
โอกาสและความท้าทาย ของห่วงโซ่มูลค่าอาเซียน
โดย...ไพลิน ผลิตวานนท์ และคณะ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
โดย...ไพลิน ผลิตวานนท์ และคณะ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
เมื่อพิจารณาห่วงโซ่การผลิตในอาเซียน จะพบว่า ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีการค้าระหว่างประเทศภายในภูมิภาคยุโรปสูงสุด ตามมาด้วยภูมิภาคเอเชีย
ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานมีผลดีต่อการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน นวัตกรรมใหม่ๆ ยังมีส่วนช่วยเพิ่มมูลค่าแก่สินค้าเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ามากขึ้น และช่วยลดต้นทุนในการผลิต
อย่างไรก็ดี การพัฒนาด้านการศึกษาและอบรมในอุตสาหกรรมนี้ อาจส่งผลลบต่อการค้า เนื่องจากการพัฒนาแรงงานมีผลต่อค่าจ้างแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดราคา และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และช่วยให้สามารถตอบสนองต่อพัฒนาการทางเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือก
สำหรับการค้าในอาเซียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการค้าชิ้นส่วนรถยนต์และการส่งออกให้ประเทศผู้ประกอบรถยนต์ที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ดังนั้น การพัฒนาด้านปัจจัยพื้นฐานโดยเฉพาะแรงงานฝีมือ จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อประเทศผู้นำเข้าสินค้าชิ้นส่วนเพื่อนำไปประกอบต่อ
ทั้งนี้ ผลจากการเพิ่มปัจจัยด้านสถาบัน พบว่าคุณภาพของกฎเกณฑ์และหลักนิติธรรมของแต่ละประเทศจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าระหว่างประเทศ
ขณะที่ความแตกต่างระหว่างกฎระเบียบและกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศด้านต่างๆ เป็นผลลบต่อการค้าระหว่างประเทศ
จากความแตกต่างทางโครงสร้างเศรษฐกิจและปัจจัยการผลิตของประเทศอาเซียน แต่มีอาณาเขตที่ใกล้ชิดกันเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญทำให้เกิดห่วงโซ่มูลค่าในอาเซียน ซึ่งจากการประเมินความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอาเซียนจากอุตสาหกรรมตัวอย่างที่คัดเลือกมาทั้งในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วน พบว่า ไม่มีประเทศใดเลยที่มีความสามารถในการแข่งขันในทุกขั้นตอนการผลิต
ขณะที่หากประเทศอาเซียนรวมตัวกัน จะมีความสามารถในการแข่งขันที่ครอบคลุมกว่าในการผลิต
ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาจาก Gravity Model พบว่า การพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าในอาเซียนให้แข็งแกร่งมากขึ้น รวมถึงยกระดับไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มและใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สูงขึ้นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อปลดล็อกข้อจำกัด และอุปสรรคทั้งจากการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ การขาดแคลนแรงงาน และกฎระเบียบที่ยุ่งยากและซับซ้อน
ดังนั้น เพื่อให้สินค้าของอาเซียนสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ในตลาดโลก และยกระดับไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มและใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม อาเซียนจำเป็นต้องดำเนินการในหลายเรื่องที่จะเพิ่มมูลค่าห่วงโซ่เศรษฐกิจ
1.ตระหนักถึงศักยภาพของอาเซียน รวมถึงพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการยกระดับการผลิตในอาเซียน อาเซียนควรตระหนักถึงจุดแข็งของแต่ละประเทศ และร่วมมือกันสร้างห่วงโซ่การผลิตในฐานะหุ้นส่วนของอาเซียน มากกว่าที่จะแข่งขันกันเอง พัฒนาปัจจัยที่จะช่วยยกระดับการผลิตในอาเซียนไปสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม และใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สูงขึ้น
2.เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการสร้างถนน สนามบิน และท่าเรือ เพื่อให้เพียงพอในการรองรับปริมาณการค้าที่จะเพิ่มขึ้น และช่วยลดต้นทุนค่าขนส่ง เพราะระดับการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียนนั้นยังอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว (Advanced Economies) โดยส่วนหนึ่งอาจเป็นการพัฒนาต่อจากโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อทางด้านคมนาคมกับประเทศต่างๆ ในอาเซียน (Physical Connectivity) ที่มีอยู่แล้ว อาทิ North-South Corridor เชื่อมโยงจีนตอนใต้กับเมียนมา ลาว และไทย และนโยบาย One Belt One Road เพื่อเชื่อมโยงจีนกับประเทศต่างๆ
3.พัฒนาความเชื่อมโยงเชิงสถาบัน (Institutional Connectivity) เพื่อลดต้นทุนในการทำธุรกิจ โดยการร่วมมือกันระหว่างประเทศในอาเซียนเพื่อปรับปรุงกฎเกณฑ์ทางด้านการค้าต่างๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หรือให้มีความเป็นสากล ผ่านเวทีความร่วมมือต่างๆ อาทิ ASEAN Economic Community (AEC) ซึ่งอาจจะเป็นไปในรูปแบบของการลดภาษีระหว่างประเทศอาเซียน และการจัดทำ ASEAN Single Window ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนในการผ่านศุลกากรระหว่างประเทศอาเซียน
4.เตรียมพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นทั้งในภูมิภาคและในโลก โดยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ อาทิ การเพิ่มขึ้นของค่าจ้างแรงงานของจีน ซึ่งอาเซียนที่มีค่าจ้างแรงงานต่ำอาจได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตสินค้าราคาถูกบางส่วนออกจากจีน (2) การเพิ่มขึ้นของคนชั้นกลางในอาเซียน ซึ่ง Asian Development Bank (ADB) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 65 ภายในปี 2030
ขณะเดียวกัน ประเทศต่างๆ ในอาเซียนก็จำเป็นต้องรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินให้อยู่ในเกณฑ์ดี เพื่อรักษาอุปสงค์และการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาค รวมถึงเพื่อให้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในอนาคต







