posttoday
ทอท.ยันของต้องห้ามที่ยึดจากผู้โดยสารจะถูกนำไปทำลาย

ทอท.ยันของต้องห้ามที่ยึดจากผู้โดยสารจะถูกนำไปทำลาย

16 กุมภาพันธ์ 2559

ทอท.ยืนยันของต้องห้ามที่ยึดได้จากผู้โดยสาร จะถูกนำไปทำลายตามกระบวนการจัดการขยะ หลังมีข่าวถูกนำไปขายต่อ

ทอท.ยืนยันของต้องห้ามที่ยึดได้จากผู้โดยสาร จะถูกนำไปทำลายตามกระบวนการจัดการขยะ หลังมีข่าวถูกนำไปขายต่อ

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีข่าวทางสื่อต่างๆ นำเสนอข้อมูลว่ามีผู้นำของที่ยึดได้จากผู้โดยสาร อาทิ ครีมทาผิว สบู่อาบน้ำ โรลออน นำไปขายทอดตลาด ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสม นั้น ทอท.ขอยืนยันว่า ทอท.มีนโยบายให้ทำลายของต้องห้าม ที่ยึดได้จากผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) จะถูกนำไปทำลายตามกระบวนการจัดการขยะ ทั้งนี้ ในส่วน ทสภ. ซึ่งมีจำนวนผู้โดยสารมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ได้มีการว่าจ้างกลุ่มเอสพีเอส คอนซอร์เตียม เป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดการและจัดเก็บขยะตามอาคารต่าง ๆ ภายใน ทสภ. มาคัดแยกและทำลาย

นายนิตินัย กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานจำกัดสิ่งของที่ถูกยึดจากผู้โดยสาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็น น้ำหอม เจล สเปรย์ ยาสีฟัน สุรา ฯลฯ นั้น ภายหลังจากที่เก็บรวบรวมมาจากจุดตรวจค้น ทสภ. จะตรวจสอบหาวัตถุที่อาจมีสารประกอบของระเบิด ซึ่งหากพบจะนำไปทำลายตามกรรมวิธีที่ถูกต้อง และในส่วนที่ไม่พบว่ามีสารประกอบที่อันตราย บริษัทผู้รับจ้างจะรวบรวมไปที่สถานีคัดแยกขยะ เพื่อทำการคัดแยกขยะก่อน โดยแบ่งขยะออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.ขยะรีไซเคิล ประเภทขวดพลาสติก ขวดแก้ว ขวดโลหะ ฯลฯ บริษัทผู้ดำเนินการจะคัดแยกและนำไปจำหน่ายให้แก่โรงงานหรือผู้ที่ต้องการนำขยะดังกล่าวไปแปรสภาพให้เป็นวัสดุใหม่  2.ขยะประเภทของเหลว เจล สเปร์ย ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ บริษัทฯ จะดำเนินการทำลายทิ้งด้วยวิธีการตัดบรรจุภัณฑ์ หรือ  เททิ้ง ซึ่งของที่ถูกยึดมาได้จากผู้โดยสารส่วนใหญ่จะถูกทำลายในลักษณะนี้ 3. ขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ บริษัทฯ จะนำออกไปกำจัดภายนอก ทสภ. ต่อไป

นายนิตินัย กล่าวว่า ทอท.ได้มีการดำเนินงานที่เข้มงวดในการตรวจค้นร่างกายและสัมภาระผู้โดยสาร ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดการนำของเหลว เจล สเปรย์ หรือวัตถุและสารอื่นๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันขึ้นบนอากาศยานตามกฎขององค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ถูกยึดสิ่งของ ทอท.จึงใคร่ขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามมาตรการนี้อย่างเคร่งครัด โดยหากผู้โดยสารต้องการนำของเหลว อาทิ เจล สเปรย์ ครีม น้ำหอม สบู่เหลว  ยาสีฟัน ฯลฯ พกติดตัวขึ้นเครื่องบิน ของเหลว ดังกล่าวจะต้องอยู่ในภาชนะที่มีความจุไม่เกิน 100 มิลิลิตรเท่านั้น และต้องใส่ในถุงพลาสติกใสที่สามารถเปิด-ปิดได้ โดยใน 1 ถุง จะต้องบรรจุของเหลวได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ซึ่งแต่ละคนสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้เพียงคนละ 1 ถุงเท่านั้น หากผู้โดยสารมีของเหลวที่เกินปริมาณนี้ ขอให้นำบรรจุไว้ในกระเป๋าสัมภาระที่จะบรรทุกไปใต้ท้องเครื่องบินแทน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท