
โอเปก ดิ้นเฮือก ล็อบบี้คุมเพดานน้ำมัน
หลังผ่านพ้นการประชุมใหญ่ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก)
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
หลังผ่านพ้นการประชุมใหญ่ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) เมื่อช่วงปลายปี 2015 ที่ผ่านมา หลายฝ่ายก็แทบหมดหวังที่จะลุ้นให้ราคาน้ำมันโลกดีดตัวกลับขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากความพยายามที่จะหารือกันในกลุ่มเพื่อให้ลดหรือแม้แต่คงเพดานการผลิตน้ำมันไม่เคยประสบความสำเร็จแม้แต่ครั้งเดียว
เพราะไม่ว่าประเทศสมาชิกจะเผชิญวิกฤตทางการคลังจนเสี่ยงต่อภาวะล้มละลายแค่ไหน ก็ไม่สามารถฝ่าแรงต้านของผู้กุมอำนาจเด็ดขาดอย่างซาอุดิอาระเบียที่มีสายป่านยาวที่สุดในกลุ่มไปได้ จนส่งผลให้การคาดการณ์ราคาน้ำมันโลกในระดับ 20 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เริ่มขยับเข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกที
อย่างไรก็ตาม ความพยายามที่จะล็อบบี้ทั้งในและนอกกลุ่มประเทศโอเปกเพื่อดันราคาน้ำมันให้ขยับขึ้นก็เริ่มมีแรงส่งอย่างคึกคักอีกครั้ง นำโดยการเจรจาระหว่าง 2 ชาติใหญ่ของกลุ่มในและนอกโอเปกอย่าง ซาอุดิอาระเบีย-รัสเซีย ที่ประเทศกาตาร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และถือเป็นการนำร่องดีกว่าที่คาด เพราะแม้จะไม่มีการลด แต่อย่างน้อยที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ตกลงที่จะไม่ผลิตเพิ่ม ให้ยิ่งกดราคาน้ำมันต่ำลงไปอีก
ล่าสุด การล็อบบี้ได้รุกไปยังอิหร่านและอิรัก ซึ่งถือเป็น 2 ชาติที่มีผลต่อทิศทางราคาน้ำมันโลกที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากถือเป็นผู้ผลิตและส่งออกในอันดับต้นๆ ของโอเปก และทั้งอิหร่านกับอิรักยังเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเป็น 3 ล้านบาร์เรล/วัน และ 4.4 ล้านบาร์เรล/วัน ตามลำดับ ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้
ความพยายามรอบล่าสุดนี้เป็นการผลักดันมาจากประเทศที่มีเสียงรองๆ ลงมาในโอเปกอย่างเวเนซุเอลาและกาตาร์ ที่ไม่อาจประวิงเวลากับราคาน้ำมันที่ตกต่ำลงได้อีกต่อไป เนื่องจากผลกระทบต่อฐานะการคลังและเศรษฐกิจประเทศยิ่งเลวร้ายลงทุกวันๆ
ล่าสุด บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ได้ปรับลดอันดับเครดิตของกลุ่มประเทศน้ำมัน 5 ชาติลงพร้อมกัน นำโดยซาอุดิอาระเบียที่ถูกหั่นลงหนึ่งขั้นจาก A-1 เป็น A-2 ตามมาด้วย โอมาน บาห์เรนคาซัคสถาน และบราซิล ขณะที่เวเนซุเอลานั้นต้องประกาศลดค่าเงินลงรวดเดียว 37% พร้อมขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกสูงสุดกว่า 6,000% เพื่อพยุงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในประเทศ
อย่างไรก็ดี ความพยายามที่จะแช่แข็งฟรีซกำลังการผลิตน้ำมันไม่ให้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมในครั้งนี้ ก็ยังไม่อาจวางใจได้ว่าจะสามารถดันระดับราคาน้ำมันโลกให้กลับขึ้นมาได้อย่างแท้จริง
ราคาน้ำมันดิบโลกที่ดีดตัวขึ้นถึงกว่า 7% ทั้งในตลาดสหรัฐเมื่อวันที่ 17 ก.พ. และขึ้นอีกอย่างต่อเนื่องทั้งในตลาดเอเชียและลอนดอนเมื่อวันที่ 18 ก.พ. เป็นเพียงการมองโลกในแง่ดีของตลาดที่ตีความผลการประชุมในแง่บวก ทั้งที่ไม่ได้มีข้อตกลงหรือแม้แต่การรับปากจากอิหร่านว่าจะคงกำลังการผลิตแม้แต่น้อย
นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่า ตลาดน้ำมันโลกในขณะนี้อยู่ในช่วงหาจังหวะของการทำกำไรขึ้นลงจากข่าวรายวันเท่านั้น เนื่องจากแทบไม่มีปัจจัยพื้นฐานอะไรเลยที่สนับสนุนได้ว่า โอเปกและกลุ่มนอกโอเปกจะสามารถควบคุมเพดานการผลิตน้ำมันให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างแท้จริง
เพราะลำพังเพียงการฟรีซเพดานการผลิตระหว่างซาอุดิอาระเบียกับรัสเซียแทบจะไม่มีผลกับราคาน้ำมันของโลก หากประเทศผู้ส่งออกในกลุ่มท็อปเทนอื่นๆ เช่น อิรัก อิหร่าน และแม้แต่สหรัฐไม่เล่นด้วย
ปัจจุบัน ซาอุดิอาระเบียมีเพดานกำลังการผลิตที่ 10.2 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่อิหร่านจะผลิตเป็น 5 แสนบาร์เรล/วัน และเพิ่มอีกเท่าตัวภายในปีนี้
เอ็ด มอร์ส จากฝ่ายวิจัยโภคภัณฑ์โลกของซิตี้กรุ๊ป ให้มุมมองกับซีเอ็นบีซีว่า การไล่ล็อบบี้เป็นรายประเทศเช่นนี้อาจไม่ช่วยให้ที่ประชุมใหญ่ของโอเปกในเดือน มิ.ย.ที่จะถึงนี้สามารถบรรลุข้อตกลงเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาได้จริง และจากการหารือวงย่อย 2 ครั้งที่ผ่านมา ก็ยังไม่เห็นว่าจะเกิดอิมแพ็กขึ้นมาได้มากนัก
จากความเห็นของซิตี้กรุ๊ปนั้น นอกจากประเด็นสำคัญจะอยู่ที่อิหร่าน ที่เป็นตัวแปรหลักหลังจากนี้แล้ว ก็ยังขึ้นอยู่กับผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในโอเปกอย่างซาอุดิอาระเบีย ที่มีแนวโน้มจะไม่ยอมเปลี่ยนยุทธศาสตร์อันแข็งกร้าวง่ายๆ เพราะยังสามารถแบกรับภาระได้ยาวกว่าใคร และจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการประชุมใหญ่โอเปกในเดือน มิ.ย.นี้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีมติเป็นเอกฉันท์ร่วมกันออกมา
ความเป็นไปได้ที่ซาอุดิอาระเบียจะยอมลดราคาน้ำมันลงในที่ประชุมใหญ่นั้น อาจเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อสามารถต่อรองผลประโยชน์ด้านการเมืองในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนระอุอย่างต่อเนื่องได้ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ซีเรีย และพันธมิตรของซีเรียอย่างรัสเซียและอิหร่าน
หากจับตาสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ซาอุดิอาระเบียให้ความสำคัญกับภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางไม่น้อยไปกว่าประเด็นเรื่องน้ำมันและปากท้องในประเทศ หลังจากที่กลับมาเผชิญหน้ากับอิหร่านอีกครั้งตั้งแต่ต้นปี และส่งผลให้ซาอุดิอาระเบียต้องทำสงครามตัวแทนผ่านสมรภูมิในเยเมน ประกาศพร้อมส่งทหารราบไปช่วยพันธมิตรในซีเรีย และยังเตรียมจัดการซ้อมรบครั้งใหญ่โดยระดมความร่วมมือจาก 20 ชาติพันธมิตรเพื่อแสดงแสนยานุภาพ
ทว่า เมื่อพิจารณาจากสงครามตัวแทนในซีเรียที่แต่ละฝ่ายก็ยืนหยัดสู้กันเต็มที่มานานนับปีนั้น ก็อาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีการตกลงกันในเชิงการเมืองเพื่อผลประโยชน์ในเชิงราคาน้ำมันร่วมกัน และจากการล็อบบี้อิหร่านครั้งล่าสุดนี้ ก็ได้รับการตอบรับในเชิงแบ่งรับแบ่งสู้เท่านั้นว่า อิหร่านพร้อมสนับสนุนเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน แต่ก็ไม่มีการส่งสัญญาณแม้แต่น้อยว่าจะลดหรือคงการผลิตน้ำมันออกมา
ราคาน้ำมันในช่วงครึ่งปีแรกนี้จนกว่าจะถึงการประชุมใหญ่โอเปก จึงพร้อมที่จะสวิงขึ้น-ลงอย่างสุดโต่งได้เสมอตามข่าวดีและข่าวร้ายรายวัน โดยที่ยังไม่เห็นแนวโน้มว่าจะมีปัจจัยใดๆ ที่ช่วยเพิ่มระดับราคาน้ำมันโลกในปีนี้ได้อย่างแท้จริง







