
ในเส้นทาง... ชีวิต... แม่น้ำ
“น้ำมาจากไหน” “น้ำมาจากก๊อก” หลายคนคงเคยได้ยินมุขขำขันทำนองนี้จากเด็กนักเรียนที่ตอบคำถามข้างต้นด้วยความมั่นใจ
โดย...ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ เครือข่ายพุทธิกา Budnet.org
“น้ำมาจากไหน” “น้ำมาจากก๊อก”
หลายคนคงเคยได้ยินมุขขำขันทำนองนี้จากเด็กนักเรียนที่ตอบคำถามข้างต้นด้วยความมั่นใจ สะท้อนคุณภาพการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กเข้าใจเช่นนั้น แม้ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะมีคำตอบที่ดีกว่าคำตอบข้างต้น แต่ผู้ใหญ่หลายคนอาจไม่ได้รับรู้ ไม่ได้เข้าใจมากนักในความซับซ้อนของความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ และยิ่งน้อยมากที่จะเข้าใจได้ว่า แท้จริงสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อม วิกฤตธรรมชาติ ก็เป็นภาพสะท้อนของวิกฤตในจิตใจมนุษย์
ช่วงวันที่ 20-31 ม.ค.ที่ผ่านมา คนกลุ่มหนึ่งมาจากที่ต่างๆ ของประเทศไทยรวมตัวเป็นชาวคณะธรรมยาตรา ศรัทธาจากป่าสู่สายน้ำ ร่วมเดินจากป่าต้นน้ำแม่ปิงสู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ เพื่อสื่อสารข่าวสารถึงสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นกับลุ่มน้ำแม่ปิง สิ่งที่ชาวคณะได้รับรู้คือ พื้นที่ป่าต้นน้ำจำนวนมากกลายเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น กระเทียม มันฝรั่ง ข้าวโพด โดยมีเครื่องสูบน้ำจากลำธาร แล้วแจกจ่ายน้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ แสดงถึงการลงทุนขนาดใหญ่ ไม่แปลกเลยที่ลำธารมีสายน้ำไหลรินน้อยมาก สอดคล้องกับน้ำในเขื่อนที่มีน้อยมากอย่างน่าตกใจ วิกฤตภัยแล้งกำลังเป็นเรื่องรุนแรง
การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ ต้องการการใช้สารเคมีทั้งปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ในช่วงการเดินธรรมยาตรา ภาพของเกษตรกรที่ใช้มือเปล่าโปรยเม็ดปุ๋ยเคมีลงบนแปลงพืชผักจนมือปนเปื้อนสีฟ้า ภาพเหล่านี้เป็นสิ่งพบเห็นได้ทั่วไป ปัญหาเรื่องสุขภาพหมักหมมเสมือนระเบิดเวลาที่ค่อยๆ กัดกินชีวิตทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค
คุณนิคม พุทธา แกนนำโครงการอนุรักษ์ลุ่มน้ำปิง ให้ภาพเปรียบเทียบความเป็นสายน้ำแม่ปิงว่า เป็นเหมือนใบไม้ที่มีเส้นแตกกระจัดกระจายเป็นลำธารน้อยใหญ่ไหลรินน้ำมาบรรจบที่ลำน้ำปิง ซึ่งก็คือเส้นกลางใบ โดยมีผืนป่าเป็นเสมือนฟองน้ำที่คอยดูดซับ กักเก็บน้ำ ดังนั้นปริมาณน้ำในสายน้ำแม่ปิงจึงขึ้นกับปริมาณน้ำที่ได้รับจากลำธารแยกย่อยเหล่านี้ รวมถึงคุณภาพของป่าต้นน้ำที่คอยกักเก็บน้ำ วิกฤตน้ำในแม่ปิงจึงเป็นภาพสะท้อนผลกระทบจากวิกฤตของลำน้ำสายเล็กสายน้อยเหล่านี้
มองจากสายตาของชาวบ้าน เกษตรกร การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจเป็นช่องทางรายได้ของพวกเขาที่ช่วยพวกเขาเลี้ยงดูครอบครัว และสำหรับพื้นที่ห่างไกลความเจริญ การหักล้างถางผืนป่าให้เป็นพื้นที่เพาะปลูกคงเป็นช่องทางที่พวกเขานึกออก รวมถึงเป็นสิ่งที่พวกเขาพอมีทักษะฝีมือที่จะช่วยพวกเขามีอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ พวกเขาอาจรับรู้ถึงความสำคัญของป่าต้นน้ำ แต่ความอยู่รอดและการกินดีอยู่ดีของพวกเขาก็สำคัญมากด้วยเช่นกัน
ความเป็นแม่น้ำไม่ใช่เพียงแค่การเป็นท่อส่งน้ำหรือเป็นแหล่งน้ำ แต่คือความเป็นองค์รวม สายน้ำที่ไหลผ่านลำธาร ก้อนหิน ผืนดิน ต้นไม้ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้สายน้ำมีชีวิต ธรรมชาติ ป่าเขา ลำน้ำต่างให้ความสุข สงบ พลังชีวิต สิ่งที่พึงระลึกสำคัญมากๆ คือ พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานในป่ามาโดยตลอด ป่ามีความสำคัญและให้กำเนิดชีวิต ให้การเรียนรู้ถึงธรรมะ
การเดินทางไปกับสายน้ำแม่ปิงในช่วงผ่านป่าเขา ลำน้ำดูมีชีวิต ร่าเริง แจ่มใส ความเหน็ดเหนื่อยในช่วงเดินทางดูเหมือนถูกปลดเปลื้องเมื่อได้สัมผัสสายน้ำ อย่างไรก็ดีสิ่งที่รับรู้ได้คือ ในช่วงผ่านย่านชุมชน ผ่านพื้นที่เพาะปลูก สีของสายน้ำดูเปลี่ยนแปลงไป แม่น้ำกลายเป็นที่รองรับสารเคมีที่ปนเปื้อนจากการทำการเกษตร รวมถึงปริมาณน้ำก็ลดลง
ภาพชีวิตของแม่น้ำจึงมีความแตกต่างมากระหว่างช่วงลำน้ำผ่านผืนป่ากับช่วงผ่านเขตชุมชน การทำลายพื้นที่ป่าเขาเพื่อทำพื้นที่การเกษตร เป็นเสมือนการกัดกินเลือดเนื้อของตนเอง หลายคนรู้สึกยินดีมีสุขกับลำน้ำในช่วงผ่านป่าเขา และรู้สึกเศร้า เสียใจไปกับลำน้ำในช่วงผ่านพื้นที่การเกษตรพืชเศรษฐกิจ ความยินดี ยินร้ายเข้ามาแวะเวียน ชะตากรรมของแม่น้ำจากต้นกำเนิด เริงร่าสดใสค่อยๆ ตายลง เมื่อเดินทางสู่เขตเมือง ชุมชน ก่อนที่จะไหลรวมกับทะเล มหาสมุทรในที่สุด แหล่งรวมของแม่น้ำทุกสาย
ภัยแล้งและปัญหาขาดแคลนน้ำกำลังกลายเป็นภัยคุกคามมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อพิพาทการแย่งชิงน้ำจะเป็นประเด็นที่ปรากฏและรุนแรงขึ้น ความเดือดร้อนจากผลกระทบกระตุ้นให้เราต้องใส่ใจ กระตุ้นให้เราจำเป็นต้องรู้สึกรู้สมไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เรื่องราวที่เกิดขึ้นในสายน้ำแม่ปิงเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับเราทุกคน หากเราไม่รู้สึกรู้สมไปกับสภาพที่เกิดขึ้นในสายน้ำ ไม่เห็นความเชื่อมโยงระหว่างปัญหากับสาเหตุ ความเดือดร้อน ความทุกข์ทนก็จะให้บทเรียนและบททดสอบที่เราต้องสอบผ่าน หากสอบไม่ผ่านปัญหา ความทุกข์ยากก็จะยังคงอยู่
ชีวิตคือระบบความสัมพันธ์ หากปราศจากความสัมพันธ์ ความโดดเดี่ยวทำให้ชีวิตดำรงอยู่ไม่ได้ และเราทุกคนต่างต้องการสายสัมพันธ์ทั้งกับเพื่อนมนุษย์ สรรพสัตว์ รวมถึงธรรมชาติ ดังนั้นการที่เราให้ความเมตตา กรุณา หรือทำร้าย เบียดเบียนต่อใครสักคน หรือต่อสิ่งรอบตัว ความเป็นสายสัมพันธ์นั้นจะส่งผลสั่นสะเทือนและเกิดการเปลี่ยนแปลงได้
หยดน้ำกลายเป็นทะเลได้ การกระทำแม้เล็กน้อยที่พอทำได้ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งทางสร้างสรรค์และทำลายได้ ทั้งหมดขึ้นกับการเลือกของพวกเรา







