
เรียกสอบสมเด็จช่วง
ดีเอสไอสรุปคดีรถหรูผิดไม่น้อย 10 ข้อหา ชงเก็บภาษีเพิ่ม 3.2 ล้านบาท ขอ 3 เดือน พิสูจน์ลายเซ็น “สมเด็จช่วง” รู้เห็นโอนลอยเป็นเจ้าของรถหรือไม่
ดีเอสไอสรุปคดีรถหรูผิดไม่น้อย 10 ข้อหา ชงเก็บภาษีเพิ่ม 3.2 ล้านบาท ขอ 3 เดือน พิสูจน์ลายเซ็น “สมเด็จช่วง” รู้เห็นโอนลอยเป็นเจ้าของรถหรือไม่
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการสอบสวนการนำเข้ารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทะเบียน ขม 0099 กทม. ซึ่งจดประกอบอยู่ในความครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง วรปุญฺโญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ว่า มีมูลกระทำผิดกฎหมาย 4 ขั้นตอน คือ 1.การนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ 2.การจดประกอบชิ้นส่วน 3.การชำระภาษีสรรพสามิต 4.ขั้นตอนการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า กระบวนการนำเข้ารถหรูผิดกฎหมายหลายฉบับทั้งคดีอาญา และการหลีกเลี่ยงภาษีหลายขั้นตอน แต่ยังไม่สรุปว่าสมเด็จช่วงต้องร่วมรับผิดในขั้นตอนใด ขอเวลาสอบสวนอีก 2-3 เดือน เพื่อหาข้อสรุป
“ลายมือชื่อของสมเด็จช่วงซึ่งใช้ในการแจ้งจดทะเบียนเป็นผู้ครอบครองรถถูกเซ็นโอนลอยไว้ก่อนแล้ว โดยดีเอสไอจะต้องเรียกสมเด็จช่วงและผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำว่าเป็นเจ้าของลายเซ็นจริงหรือไม่ รวมถึงเจตนาในการครอบครอง ส่วนวันเวลาในการนัดหมายต้องดูความเหมาะสมอีกครั้ง” พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว
พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากรผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กล่าวว่า จากข้อเท็จจริงทั้งหมดผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและจดประกอบรถคันดังกล่าวต้องถูกดำเนินคดีไม่น้อยกว่า 10 ข้อหา ประกอบด้วย ร่วมกันหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ซ่อนเร้น จำหน่าย นำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง ปลอมแปลงเอกสาร ผิดกฎหมายภาษีหลายฉบับ
แหล่งข่าวจากดีเอสไอ ระบุว่า รถยนต์คันดังกล่าวมีการสำแดงราคานำเข้า 1,665 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 51,399 บาท ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ราคาประมูลในตลาดรถเก่าสะสมจะพบว่ารถรุ่นเดียวกันจะมีราคาเฉลี่ย 6-8 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือราคา 1.85 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อนำมาคิดอัตราภาษีทุกประเภท รวมทั้งหมดอยู่ที่ 3.54 ล้านบาท ซึ่งทำให้รถยนต์คันดังกล่าวมีภาษีส่วนต่างที่ต้องจัดเก็บได้ 3.25 ล้านบาท
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาความขัดแย้งในวงการสงฆ์เกิดขึ้นมานานแล้ว ถึงวันนี้ยังพยายามตัดสินเอาแพ้เอาชนะ และต่างฝ่ายต่างก็ยึดหลักกฎหมาย
“ถ้ายังมีปัญหาอยู่ก็แต่งตั้งสังฆราชไม่ได้อยู่ดี เพราะว่าผมคงไม่เอาความขัดแย้งขึ้นมาให้มันเป็นเรื่องเป็นราว”นายกฯ กล่าว
นายสุวพันธ์ุ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯไม่ต้องการให้มีการดีเบตพระสงฆ์สองฝ่าย เพราะกลัวจะเกิดความขัดแย้งขึ้นอีก แต่แก้ปัญหาได้ด้วยการสร้างความเข้าใจกับคณะสงฆ์ทุกฝ่ายแทน
วันเดียวกัน นายอัยย์ เพชรทอง ประธานองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย พร้อมคณะ ได้แจ้งความกับ ผกก.สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เพื่อให้ดำเนินคดีพระพุทธะอิสระ จากวัดอ้อน้อย กรณีแจ้งความเท็จที่กล่าวหาให้ร้ายพระที่เดินทางมายังพุทธมลฑล และยังนำภาพพระล็อกคอทหารไปเผยแพร่ ทั้งที่พระที่เข้าร่วมงานวันดังกล่าวต้องการปฏิบัติธรรม







