
กระหน่ำงบกระตุ้น
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดผยว่า แม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขเศรษฐกิจปี 2558 ว่าขยายตัวเพียง 2.8% แต่เป็นการเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่เศรษฐกิจขยายตัว 0.9% ซึ่งถือเป็นระดับที่ดีในภาวะที่เศรษฐกิจโลกเป็นเช่นนี้ และตัวเลขต่างๆดีขึ้น ยกเว้นส่งออกเท่านั้น
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดผยว่า แม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขเศรษฐกิจปี 2558 ว่าขยายตัวเพียง 2.8% แต่เป็นการเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่เศรษฐกิจขยายตัว 0.9% ซึ่งถือเป็นระดับที่ดีในภาวะที่เศรษฐกิจโลกเป็นเช่นนี้ และตัวเลขต่างๆดีขึ้น ยกเว้นส่งออกเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในส่วนการลงทุนเอกชนที่ขยายตัวไม่ดีเท่าที่ควร เป็นไปได้ว่าเกิดจากการที่เอกชนขาดความมั่นใจต่อสถานการณ์การเมืองที่ยังคงมีข่าวออกมาเป็นระยะๆ ทำให้รู้สึกไม่แน่นอน แต่จะพบว่าเอกชนเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น
“ผมอยากให้เอกชนใช้ช่วงเวลานี้ลงทุน เพราะภาครัฐได้ให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ดอกเบี้ยก็ต่ำ อย่างตอนนี้เอกชนของสิงคโปร์เขาใช้ช่วงเวลานี้ลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อรองรับกับอนาคต” สมคิด กล่าว
รองนายกฯ เชื่อว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยตลอดปีนี้จะสามารถขยายตัวได้ 3% แต่จะบวกได้มากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับการขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ แต่ก็ต้องอาศัยความเชื่อมั่นของเอกชนด้วย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาส 2 จะมีหลายมาตรการที่จะทำให้มีเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจแต่เป็นการลงทุนไปในช่วงที่การส่งออกเบาบาง
“มาตรการที่จะทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ คือ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนผ่านกองทุนหมู่บ้าน 3.5 หมื่นล้านบาท ตามแนวนโยบายประชารัฐ โครงการลงทุนแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่น ซึ่งจะใช้เงินบางส่วนมาจากเงินขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เงินลงทุนในโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วประเทศ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะใช้งบประมาณจากงบกลางปี จำนวน 5.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งผมจะไปชี้แจงรายละเอียดในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันที่ 18 ก.พ.นี้” สมคิด กล่าว
สมคิด กล่าวว่า รัฐบาลยังมีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกไปสู่พืชใช้น้ำน้อยและเก็บเกี่ยวได้เร็ว คาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาสัปดาห์หน้า ส่วนโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท แม้การเบิกจ่ายเงินจะล่าช้า แต่มั่นใจเม็ดเงินจากโครงการจะเข้าสู่ระบบไตรมาสแรกและไตรมาส 2
ส่วนในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยจะถูกขับเคลื่อนโดยการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการพีพีพีฟาสต์แทร็ก ซึ่งจะมีการเสนอโครงการลงทุนรถไฟฟ้า 2 สาย คือ สายสีเหลือง และสีชมพู เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการร่วมทุนภาครัฐเอกชน (พีพีพี) ในวันที่ 29 ก.พ.นี้ ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิม จากนั้นจะเสนอเรื่องให้ ครม.อนุมัติต่อไป
สมคิดกล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน ว่า ที่ห่วง คือ จีนอาจลดค่าเงินหยวนลง ซึ่งจะส่งผลกระทบไปทั่วโลก แต่กรณีนี้ไม่อยากให้กังวลมากนัก เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลอยู่ และ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ก็เอาใจใส่ในเรื่องนี้อย่างมาก
“เอาเป็นว่าเรารู้ว่าพายุจะมา ภายในก็เตรียมไว้พอสมควร เราไม่ได้ประมาท ขอแค่ให้การเมืองดี ท่านนายกรัฐมนตรีบอกอยู่แล้วว่า จะมีการเลือกตั้งปีหน้าอย่างแน่นอน เราต้องไม่ทำอะไรให้ปั่นป่วนและที่ยากขึ้น” สมคิด กล่าว
ด้านธนาคารเอชเอสบีซี ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยลงจาก 3.3% เป็น 3.1% เนื่องจากการส่งออกซึ่งเป็นส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับแรงซื้อโลกชะลอตัว แต่เอชเอสบีซี ประเมินว่า แรงซื้อในประเทศและการลงทุนจากภาครัฐจะปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งคาดว่าปีนี้ ธปท.จะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก
เอชเอสบีซี คาดว่า ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าแบบค่อยเป็นค่อยไปตามค่าเงินอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดยปีนี้จะอยู่ที่ 36.8 บาท/เหรียญสหรัฐ เนื่องจากมูลค่าหนี้ในสกุลเงินต่างชาติและดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ในระดับที่ดี







