posttoday
ปลดล็อกเบิกจ่ายลงทุน เพิ่มแรงขับเศรษฐกิจ

ปลดล็อกเบิกจ่ายลงทุน เพิ่มแรงขับเศรษฐกิจ

15 กุมภาพันธ์ 2559

กระทรวงการคลังรายงานผลการเบิกจ่าย 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 เบิกจ่ายได้แล้ว 1.048 ล้านล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 2.72 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 38.55% แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ เบิกจ่ายได้ 9.6 แสนล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 2.17 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 44.15%

กระทรวงการคลังรายงานผลการเบิกจ่าย 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 เบิกจ่ายได้แล้ว 1.048 ล้านล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 2.72 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 38.55% แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ
เบิกจ่ายได้ 9.6 แสนล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 2.17 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 44.15%

ในส่วนของรายจ่ายลงทุน เบิกจ่ายได้ 8.81 หมื่นล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 5.44 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 16.20% โดยสามารถเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมสูงกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของงบประมาณปี 2558 เนื่องจากหน่วยงานราชการได้เตรียมพร้อมเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างไว้แล้ว ส่งผลให้การเบิกจ่ายภาครัฐได้ตามเป้าหมายตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังไม่พอใจกับผลงานของการเบิกจ่ายงบลงทุนดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ใช้ไม้แข็งกับหน่วยงานที่ยังเบิกงบลงทุนล่าช้า โดยกำหนดเส้นตายให้ต้องทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างภายในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ หากทำไม่ทันก็จะถูกตัดและมีการโอนงบไปใช้ในโครงการลงทุนอื่นที่มีความพร้อมลงทุนทันที

สำนักงบประมาณประเมินว่าจะมีงบลงทุนที่ทำสัญญาไม่ทัน 5 หมื่นล้านบาท ที่จะถูกโอนไปใช้ในโครงการอื่นนั้น ส่งผลให้การเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2559 อาจจะสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 90% เพราะมีการติดตามแก้ไขตั้งแต่ต้นๆ เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2558 มีการตัดและโอนงบลงทุนช้ากว่านี้ ยังทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนได้ถึง 70-80% ปีงบประมาณ 2559 มีการดำเนินการเร็วกว่าถึง 3 เดือน ย่อมทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนเร็วกว่าและได้มากกว่าปีที่ผ่านมา

ในส่วนของงบลงทุนโครงการขนาดใหญ่ มีกำหนดเส้นตายให้เซ็นสัญญาก่อสร้างภายในครึ่งปีแรกนี้ให้ได้ 6 โครงการ มูลค่าการลงทุน 2.5 แสนล้านบาท จะมีการเบิกในปีงบประมาณ 2559 ได้ถึง 7-8 หมื่นล้านบาท เป็นอีกส่วนหนึ่งที่รัฐบาลให้เร่งเดินหน้าเต็มกำลัง

สำหรับโครงการลงทุนตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ประกอบด้วยมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท วงเงินรวม 3.64 หมื่นล้านบาท ลงนามในสัญญาแล้ว 1.45 หมื่นล้านบาท เบิกจ่ายได้ 2,497 ล้านบาท หรือ 6.8% ซึ่งดูเหมือนเบิกจ่ายได้น้อย แต่หากเทียบกับสัปดาห์ก่อนสามารถลงนามในสัญญาได้เพียง 1.13 หมื่นล้านบาท และเบิกจ่ายได้ 1,705 ล้านบาท เนื่องจากกรมบัญชีกลางได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท อย่างใกล้ชิด ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด คลังเขต และคลังจังหวัด และช่วยขจัดปัญหาต่างๆ ซึ่งส่งผลให้การเบิกจ่ายมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น

มนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า จากการที่ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามเร่งรัดการเบิกจ่าย และขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆ ของการดำเนินงาน  โดยกรมบัญชีกลางได้ให้สำนักงานคลังจังหวัดขยายเวลาการให้บริการแก่ส่วนราชการไปถึง 2 ทุ่ม และทำงานเสาร์-อาทิตย์ จึงทำให้สามารถเบิกจ่ายเงินได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น และคาดการณ์ว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้ 100% ภายในเดือน มี.ค. 2559 ตามที่รัฐบาลกำหนด จะส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบกระตุ้นการขยายตัวในปีนี้ได้ไม่น้อย

นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางยังเร่งเบิกจ่ายการลงทุนตามมาตรการสำคัญเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน วงเงินรวม 3,194 ล้านบาท ลงนามในสัญญาแล้ว 1,950 ล้านบาท เบิกจ่ายได้ 1,178 ล้านบาท หรือคิดเป็น 36.9% และโครงขนาดเล็กไม่เกิน 1 ล้านบาท วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท มีการทำสัญญาและเบิกจ่ายเกือบ 100% ตามกำหนดเส้นตายของรัฐบาล

ทั้งหมดจะเห็นว่าการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐบาล เครื่องติดและกำลังวิ่งได้เต็มแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นมาตรการที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอื่นๆ ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน ส่วนการส่งออกยังมีปัญหาจากเศรษฐกิจทำให้ขยายตัวได้ต่ำเหมือนปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเบิกจ่ายลงทุนจะเริ่มทำงานได้เต็มที่มากขึ้น แต่รัฐบาลก็ยังไม่นิ่งนอนใจ ยังมีการเร่งการลงทุนโครงการขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการของกระทรวงคมนาคมอีกกว่า 20 โครงการ มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลตั้งเป้าให้มีการทำสัญญาก่อสร้างให้ได้ภายในปี 2560

การเติมเงินงบลงทุนงบประมาณปี 2560 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาสูงกว่า 5 แสนล้านบาท หรือ 20% ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด ก็เพราะต้องการให้การเบิกจ่ายลงทุนไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งตรงกับไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2560 มีเม็ดเงินจากการลงทุนมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง

การเร่งเบิกจ่ายลงทุนที่ทำได้ดี ทำให้รัฐบาลมีเวลาหายใจในการซ่อมแซมเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวอื่นที่ยังไม่ทำงานให้กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง เพราะการที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เต็มศักยภาพ รัฐบาลต้องทำให้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกตัวทำงานได้อย่างเต็มที่พร้อมกัน การจะไปพึ่งเครื่องยนต์ตัวใดตัวหนึ่งอย่างที่เป็นอยู่ เศรษฐกิจไทยถึงจะโตได้แต่ก็ไม่ยั่งยืนและมีความผันผวนสูง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท