posttoday
ดีเอสไอเผย"สมเด็จช่วง"เปรยคนใกล้ชิดไม่อยากรับรถไว้แล้ว

ดีเอสไอเผย"สมเด็จช่วง"เปรยคนใกล้ชิดไม่อยากรับรถไว้แล้ว

19 กุมภาพันธ์ 2559

เจ้าของอู่ เอ็นพี การาจ ร้องดีเอสไอถูกปลอมชื่อจดทะเบียนรถหรูโบราณ"สมเด็จช่วง"ยันไม่เคยรู้เห็น ดีเอสไอนัดสอบปากคำสมเด็จช่วงสัปดาห์หน้า

เจ้าของอู่ เอ็นพี การาจ ร้องดีเอสไอถูกปลอมชื่อจดทะเบียนรถหรูโบราณ"สมเด็จช่วง"ยันไม่เคยรู้เห็น ดีเอสไอนัดสอบปากคำสมเด็จช่วงสัปดาห์หน้า

วันที่  9ก.พ นางกาญจนา  มากเหมือน  เจ้าของอู่ N.P.การาจ  ซึ่งถูกปลอมแปลงเอกสารและลายมือชื่อยื่นชำระภาษีสรรพสามิตเพื่อจดประกอบรถเบนซ์คลาสสิคของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จฯช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้เข้าร้องทุกข์กับดีเอสไอให้เอาผิดขบวนการปลอมแปลงเอกสาร โดยยืนยันว่าอู่ N.P.การาจ เป็นเพียงอู่เคาะพ่นสีรถยนต์ ไม่ประกอบรถยนต์ และเบนซ์คันที่มีปัญหาก็ไม่เคยเห็นหรือทราบเรื่องมาก่อน แต่ก่อนหน้านี้เคยยื่นเอกสารกับกรมสรรพสามิตเพื่อขออนุญาตจดประกอบรถ ตามคำแนะนำของนายชลัส นิติฐิติวงศ์ ซึ่งมาชักชวนให้ตนและสามีไปยื่นจดทะเบียนขออนุญาตทิ้งไว้ เพราะในอนาคตอาจขยายอู่ซ่อมรถ แต่ที่ผ่านมาอู่ไม่เคยทำรถจดประกอบ จึงไม่ทราบว่าถูกนำเอกสารไปใช้ จนกระทั่งตกเป็นข่าวว่ามีชื่อเป็นผู้ใช้เอกสารไปยื่นชำระภาษีรถยนต์ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร จึงต้องการร้องทุกข์ให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับผู้นำชื่อและเอกสารสิทธิ์ของอู่ไปใช้กระทำผิดกฎหมาย

นางกาญจนา กล่าวยืนยันว่า ลายมือที่ใช้ในขั้นตอนยื่นจดทะเบียนรถของสมเด็จฯช่วง ไม่ใช่ลายเซ็นของตน เพราะปกติจะเขียนเป็นชื่อ “กาญจนา มากเหมือน” แต่ในเอกสารเป็นลายเซ็น “กาญจนา มาเหมือน” และยืนยันว่าไม่รู้จักกับอู่วิชาญหรือหจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพรส์ รวมทั้งไม่เคยได้รับค่าจ้างในการขอใบอนุญาตจดประกอบจากนายชลัส หลังจากยื่นขอใบอนุญาตก็ไม่เคยได้รับการติดต่อจากนายชลัสอีกเลย เพราะไม่ใช่เพื่อนสนิทแต่รู้จักกันเพียงผิวเผินผ่านทางสามี ซึ่งทราบว่านายชลัสมีอาชีพหลากหลาย รวมถึงอาชีพรับจ้างต่อทะเบียนรถยนต์

ขณะที่นายวิชาญ  รัษฐปานะ  เจ้าของอู่วิชาญซึ่งรับประกอบรถเบนซ์  ทะเบียนขม.99 ของสมเด็จช่วง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีตรวจสอบรถจดประกอบหลีกเลี่ยงภาษีของสมเด็จช่วง  โดยยืนยันว่ารับหน้าที่เพียงขั้นตอนการประกอบรถเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำเอกสารใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตนให้การไปตามข้อเท็จจริงเหมือนที่เคยเข้าให้การก่อนหน้านี้ ส่วนกรณีที่ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำฯ ระบุว่าอู่ของตนเองเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดนั้น ถือเป็นสิทธิที่พูดได้ ตนทำอู่ถ้าไม่จ้างจะทำได้หรือไม่ย้ำว่าแค่รับจ้างทำรถ ส่วนการนำเข้าหรือทำเอกสารอย่างไรไม่ได้เกี่ยวข้อง การเข้าให้ปากคำครั้งนี้ก็มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ  สิ่งที่เกิดขึ้นผ่านมานานกว่า 5-6 ปีแล้ว ทั้งนี้ที่รับทำรถคันดังกล่าวก็ถือว่าเป็นเกียรติเพราะเป็นรถที่ถวายพระชั้นผู้ใหญ่ แต่เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องยอมรับตามสภาพเพราะคงกลับไปแก้ไขไม่ได้

นายวิชาญ  กล่าวอีกว่า  หลังทำเสร็จได้มีโอกาสเข้าพบสมเด็จช่วง ก่อนหน้านี้ไม่ได้รู้จักหรือคุ้นเคยกับวัดแต่ได้รับการเชิญในฐานะเป็นผู้ทำรถคันดังกล่าว  สำหรับหจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส รู้จักกันในฐานะที่ทำงานในสายเดียวกันและที่ผ่านมาก็มีส่งงานทำรถกันปกติ   ส่วนกรณีที่อู่ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต  อู่ของตนเป็นอู่ธรรมดา  มีคนงานอยู่แค่ 4-5 คน ที่ได้รับงานนี้ก็เพราะมีความชำนาญในการทำรถโบราณเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป

ด้านพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า การเข้าร้องทุกข์ของนางกาญจนาชี้ให้เห็นว่า คดีนี้มีขบวนการปลอมแปลงเอกสาร เป็นเจตนาใช้เอกสารปลอมเพื่อยื่นขอจดทะเบียน ซึ่งดีเอสไอจะตรวจสอบไปถึงผู้นำเอกสารไปยื่นชำระภาษีที่กรมสรรพสามิตและจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวมีตัวตน ดีเอสไอทราบถิ่นที่อยู่และจะเรียกตัวมาสอบปากคำต่อไป  ในส่วนของสมเด็จฯช่วงดีเอสไออยู่ระหว่างประสานขอเข้าสอบปากคำเพื่อให้ยืนยันลายเซ็นว่า เป็นผู้ลงลายมือชื่อในเอกสารยื่นขอจดทะเบียนรถยนต์จริงหรือไม่ ในชั้นนี้ยังสรุปไม่ได้ว่าจำเป็นต้องนิติวิทยาศาสตร์เข้าตรวจสอบลายมือลายเซ็นหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับคำให้การของสมเด็จฯช่วง หากปฏิเสธว่าไม่ใช่ผู้ลงลายมือชื่อก็จำเป็นต้องตรวจพิสจน์ลายเซ็นต์

ส่วนการติดต่อรับรถของกลางจากวัดปากน้ำฯ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าสมเด็จฯช่วงเปรยกับคนใกล้ชิดว่าไม่ประสงค์จะรับรถยนต์ไว้อีกแล้ว หากเป็นจริงดีเอสไอก็พร้อมรับรถไว้เป็นของกลางในคดี เพื่อยุติคดีในความผิดเกี่ยวกับภาษีศุลกากรที่ชำระไว้ไม่ครบถ้วน แต่คดีนี้มีความผิดทางอาญาร่วมอยู่ด้วยจากการปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม รวมทั้งมีความผิดตามพ.ร.บ.สรรพสามิต ซึ่งมีโทษทางอาญา จึงไม่สามารถยุติคดีในทางอาญาได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับความคืบหน้าในการสอบสวนคดีรับของโจรกับพระธัมมชโยและเครือข่ายวัดพระธรรมกาย จากการรับเช็คบริจาคซึ่งมีที่มาจากการยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมร่วมกับอัยการฝ่ายคดีพิเศษ เพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหากับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ ข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรับของโจร

ขณะทึ่พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กล่าวว่า ที่ผ่านมาดีเอสไอตรวจสอบรถจดประกอบล็อตแรกกว่า 500 คัน และส่งให้กรมศุลกากรประเมินภาษี ซึ่งล่าสุดสรรพากรประเมินภาษีกลับมาแล้ว 8 คัน มูลค่าภาษีประมาณ 3 ล้านบาท ยอมรับว่ากระบวนการล่าช้ามาก เพราะกรมศุลกากรใช้เวลาประเมินนาน หลังจากนี้หากผู้ครอบครองรถยนต์ไม่ชำระภาษี ดีเอสไอจะยึดรถเป็นของกลางในคดี เพื่อประมูลขายนำเงินกลับคืนแผ่นดิน

รายงานข่าวระบุว่าสำหรับความผิดตามพ.ร.บ.ศุลกากร  สามารถยุติคดีได้ 2 กรณี 1.คืนรถให้เป็นของกลางในคดี เพื่อให้กรมศุลกากรนำรถออกประมูลขายทอดตลาด และ 2. ยอมชำระภาษีส่วนที่ขาดพร้อมค่าปรับ 2 เท่า  อย่างไรก็ตาม  มีรายงานว่าหลังวันที่ 22 ก.พ. นี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะเดินทางไปรับรถของกลางซึ่งจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ วัดปากน้ำฯ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท