
ดิจิตอลคอนเทนต์ 'ขุมทอง'ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
โทรศัพท์มือถือแทบจะกลายเป็นอวัยวะส่วนที่ 33 ของมนุษย์ยุคปัจจุบัน และเป็นที่รู้กันว่าการใช้งานโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ไม่ได้มีรูปแบบการใช้งานจำกัดอยู่ที่การสื่อสารผ่านเสียงพูด หรือการรับส่งข้อความเป็นตัวหนังสือเท่านั้น
โทรศัพท์มือถือแทบจะกลายเป็นอวัยวะส่วนที่ 33 ของมนุษย์ยุคปัจจุบัน และเป็นที่รู้กันว่าการใช้งานโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ไม่ได้มีรูปแบบการใช้งานจำกัดอยู่ที่การสื่อสารผ่านเสียงพูด หรือการรับส่งข้อความเป็นตัวหนังสือเท่านั้น
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
อวัยวะส่วนที่ 33 มีความสามารถมากกว่านั้นมาก และข้อมูลล่าสุดก็พบว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี่เองที่ยังเป็นแหล่ง “ขุมทอง” ของบรรดาผู้ที่ให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม
การวิจัยของบริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและทำวิจัยชื่อดังของโลกชี้ว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นแชมป์ครองสัดส่วนการขยายตัวในตลาดของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือติดต่อกันเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยในปี 2552 มีการขยายตัวขึ้นราว 22.1% นั่นหมายถึงมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือได้ใช้โทรศัพท์เป็นตัวเชื่อมต่อ และเชื่อมโยงการรับรู้ข้อมูลต่างๆ ถึงกว่า 489 ล้านคน
ทั้งนี้ ถ้ามองในเรื่องของตัวเลขมูลค่าเป็นตัวเงินแล้ว บรรดาผู้ให้บริการการสื่อสารและโทรคมนาคมสามารถโกยเงินจากผู้ใช้ในภูมิภาคเอเชียตะวันเฉียงใต้ไปกว่า 2.87 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.26 แสนล้านบาท)
ปัจจัยหนึ่งน่าจะเป็นเพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจ มีส่วนที่ช่วยในการขับเคลื่อนปริมาณการใช้งานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับเทรนด์โลกที่ เบน วูด นักวิเคราะห์ด้านตลาดโทรศัพท์มือถือจาก ซีซีเอส อินไซด์ เคยกล่าวไว้ว่า ธุรกิจด้านโทรศัพท์มือถือจะเป็นอีกหนึ่งตลาดที่งอกงามและเฟื่องฟูมากที่สุดในโลก
ตัวเลขล่าสุดในปี 2552 ผู้ใช้โทรศัพท์ทั่วโลกมีการเชื่อมต่อโทรศัพท์ (Mobile Connections) สูงมากถึง 4,000 ล้านเครื่อง และคาดว่าในอีก 2 ปี ข้างหน้า คือช่วงราวกลางปี 2555 จะมีปริมาณการเชื่อมต่อราว 6,000 ล้านเครื่องทั่วโลก
แต่ที่น่าสนใจก็คือ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งดึงเอาจีนและอินเดีย สองประเทศซึ่งมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงมาก มีตัวเลขการขยายตัวของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีสัดส่วนราว 47% ของรายได้ทั้งหมดทั่วโลก
สิ่งหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวคือ เมื่อรายได้ส่วนบุคคลเติบโตขึ้น ประชาชนมีโอกาสในการใช้จ่ายในเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากปัจจัยของการบริโภคพื้นฐาน อย่างเช่น การรับข้อมูลข่าวสาร ก็มักจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
ในภาพรวมอัตราการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) รายหัวของประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิกก็ขยับขึ้นทุกปี
เวียดนาม หนึ่งประเทศซึ่งเป็นตลาดที่กำลังพัฒนาในเรื่องของระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือนั้น มีตัวเลขจีดีพีต่อหัวอยู่ที่ราว 2,600 เหรียญสหรัฐ (ราว 8.4 หมื่นล้านบาท) ในปี 2551 และขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2,800 เหรียญสหรัฐ (ราว 9.03 หมื่นล้านบาท) ในปีที่แล้ว
อย่างกัมพูชาตัวเลขจีดีพีต่อหัวก็ขยับจาก 1,800 เหรียญสหรัฐ (ราว 5.8 หมื่นล้านบาท) ในปี 2551 มาอยู่ที่ 2,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 6.45 หมื่นล้านบาท) เมื่อปี 2553
ประกอบกับปัจจัยในการพัฒนาของระบบและเทคโนโลยีของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 หรือ Third Generation of Mobile Telephone (3G) ในภูมิภาคนี้ก็ก้าวกระเตื้องขึ้นไปมาก
มิตรประเทศที่รายล้อมประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม พม่า ลาว วิ่งนำหน้าด้วยระบบ 3G เป็นไปไกลหลายช่วงตัว
ยิ่งประเทศต่างๆ ในภูมิภาคมีระบบการรองรับที่ดีนั่นก็ช่วยผลักดันให้พื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้แกร่งและเติบโต เป็นดั่งอู่ข้าวอู่น้ำของบรรดาผู้ให้บริการอย่างแทบไม่ต้องสงสัย
ล่าสุด เอทีแอนด์ที ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของโลกประกาศว่า จะกระโดดมาขยายศักยภาพเครือข่ายในพื้นที่เอเชียแปซิฟิก
แม้ประเทศไทยจะเป็นตลาดใหญ่ที่สุดที่บรรดาผู้ผลิตโทรศัพท์สมาร์ตโฟนชื่อดังของโลกจะโดดเข้ารุมทึ้งแย่งส่วนแบ่งการตลาดกันอย่างดุเดือด แต่เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคแล้ว ไทยเรียกว่าอยู่ในอันดับรั้งท้ายที่ใช้ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบ 3G ระบบที่ช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของผู้ใช้โทรศัพท์ ด้วยการเพิ่มช่องทางการสื่อสาร ช่องทางในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การบริโภคข้อมูลต่างๆ
ผู้ใช้โทรศัพท์มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ใช่เพียงในเชิงของกิจกรรมส่วนตัวเท่านั้น แต่การเชื่อมต่อดังกล่าวเอื้อประโยชน์และดึงมาในใช้ในภาคเศรษฐกิจ การเงินและธุรกิจมากขึ้น
เจนีน เฟอร์โป จากบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (ไอเอฟซี) ซึ่งประจำอยู่ในกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซียยืนยันว่า ตลาดโมบายแบงกิงในภูมิภาคนี้มีโอกาสที่จะพัฒนาในตัวเลขที่สูงมาก และจะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาและขยายตัวไปยังด้านอื่นๆ
การขยายตัวในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากว่า ไม่ใช่เพียงบรรดาผู้ให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมเท่านั้นที่พบโอกาสทอง
แต่นี่น่าจะเป็นตัวเลขและโอกาสทองของทุกภาคส่วน ที่จะสามารถหยิบจับขึ้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ กระโดดเข้าใส่โลกแห่งการเชื่อมโยงข้อมูลที่หลากหลายและขยายตัวได้อีกมาก สร้างคอนเทนต์บุกจับตลาดในภูมิภาค







