวางและทั่วถึงทุกช่องทาง เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้ เพราะฉะนั้นการเตรียมการในการทำประชามติก็จะเป็นงานสองด้านคู่ขนานไปคือ ด้านที่หนึ่งให้ความรู้กับประชาชนในสาระหลักของรัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวางทั่วถึงทุกรูปแบบ วิธีการอีกด้านหนึ่งเตรียมการจัดการออกเสียงประชามติว่าเตรียมการต่างๆ อย่างไรบ้าง

ส่วนเรื่องเตรียมการจัดทำประชามติได้อำนวยการความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่ง กกต.เองได้เตรียมการในหลายๆ เรื่อง เช่น จะมีการขยายเวลาการออกเสียงประชามติเป็นเวลา 08.00-16.00 น. ขยายเวลาเพิ่มขึ้น 1 ชั่วโมง จากเดิมปิดการลงคะแนนในเวลา 15.00 น.

พร้อมกันนี้ กกต.ได้จัดทำแอพพลิเคชั่น “ดาวเหนือ” ให้ดาวน์โหลดบนมือถือ เพื่อบอกพิกัดประชาชนในการเดินทางไปถึงหน่วยออกเสียงประชามติได้โดยง่าย เพียงแค่กรอกหมายเลขประจำตัวประชาชนจำนวน 13 หลักลงไป จะมีแผนที่บางทางไปยังหน่วยออกเสียงประชามติ ซึ่งถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

สำหรับคนที่ประสงค์ออกเสียงประชามติในวันออกเสียงประชามติ แต่ติดภารกิจไม่สามารถไปใช้สิทธิในหน่วยที่ตัวเองมีสิทธิออกเสียงอยู่ ก็สามารถมาแจ้งความประสงค์ล่วงหน้าก่อน 30 วันทำการออกเสียงประชามติ ผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งเพิ่มขึ้นมา หรือจะใช้วิธีการแบบเดิมได้คือไปแจ้งยังเขตก็ได้ และสามารถเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย.

สำหรับคนที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นการพิเศษ เช่น เจ็บป่วย ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุ ก็จะมีระบบให้แจ้งความจำนงว่าประสงค์ไปใช้สิทธิในหน่วยออกเสียงเดิมหรือประสงค์ที่จะให้ กกต.อำนวยความพิเศษ เช่น จัดหน่วยพิเศษขึ้นมาก็จะมีความช่วยเหลือพิเศษไปช่วย

นอกจากนี้ ในหน่วยออกเสียงบางหน่วย กกต.จะทดลองใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ในกรุงเทพฯ มี 5 หน่วย และต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต 9 หน่วย ซึ่งเป็นการลงคะแนนแบบกดปุ่มจะเป็นการเปิดใช้ครั้งแรกของ กกต. และเครื่องดังกล่าวเป็นการพัฒนามาหลายปี ยังไม่มีการใช้จริง แต่จะใช้ในการออกเสียงประชามติคราวนี้ ทั้งหมดเป็นการดำเนินการเพื่อเตรียมอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ให้กับประชาชน

สมชัย ย้ำชัดว่า การเตรียมการเพื่อให้เกิดความสำเร็จ เรื่องของการจัดหากรรมการประจำหน่วย พิมพ์บัตร หรือการจัดเตรียมหีบบัตร รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ในการออกเสียงประชามติก็เป็นไปเหมือนกับการจัดการเลือกตั้งทั่วไป เพียงแต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ซึ่งจะนำเสนอในช่วงใกล้ๆ ออกเสียงประชามติ เพื่อให้เห็นทั้งหมดว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไร

สมชัย ยืนยันว่า กกต.จะทำให้การออกเสียงประชามติเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมต่อทุกฝ่าย เพราะว่าเรื่องนี้มีฝ่ายที่เห็นด้วยและฝ่ายที่เห็นต่าง ฝ่ายที่รับและฝ่ายไม่รับ ดังนั้น สิ่งที่ กกต.คิดไว้ว่า อยากให้บรรยากาศออกเสียงเป็นไปอย่างมีเหตุผล และสามารถนำเสนอความคิดเห็นที่แตกต่างของฝ่ายต่างๆ ได้อย่างเท่าเทียม เป็นหลักการที่ กกต.ได้วางไว้ ไม่ให้มีการใช้อำนาจหรืออิทธิพลบางอย่างที่เหนือกว่า ข่มขู่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผลการตัดสินใจของประชาชน

‘ต้องทำให้เป็นที่ยอมรับของสังคมโลก’

ความพยายามเดินหน้าจัดทำประชามติ แม้ กกต.ยืนยันในเรื่องความพร้อมที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรมและเที่ยงธรรม แต่หลายภาคส่วนยังคงกังวลถึงมาตรการป้องกันการออกเสียงไม่ให้เกิดการทุจริตเหมือนกับการเลือกตั้งในอดีต

สมชัย ยืนยันอย่างมั่นใจกับกฎหมายที่จะดูแลรักษาความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติ เพราะมีโทษในการดำเนินการหากใครทำให้ก่อเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะถ้าหากเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของ กกต. มีโทษเป็น 2 เท่า เป็นเรื่องซึ่งกำกับโดยกฎหมายและระเบียบที่มีอยู่

สมชัย ระบุว่า ถ้ามองภาพรวมการออกเสียงประชามติ ความวุ่นวายจะน้อยกว่าการเลือกตั้งทั่วไป ดังนั้น กกต.จึงไม่ค่อยน่ากังวลใจเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามได้กำชับว่าทาง กกต.เองเตรียมมาตรการอย่างไร และอะไรบ้างที่ต้องทำให้เกิดความโปร่งใสและความเท่าเทียม

“กระบวนการออกเสียงประชามติไม่ได้มีมาตรการยิ่งหย่อนไปกว่ากระบวนการการเลือกตั้ง ส่วนการนับคะแนน กกต.ได้พยายามเตรียมระบบนับคะแนนรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งตั้งใจว่าจะสามารถรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการได้ภายใน 3 ชั่วโมง หลังปิดหีบ”

ยกตัวอย่าง ถ้าปิดหีบในเวลา 16.00 น. เวลา 19.00 น. น่าจะมีผลออกมาอย่างไม่เป็นทางการทั้งประเทศ ส่วนผลคะแนนที่เป็นทางการอาจใช้เวลา 3 วัน เนื่องจากมีกระบวนการเยอะ ซึ่งการนับคะแนนจะทำการนับที่หน่วยเลือกตั้งก่อนส่งผลกลับมาที่ กกต.

โดยให้เจ้าหน้าที่ กกต. 1 คน รายงานผ่านผลคะแนนผ่านระบบแอพพลิเคชั่น ซึ่ง กกต.จัดทำขึ้นมาเป็นการเฉพาะให้กับเจ้าหน้าที่ใช้รายงานผล เมื่อส่งแล้วก็สามารถรวมคะแนนไว้ได้ โดย กกต.เตรียมโปรแกรมดังกล่าวไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เมื่อก่อน กกต.ไม่เคยใช้ระบบแบบนี้ มีการขอความร่วมมือกับ สตช. ในการประสานส่งวิทยุสื่อสาร บางครั้งใช้เงินเป็นล้าน หรือทางเอกชน หรือสื่อ มีอาสาสมัครไปเก็บคะแนนกลับมา ก็ใช้เงินเป็นล้าน แต่ครั้งนี้เราใช้กลไกกรรมการประจำหน่วย หรือ กปน. ในการรายงานโดยตรงและสร้างแอพพลิเคชั่นตรงนี้ เพราะฉะนั้นคาดว่าน่าจะมีการรายงานผลได้ภายใน 3 ชั่วโมง”

สำหรับข้อกังวลว่าอาจมีการเปลี่ยนคะแนนผ่านแอพพลิเคชั่นตัวนี้ ซึ่งต้องบอกว่าคะแนนที่ได้ยังไม่ใช่ทางการก็อาจจะมีความผิดพลาดได้ ซึ่งต้องยอมรับในส่วนนี้ แต่ถ้ามองภาพรวมทั้งประเทศและจำนวนที่ออกมา ถ้าหากมันทิ้งกันห่างก็คงไม่เกิดผลในทางกลับกันได้ ก็คงเป็นผลตามนั้นไป รอคะแนนเป็นทางการอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานต้องการติดตามการทำประชามติทั้งในต่างประเทศหรือองค์กรต่างๆ นั้น หากประสงค์เข้ามาสังเกตการณ์ทาง กกต.ยินดีต้อนรับ และได้เตรียมการเพื่ออำนวยความสะดวกไว้ให้ เช่น ก่อนหน้าวันทำประชามติอาจมีจัดประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดต่างๆ บรรยายให้เห็นถึงการออกเสียงประชามติเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ ในวันออกเสียงประชามติหากประสงค์ต้องการให้ กกต.พาไปดูในจุดใดก็พร้อมพาไป หรือถ้าประสงค์ต้องการไปดูด้วยตัวเอง กกต.ก็จะอำนวยความสะดวกในการประสานกับคนในพื้นที่ ซึ่งได้เตรียมการไว้แล้ว เพราะถือเป็นหัวข้อสำคัญอีกหัวข้อหนึ่งที่ กกต.ต้องดำเนินการ

“เพราะว่าอยากให้การออกเสียงประชามติคราวนี้ไม่ใช่เพียงแค่ยอมรับในประเทศเท่านั้น แต่อยากให้ยอมรับของสังคมโลก เมื่อโลกมองย้อนกลับมาประเทศไทย การออกเสียงดังกล่าวจัดอย่างเที่ยงธรรม เป็นธรรม และเป็นการออกเสียงมาตรฐาน ต้องการให้เกิดภาพนี้ในสังคมโลก”

ส่วนการติดป้ายรณรงค์ก่อนเข้าคูหา สมชัย ระบุชัดในหลักการยังคงเป็นแบบเดียวกันกับการลงคะแนนเลือกตั้ง คือ หลังเวลา 18.00 น. ก่อนวันออกเสียงประชามติจนถึงเวลา 24.00 น. ห้ามจำหน่ายจ่ายแจกสุรา หรือการขนคนมาใช้สิทธิจะกระทำไม่ได้ รวมทั้งแจกเงินซื้อเสียงหรือเลี้ยงอาหารเพื่อจูงใจทำไม่ได้เด็ดขาด

ส่วนกรณีที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวรณรงค์โหวตโนร่างรัฐธรรมนูญ สมชัย ย้ำชัดอีกครั้งว่า หากเป็นองค์กรที่มาจดแจ้งกับทาง กกต. ก็จะทำหน้าที่กลั่นกรองกิจกรรมว่าสิ่งไหนบ้างที่สนับสนุนให้ทำ หรือกิจกรรมแบบใดห้ามไม่ให้ทำ เพราะอาจเกิดความสุ่มเสี่ยง อันนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ กกต.

ทั้งนี้ หากองค์กรใดไม่ประสงค์จะจดแจ้งกับทาง กกต.ไปดำเนินกิจกรรมเองก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง เพราะ กกต.ไม่มีมือไปดึงได้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน