
"ประยุทธ์"พอใจภาพรวมประชุมสุดยอดอาเซียนสหรัฐ
นายกรัฐมนตรีพอใจภาพรวมการประชุมสุดยอดอาเซียนสหรัฐสมัยพิเศษสะท้อนความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาต่างๆร่วมกันของอาเซียนและสหรัฐฯ
นายกรัฐมนตรีพอใจภาพรวมการประชุมสุดยอดอาเซียนสหรัฐสมัยพิเศษสะท้อนความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาต่างๆร่วมกันของอาเซียนและสหรัฐฯ
ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ สมัยพิเศษ ว่าการจัดประชุมครั้งนี้เป็นรูปแบบเป็นกันเอง และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และผู้นำสหรัฐได้เชิญมาประชุมเป็นครั้งแรก หลังจากอาเซียนเป็นประชาคม นอกจากสหรัฐแล้วต่อไปจะมีการประชุมอาเซียน-รัสเซีย และอาเซียน-จีน ซึ่งการประชุมครั้งนี้แบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงที่ 1 จะเน้นเรื่องเศรษฐกิจเพื่อสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งมีซีอีโอขิงผู้ประกอบการสกรัฐมาแนะนำถึงเรื่องการพัฒนาประเทศให้เติบโตทางด้านเทคโนโลยี ส่วนช่วงที่ 2 เป็นการพูดคุยในระหว่างรับประทานอาหารค่ำ ซึ่งได้พูดถึงเรื่องภูมิภาคที่มีการหยิบยกถึงปัญหาของอาเซียนในปัจจุบันมาหารือเช่นทะเลจีนใต้บทบาทของสหรัฐต่อสถาปัตยกรรมในภูมิภาค บทบาทของจีน ภายใต้กรอบความร่วมมือ EAS ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี สำหรับช่วงที่ 3 เน้นเรื่องความมั่นคงและการรักษาสันติภาพ ซึ่งมีเรื่องสำคัญ 3 เรื่อง คือความท้าทายข้ามชาติ ด้านสาธารณสุข การค้ามนุษย์ประเด็นทางทะเล การก่อการร้าย ซึ่งทั้ง 3 การประชุมได้กล่าวในนามประเทศและอาเซียนว่าจะร่วมมือกันโดยมีสหรัฐเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ต้องสนับสนุนอาเซียนให้ความเข้มแข็ง พร้อมเสนอว่าการจะทำอะไรก็ตามให้คำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละประเทศด้วย แต่ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าการเกษตรจึงได้เสนอดูแลราคาสินค้าและพืชผลทางการเกษตรด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของการเจริญเติบโตทางเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านมี่จะมีการจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งหลายอย่างที่ได้พูดในที่ประชุมก็ตรงกับสิ่งที่รัฐบาลจะดำเนินการ สำหรับมิติความมั่นคงต่างเห็นตรงกันว่าจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพราะปัญหาต่างๆจะเชื่อมโยงถึงกัน เช่น ปัญหาก่อการร้าย ปัญหาความปลอดภัยในการเดินเรือทะเล ซึ่งเราจะต้องแก้ปัญหาโดยสันติวิธีใช้การเจรจาเป็นหลัก บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและความร่วมมือด้านต่างๆ กับประเทศมหาอำนาจ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้เสนอในที่ประชุมเกี่ยวกับประเด็นการก่อการร้ายต้องคำนึงถึงต้นทางกลางทางและปลายทาง ต้องร่วมกันป้องกัน ซึ่งในฐานะที่เป็นประเทศกลางทางจะกำชับเรื่องเส้นทางข้ามแดน ทั้งนี้การเปิดประชาคมอาเซียนจะทำให้มีผู้เข้า-ออกมากขึ้น จึงต้องมีวิธีป้องกัน เช่นการอนุมัติงบประมาณซื้อเครื่องตรวจสอบบุคคลเข้า-ออก และเป็นการเพิ่มมาตรฐาน ส่วนการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ไทยได้เร่งรัดปราบปรามเรื่องหนังสือเดินทางปลอม และแก้ปัญหาการใช้ไทยเป็นพื้นที่พักคอยของขบวนการค้ามนุษย์ เมื่อถามถึงเรื่องการที่เราเป็นประเทศกลางทาง น่าจะเข้าใจมากขึ้น ผู้มาทำผิดประเทศไทยต้องยึดกฎหมายไทยรวมทั้งกฎหมายระหว่างประเทศหากในกรณีนั้นมีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกันแต่ที่ผ่านมาปัญหาเกิดจากฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศไม่สอดคล้องกัน ส่วนเรื่องสิทธิมนุษยชนผู้นำประเทศต่างๆเข้าไทยหรือไม่นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่าในเรื่องดังกล่าวต้องดำเนินการตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อพิสูจน์สัญชาติแล้ว หากไม่สามารถส่งไปตามความต้องการได้
"ที่ผ่านมาที่จับกุมได้ก็มีหลายกลุ่มซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีความผิดและเกี่ยวข้องกับกฎหมายที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายคนเข้าเมือง และส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนที่มีหมายเรียกหรือหมายจับ และพิสูจน์สัญชาติแล้ว"นายกรัฐมนตรีกล่าว
ส่วนกรณีที่ผู้ถูกดำเนินคดีต้องการให้ส่งไปประเทศที่ตัวเองต้องการนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่สามารถทำได้เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นแหล่งซ่องสุมเป็นประเทศกลางทางที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มค้ามนุษย์ขบวนการอพยพโดยไม่ปกติซึ่งต้องให้รอบคอนไม่ใช่มนุษย์สิทธิมนุษยชน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว







