
แก้กม.อาคารเพิ่มทางเข้า
กรมโยธาธิการฯ เล็งแก้กฎหมายควบคุมอาคาร ขยายทางเข้าออกอาคาร หลังเจอปัญหาไฟไหม้ดับเพลิงยาก
กรมโยธาธิการฯ เล็งแก้กฎหมายควบคุมอาคาร ขยายทางเข้าออกอาคาร หลังเจอปัญหาไฟไหม้ดับเพลิงยาก
นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองอยู่ระหว่างพิจารณาแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2535 ซึ่งจะออกเป็นประกาศหลังจากที่ผ่านมาอาคารสูง 10 ชั้น บริเวณถนนนราธิวาส 18 ประสบปัญหาเพลิงไหม้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานในการเข้าไปดับเพลิง จึงทำให้ต้องมาพิจารณาเรื่องทางเข้า-ออก หรือเขตทางที่อาจจะต้องกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะอาคารขนาดใหญ่ที่ก่อสร้างมากกว่า 3 หมื่นตารางเมตร ว่าจะต้องมีทางเข้าออกไม่ต่ำกว่า 18 เมตร เนื่องจากรถดับเพลิงไม่สามารถเข้า-ออกได้สะดวก ขณะนี้ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียด
“พ.ร.บ.ควบคุมอาคารหากจะแก้ไขในเวลานี้ สามารถแก้ไขโดยออกเป็นประกาศได้ จากเดิมที่จะต้องออกเป็นกฎกระทรวง ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา เพื่อเป็นการระวังปัญหาเนื่องจากอาคารสมัยใหม่นั้นจะก่อสร้างสูง อย่างเช่น อาคารสำนักงานที่สูงที่สุดในอาเซียน จะก่อสร้างบริเวณถนนพระราม 9 แต่เชื่อว่าทางวิศวกรต้องมีการควบคุมเป็นอย่างดีในการออกแบบระบบสปริงเคลอร์เพื่อใช้ดับเพลิง” นายมณฑล กล่าว
สำหรับอาคารเก่าที่สร้างขึ้นก่อน พ.ร.บ.ควบคุมอาคารปี 2535 ซึ่งมีอยู่กว่า 100 อาคารนั้น ปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขกฎหมายย้อนหลังได้ แต่ก็เสนอให้แต่ละอาคารต้องมีการเพิ่มเครื่องดับเพลิง
นอกจากนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ลงนามในสัญญาร่วมมือ 2 ปี กับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารและพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมให้ทันสมัย ซึ่งการร่วมมือกับ วสท.จะเป็นการปฏิบัติงานเชิงบูรณาการ
ด้าน นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายก วสท. กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2556-2558 มีสถิติการเกิดอุบัติภัยเกี่ยวกับอาคารรวม 44 ครั้ง แบ่งเป็นอัคคีภัย 20 ครั้ง อาคารทรุด-แตกร้าว 15 ครั้ง ป้ายโฆษณาล้ม 5 ครั้ง และสะพานพังถล่ม 4 ครั้ง ซึ่งภัยจากอัคคีภัยและภัยจากการออกแบบอาคารถือเป็นภัยที่รุนแรงต่อชีวิตทรัพย์สิน จึงได้ร่วมกับกรมโยธาฯ จัดทำมาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร







