
โลกมองไทย
ไอรินา โบโกวา ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เรียกร้องให้มีการหารือเพื่อคุ้มครองปราสาทพระวิหาร พร้อมเน้นย้ำถึงบทบาทของอนุสัญญามรดกโลกปี 2515 ในฐานะเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการยูเนสโก กล่าวภายหลังจากที่ได้พบปะกับตัวแทนจากทั้งประเทศไทยและกัมพูชา โดยเน้นย้ำถึงความห่วงใยของคณะกรรมการมรดกโลกว่า นั่นคือการคุ้มครองและส่งเสริมมรดกโลกด้วยความเคารพและปราศจากอคติที่มีต่ออำนาจอธิปไตยของประเทศสมาชิก รวมทั้งต่อการอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของอาณาเขต
“
การคุ้มครองและส่งเสริมมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของพวกเรา หมายถึงการสร้างสันติภาพ ความเคารพ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในพันธกิจหลักของยูเนสโก” โบโกวา กล่าวก่อนหน้านี้ มีกลุ่มคนไทยที่ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกไปรวมตัวกันที่หน้าสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มีการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลกที่บราซิล เพื่อพิจารณาการอนุรักษ์ปราสาทพระวิหาร ซึ่งได้รับการประกาศให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เมื่อปี 2551
ขณะที่บลูมเบิร์กเผยแพร่รายงานขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) ซึ่งระบุว่า การสร้างเขื่อนและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานบริเวณแม่น้ำโขงของเอเชียนั้น ถือเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของปลาน้ำจืดหลากสายพันธุ์ อาทิ ปลากระเบนน้ำจืดและปลาบึก
รายงานดังกล่าวเปิดเผยด้วยว่า เขื่อนพลังน้ำสร้างขึ้นเพื่อเป็นการขัดขวางเส้นทางการอพยพของหมู่ปลาเพื่อวางไข่ในแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแหล่งของปลาน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก
นอกจากนี้ ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ ยังอ้างถึงรายงานที่ออกมาเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาว่า โครงการพัฒนาเขื่อน 11 แห่ง ของลาว ไทย และกัมพูชา บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ของประชาชนกว่า 60 ล้านคนนั้น เป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ต่อพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง







