posttoday
หนี้ครัวเรือนสูง ปิดทางกระตุ้นบริโภค

หนี้ครัวเรือนสูง ปิดทางกระตุ้นบริโภค

19 กุมภาพันธ์ 2559

จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงยังคงเป็นภัยคุกคามเศรษฐกิจไทยที่รัฐบาลยังแก้ปัญหาไม่ตก

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงยังคงเป็นภัยคุกคามเศรษฐกิจไทยที่รัฐบาลยังแก้ปัญหาไม่ตก จนเป็นข้อจำกัดในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมาและต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ได้มีการส่งสัญญาณเตือนให้รัฐบาลเพลาการใช้นโยบายการคลังกระตุ้นการบริโภค เริ่มจาก วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่หยิบยกบทเรียนเมื่อ 5 ปีก่อนหน้าที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น จนส่งผลให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นเร็ว และสูงกว่า 81.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในขณะนี้ และไม่มีแนวโน้มลดลง เพื่อบอกกล่าวรัฐบาลชุดนี้ว่าการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ควรสร้างปัญหาต่อเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว

ขณะที่ ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ออกมาเตือนรัฐบาลอีกครั้งว่า เศรษฐกิจโลกซึมลึกและเปราะบาง การค้าของโลกขยายตัวได้ต่ำเพียง 1-2% เศรษฐกิจไทยพึ่งการส่งออกได้ยากมากขึ้น แต่รัฐบาลก็ไม่ควรหันมากระตุ้นการบริโภค เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นหลัก เพราะอันตรายมาก เนื่องจากหนี้ครัวเรือนของไทยต่อจีดีพี สูงมากจนไม่น่าจะก่อหนี้ได้อีกแล้ว ยิ่งรายได้ของประชาชนลดลงจากราคาพืชผลตกต่ำ การเพิ่มหนี้ครัวเรือน จึงเป็นอันตรายกับเศรษฐกิจเป็นทวีคูณ เพราะรายได้กับรายจ่ายวิ่งสวนทาง สุดท้ายจะเป็นหนี้เสียของสถาบันการเงิน

ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยสูงเป็นเรื่องที่หลายหน่วยงานทางเศรษฐกิจจับตาดูอย่างใกล้ชิด ปีที่ผ่านมา บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ระบุว่า หนี้ครัวเรือนของไทยสูงกว่า 80% ของจีดีพี และได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมาตรการรถยนต์คันแรกของรัฐบาลในปี 2554-2555 โดยภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เสี่ยงทำให้คุณภาพหนี้ครัวเรือนของไทยมีปัญหามากขึ้น

นอกจากนี้ ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ปรับลดประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยลดลง โดยคาดว่าจีดีพีของไทยในช่วง 3 ปีจากนี้ (2559-2561) อาจจะขยายตัวได้ไม่ถึง 3% เพราะปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยขึ้นสูง กระทบกับการบริโภคของไทย ทำให้ฟื้นตัวได้ยาก และรัฐบาลมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น เพราะการส่งออกมีปัญหาจากเศรษฐกิจโลก การลงทุนภาคเอกชนฟื้นตัวได้ช้า มีเพียงการลงทุนภาครัฐเท่านั้นที่จะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพิ่มขึ้น หรือพยุงให้เศรษฐกิจไม่ให้ฟุบมากเกินไป

ด้านกระทรวงการคลังระบุเมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า หนี้ครัวเรือนของไทยมีมากกว่า 10.4 ล้านล้านบาท หรือ 86% ของจีดีพี แม้จะเพิ่มขึ้น แต่เป็นอัตราขยายตัวชะลอลง กระทรวงการคลังยังมองในแง่ดีว่าหนี้ครัวเรือนสูงไม่ได้น่าเป็นห่วงเสมอไป เพราะเป็นตัวบ่งบอกถึงการเข้าถึงสถาบันการเงินได้ดี

และหากดูสัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยพบว่า เป็นหนี้ที่เกิดการกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย 27% กู้ซื้อรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ 16% หนี้สหกรณ์ 15% หนี้เพื่อการพาณิชย์ทำธุรกิจ 17% รวมกันเป็น 75% กลุ่มนี้ถือเป็นหนี้ที่มีคุณภาพมีหลักประกันในการกู้เงิน ส่วนที่เหลืออีก 25% แบ่งเป็นสินเชื่อเพื่อการบริโภค 19% ที่เหลือเป็นสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคลที่หลายฝ่ายเป็นกังวลอย่างละ 3% รวมกันเป็น 6% คลังถือว่าสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับหนี้ครัวเรือนทั้งหมด

กระทรวงการคลังยังเห็นว่า หนี้ครัวเรือนที่เกิดขึ้นเป็นการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ 43% สถาบันการเงินของรัฐ 29% และสหกรณ์อีก 15% รวม 87% ถือว่ามีการปล่อยสินเชื่อและตรวจสอบอย่างเป็นระบบ จึงไม่น่าเป็นห่วง

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของหนี้ครัวเรือนที่เกิดขึ้นจริงอาจจะสวนข้อมูลของกระทรวงการคลัง หากดูตัวเลขหนี้เสียของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่พบว่าในบางช่วงหนี้เสียเพิ่มสูงขึ้นจาก 3 หมื่นล้านบาท เป็น 6 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัวในเวลาไม่กี่เดือน เพราะรายได้เกษตรกรตกต่ำจากราคาพืชผลไม่ดีไม่สามารถชำระหนี้ จนต้องแก้ปัญหาด้วยการปรับโครงสร้างหนี้เป็นการใหญ่

ขณะที่ธนาคารออมสินในช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ก็เจอมรสุมหนี้เสียของครูที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากหลักไม่กี่พันล้านบาท เป็นหมื่นล้านบาท จนออมสินต้องออกมาตรการเทกระจาดให้กู้ดอกเบี้ย 4% นาน 20 ปี เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้ครูช่วยลดภาระการผ่อนของครูลงได้เดือนละ 2,000-4,000 บาท ยอมขาดทุนกำไรแลกกับการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ของครู เพราะหากปล่อยไปตามเงื่อนไขการกู้เดิมออมสินอาจเจอหนี้เสียครูเพิ่มเป็นแสนล้านบาทภายในไม่กี่ปี กระทบฐานะธนาคารได้

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนของไทยังถูกเร่งให้เพิ่มขึ้นจากนโยบายของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้าน 6 หมื่นล้านบาท การปล่อยกู้ซื้อบ้านก็ให้ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งหากเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างปีที่ผ่านมา หนี้ในกลุ่มนี้ก็มีความเสี่ยงเป็นหนี้เสียได้และจะเพิ่มอย่างรวดเร็ว

แม้แต่ ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ก็ยอมรับว่า สินเชื่อขยายตัวไม่ได้มาก เพราะหนี้ครัวเรือนของประเทศเพิ่มขึ้นสูง และเมื่อหนี้ครัวเรือนสูงยิ่งทำให้หนี้เสียกลุ่มรากหญ้าเพิ่มขึ้น

ทั้งหมดเป็นวิกฤตหนี้ครัวเรือนของไทยที่อยู่ภาวะลูกโป่งที่ถูกสูบลมอัดจนใกล้จะแตก ทำให้รัฐบาลไม่สามารถออกมาตรการกระตุ้นการบริโภค เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้มากอีกต่อไป ซึ่งหากรัฐบาลฝืนยังทำต่อไปเศรษฐกิจไทยจะได้ไม่คุ้มเสีย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท