
แผนบี
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ [email protected]
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ [email protected]
เพิ่งคุยกับนายแบงก์รายหนึ่งมาหมาดๆ ตามประสาแหล่งข่าวกับนักข่าวที่รู้จักกันมานาน เธอบอกว่าช่วงนี้ค่อนข้างจะเหนื่อยมากกว่าปกติ
เพราะไหนแบงก์จะต้องทำผลงานในภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ไหนยังจะต้องตามข่าวสารทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งช่วงนี้มีความเคลื่อนไหวกันมากและเร็วเป็นพิเศษ อย่างเช่น จีน ที่บางวันมีความเคลื่อนไหวแทบจะรายชั่วโมง ไม่ตามติดให้ดีมีสิทธิหลุดได้ง่ายๆ
ถ้าตามข่าวเศรษฐกิจโลกในช่วงนี้ก็จะพอเข้าใจได้ล่ะค่ะว่า นับตั้งแต่เปิดวันทำการปี 2016 เป็นต้นมา ทั่วโลกก็ยังปั่นป่วนหนักมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน จากน้ำมัน ตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร ภาคการเงิน จนล่าสุดกระทบภาคเศรษฐกิจจริงกันหมด สะท้อนผ่านตัวเลขการค้า การลงทุน และจีดีพี
เฉพาะในสัปดาห์นี้ แต่ละประเทศต่างรายงานตัวเลขส่งออกและนำเข้าเดือน ม.ค. ทรุดตัวลงกันหมดตั้งแต่ประเทศใหญ่ๆ ที่กดค่าเงินเพื่อกระตุ้นส่งออกกันมาแล้วอย่าง จีน และญี่ปุ่น ไปจนถึงประเทศเล็กประเทศน้อยในเอเชีย และทำให้บางชาติเริ่มออกมาปรับลดเป้าหมายจีดีพีของตัวเองในปีนี้ลงกันแล้ว เช่น ฟิลิปปินส์
ล่าสุด เมื่อวานนี้เพียงแค่วันเดียว องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ได้หั่นคาดการณ์จีดีพีโลกปีนี้จาก 3.6% มาอยู่ที่ 3% ซึ่งในบรรดาประเทศหลักๆ นี่ไม่มีรอด โดนหั่นแนวโน้มลงกันหมดยกเว้นเพียงจีน ซึ่งยืนพื้นเดิมที่ 6.5% และอินเดียที่ดีขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 7.4%
ส่วนบริษัทจัดอันดับเครดิตมูดี้ส์ก็ดาหน้าลดคาดการณ์จีดีพีกลุ่มประเทศบริกส์ ประสานเสียงกับทางเอสแอนด์พี ที่ลดอันดับเครดิตบรรดากลุ่มประเทศน้ำมัน ที่นำโดยซาอุดิอาระเบียไปจนถึงบราซิล ส่วนบริษัทอากาศยานรายใหญ่ บอมบาดิเยร์ ก็เพิ่งประกาศจะลดพนักงานบิ๊กล็อต 7,000 คน
เมื่อปัญหาลุกลามไปไกลกว่าแค่ตลาดหุ้น หลายประเทศเลยไม่มีทางเลือกนอกจากต้องรัดเข็มขัด เพิ่มรายได้ และงัดมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง และอาจมองไกลไปถึงการเตรียมแผนบี เพื่อรองรับภาวะวิกฤตฉุกเฉินที่มีแววว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ในปีนี้กันแล้วค่ะ







