
น้ำตกเอราวัณแห้ง
ภัยแล้งลามน้ำตกอุทยานเอราวัณเริ่มแห้งขอด โคราชนาข้าวยืนต้นตายกว่า 100 ไร่
ภัยแล้งลามน้ำตกอุทยานเอราวัณเริ่มแห้งขอด โคราชนาข้าวยืนต้นตายกว่า 100 ไร่
นายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า สถานการณ์วิกฤตภัยแล้งคุกคามส่งผลทำให้น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งอยู่ห่างจากน้ำตกเอราวัณไปทางทิศตะวันตกประมาณ 42 กิโลเมตร เริ่มแห้งขอดน้ำลดลงต่อเนื่อง
“น้ำตกเอราวัณที่อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ปัจจุบันยังคงมีน้ำไหลลงมาจากต้นน้ำ คือ ลำห้วยม่องไล่ และลำห้วยอมตลา (อะมะตะลา) ที่ไหลมารวมกันบนเทือกเขาสลอบที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 8 กิโลเมตร ซึ่งเป็นต้นน้ำคนละแห่งกันกับต้นน้ำของน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น” นายปรยุษณ์ กล่าว
หัวหน้าอุทยานฯ กล่าวอีกว่าจากวิกฤตภัยแล้งในปีนี้พบว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่ภายในน้ำตกเอาราวัณเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำลดลงไปประมาณ 60% ยังคงเหลือปริมาณน้ำอยู่ 40% แต่หากสภาพอากาศยังคงแห้งแล้งอย่างต่อเนื่องต่อไปเช่นนี้ คาดว่าภายใน 1-2 เดือนข้างหน้าฝนทิ้งช่วงน้ำตกในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณแห้งขอดสนิท
ขณะที่ชาวนา ต.โคกสูง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งปลูกข้าวนาปรังบริเวณริมถนนสายนครราชสีมา-ชัยภูมิ ต่างพากันทิ้งนาข้าวให้ยืนต้นตายแล้วกว่า 100 ไร่ หลังจากน้ำในลำน้ำธรรมชาติแห้งขอด ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้ ส่งผลให้นาข้าวมีสภาพดินแห้ง แตกระแหงเป็นบริเวณกว้าง
นางนาตยา สิทธิเสือ ชาวนา ต.โคกสูง กล่าวว่า ปกติแล้วพื้นที่บริเวณนี้จะสามารถปลูกข้าวนาปรังได้ทุกปีเนื่องจากอยู่ใกล้ลำน้ำธรรมชาติ ที่รับน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรร อ.ด่านขุนทด แต่ปีนี้ทางจังหวัดได้แจ้งว่าน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ เหลือน้อยกว่าทุกปี จึงขอความร่วมมือให้งดทำนาปรัง
นางนาตยา กล่าวอีกว่า หลังทางจังหวัดแจ้งเตือนขอให้ชาวนางดทำนาปรัง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยกเลิกทำนาปรังในปีนี้ แต่มีชาวนาบางรายไม่สนคำเตือนยังฝืนทำนาปรังในที่สุดต้องทิ้งให้ข้าวยืนต้นตายกว่า 100 ไร่ เพราะไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว ทำให้ต้องขาดทุนยับ







