
แหยงเศรษฐกิจจีนหดตัว
ปัจจัยลบรุมเร้าหนัก เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มหดตัว กดดันส่งออก-เงินบาทหนัก
ปัจจัยลบรุมเร้าหนัก เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มหดตัว กดดันส่งออก-เงินบาทหนัก
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สาเหตุที่ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจในปี 2559 ลงเหลือ 2.8-3.8% สะท้อนให้เห็นชัดถึงความเสี่ยงด้านลบต่อเศรษฐกิจ เพราะการที่เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นซึ่งจะส่งผลต่อทั้งการส่งออก ราคาน้ำมัน ราคาสินค้าเกษตร
“สศช.พบว่าการฟื้นตัวเศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นไปอย่างล่าช้า ขณะที่การชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนามีความชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ความเสี่ยงด้านความผันผวนของระบบการเงินโลกยังอยู่ในเกณฑ์สูง ตามการหดตัวของเศรษฐกิจจีน ปัจจัยดังกล่าวจะทำให้สหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ยช้าลง โดยคาดว่าทั้งปีจะปรับขึ้น 2 ครั้ง ในเดือน มิ.ย.และ ธ.ค. ส่วนประเทศสำคัญๆ จะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายและต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี” เลขาธิการ สศช. กล่าว
นายปรเมธี กล่าวว่า วัฏจักรเศรษฐกิจและนโยบายการเงินยังมีแนวโน้มทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ รวมถึงเงินบาท
ทั้งนี้ สศช.คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวได้ 3.3% จาก 3% ในปีที่ผ่านมาเป็นการเร่งขึ้นที่ช้า โดยสหรัฐจะขยายตัว 2.6% ยุโรป 1.7% ญี่ปุ่น 1% ขณะที่จีนคาดว่าจะเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวเหลือ 6.5% เมื่อเทียบกับ 6.9% ในปี 2558 ซึ่งการชะลอตัวของจีนเป็นประเด็นที่น่ากังวลที่สุด เพราะส่งผลต่อทั้งการท่องเที่ยวและการส่งออกของไทย และถ้าเศรษฐกิจจีนลดลงคงไม่ได้กระทบเฉพาะไทย คงกระทบประเทศอื่นที่เป็นคู่ค้า
“สถานการณ์แบบนี้ต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นไปตามแผน เบิกจ่ายเม็ดเงินเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัว ทั้งแผนลงทุนด้านคมนาคมระยะเร่งด่วน ระบบขนส่งทางถนน และแผนบริหารจัดการน้ำ สุดท้ายคือต้องโปรโมทการท่องเที่ยวไทยตลอดทั้งปี” นายปรเมธี กล่าว
นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หลังจากนี้คงต้องติดตามแนวโน้มการใช้จ่ายของภาคเอกชนในระยะต่อไป เพราะการส่งออกมีปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกประเทศ จากทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและเอเชีย รวมถึงความผันผวนของตลาดการเงินโลก







