
กกต.เล็งคุมประชามติ ก่อความวุ่นวายคุก10ปี
กกต.เตรียมออกกฎเหล็กคุมเข้มประชามติ ใครบิดเบือนต้องควักเงินทำประชามติใหม่
กกต.เตรียมออกกฎเหล็กคุมเข้มประชามติ ใครบิดเบือนต้องควักเงินทำประชามติใหม่
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีนายศุภชัย สมเจริญ เป็นประธาน เตรียมประชุมร่วมกันในวันที่ 16 ก.พ. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 16 มาตรา ซึ่งตามขั้นตอนหากที่ประชุม กกต.มีความเห็นชอบจะส่งไปให้กับคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาว่าจะเสนอเป็นร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือดำเนินการออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โดยอำนาจของคณะรัฐมนตรีต่อไป
สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว คือ การกำหนดให้ผู้ใดเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง มีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม ข่มขู่ หรือลักษณะอื่นใดโดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิไปออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และถ้าต้องมีการออกเสียงประชามติใหม่ ผู้นั้นต้องรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายในการออกเสียงประชามติใหม่ด้วย
นอกจากนี้ ยังบัญญัติให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานออกเสียงประชามติที่จงใจทุจริตต่อหน้าที่ มีโทษปรับตั้งแต่ 2 หมื่น-2 แสนบาท จำคุก 1-10 ปี และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี ส่วนผู้ทำลายบัตรที่มีไว้การออกเสียงโดยไม่มีอำนาจ หรือทำให้ชำรุด เสียหาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ส่วนการกระทำที่มีผลให้เกิดการขัดขวาง หน่วงเหนี่ยว ก่อความวุ่นวาย ไม่ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไปยังที่ออกเสียง มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท
เช่นเดียวกับการห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก จัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตออกเสียงระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันก่อนออกเสียง จนสิ้นสุดวันออกเสียง ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับ
ไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งห้ามผู้ใดจัดยานพาหนะนำผู้มีสิทธิไปหรือกลับจากที่ออกเสียงโดยไม่เสียค่าโดยสาร ค่าจ้างตามปกติ รวมถ้าจูงใจ ควบคุมให้ผู้มีสิทธิออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง มีโทษจำคุก 1-5 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่น-1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี
นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้เปิดเวทีดีเบตร่างรัฐธรรมนูญผ่านรายการโทรทัศน์ โดยมีตัวแทนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ตัวแทนสื่อมวลชน ตัวแทนประชาชน และนักการเมืองเข้าร่วม เนื่องจากการเชิญหลายฝ่ายเข้าร่วมจะทำให้ กรธ.ได้ชี้แจงตรงประเด็นที่ประชาชนสงสัย ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ







