
ประชามติ ไม่ผ่าน เผชิญวิกฤต 14 ตุลา
หลังจากมองไปที่เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญแล้ว อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ เล็งเห็นว่าหากร่างรัฐธรรมนูญ
หลังจากมองไปที่เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญแล้ว อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ เล็งเห็นว่าหากร่างรัฐธรรมนูญยังเป็นไปในลักษณะนี้ และไม่ได้มีการแก้ไขไปในทิศทางที่ดีขึ้นจนนำไปสู่การยอมรับ อาจส่งผลให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ผ่านประชามตินั้นจะนำมาซึ่งปัญหาทางการเมืองอีกมากให้กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
“ถ้าร่างรัฐธรรมนูญแล้วประชามติไม่ผ่านมาจะเกิดปัญหาแน่นอน จะมาคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือหยิบอะไรมาใช้ได้ง่ายๆ ไม่ใช่นะ” แก้วสรร เริ่มต้นการวิเคราะห์
“ถ้าไม่ผ่านประชามติขึ้นมา คสช.เท้าลอยเลย ทุกวันนี้คุณก็ไม่เอาพลังประชาชนมาร่วมในการปฏิรูปประเทศ และไม่ได้รับการสื่อสารให้เห็นว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญจะไปทางนี้เอาหรือไม่ คุณไม่มีอะไรหนุนอยู่เลย แต่พอคุณแพ้ในการประชามติร่างรัฐธรรมนูญ คุณจะอยู่ต่อเหรอ ในภาวะอย่างนั้นพวกป่วนเมืองดันไม่เท่าไหรก็เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา ได้ง่ายๆ เพราะเศรษฐกิจผมก็ยังไม่เห็นแววว่าจะแก้ไขได้ อัดเงินเข้าไปมันไม่หมุนนะเดี๋ยวนี้ คนเก็บหมด ไม่เอามาใช้หนี้ ไม่เอามาใช้จ่าย ไม่รู้ว่าจะลงทุนอะไร หมุนเท่าไหร่มันก็ไม่ไปหรอก
“ความน่าเชื่อถือคุณก็เจ๊งอีก ตอนนี้ถ้าพูดอย่างหวังดี คือ รู้เถอะว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว เวลาที่เหมาะเจาะมันผ่านไปหมดแล้ว ตอนนี้มีแต่เพียงว่าอย่าให้เศรษฐกิจสะเทือนและสมูทแลนดิ้ง (Smooth landing : ทำให้ราบรื่น) ให้ได้”
สมูทแลนดิ้ง คือ ต้องไปเลือกตั้ง? อาจารย์แก้วสรร ตอบว่า “ต้องไปเลือกตั้ง ร่างรัฐธรรมนูญต้องทำให้ผ่านโดยอะไรที่ไม่ใช่ปัญหาให้เอากลับไปที่เดิมให้หมด และแก้ไขเฉพาะที่เป็นปัญหาเท่านั้น พร้อมกับอธิบายกับสังคมถึงความจำเป็น แบบนี้ยังมีสิทธิผ่านประชามติ
“เวลาที่เหลือก็เอาไปออกกฎหมายที่ควรจะออก โดยเฉพาะกฎหมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการกำหนดราคากลางที่เป็นมาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือการทำกฎหมายหลักทรัพย์ที่ให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของไทยมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบหุ้นในตลาดไทยที่ดูแลโดยต่างประเทศ เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของหุ้น ต้องกำหนดลงไปในสัญญาระหว่างเจ้าของหุ้นและผู้ดูแลว่าถ้า ก.ล.ต.ไทยเรียกตรวจสอบจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของไทย โลกอื่นเขาทำกันหมดแล้ว การแก้ไขปัญหาแบบนี้ทำไมไม่ตั้งขึ้นมาแล้วดำเนินการแก้ไขปัญหา”
อาจารย์แก้วสรร ขยายถึงการแก้ไขปัญหาการทุจริตให้ได้ผลว่า “การป้องกันการทุจริต ไม่ใช่ทำแต่การปราบปราม มันต้องทำตั้งแต่ต้น ถ้าเราไปเทอยู่แต่การปราบปราม ป.ป.ช.ก็ไปไม่ไหว งานเยอะ คดีมาก แต่ทำไมเราไม่ป้องกันตั้งแต่ต้น เช่น ถ้าอยากแก้ปัญหาที่เอางบประมาณแผ่นดินไปทำเป็นงบประมาณของ สส. ก็ควรคุมตรงการออกงบประมาณ จะไปถอดถอนทำไม คุณปล่อยให้อำนาจมันเฟ้อทำอะไรก็ได้ แต่มาคุมตอนท้ายโดยมีเปาบุ้นจิ้น ทำไมไม่ไปคุมตั้งแต่ต้นไม่ให้อำนาจเฟ้อ”
มีพลังที่มากพอที่จะออกมาต่อต้าน คสช.หลังจากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ? อาจารย์แก้วสรร ประเมินว่า “ทุกวันเขาให้โอกาส คสช. คนจำนวนส่วนหนึ่งเลยนะเขาก็อดทนได้ แต่เมื่อไหร่ที่คุณพาประเทศไปไหนไม่ได้ แล้วก็นึกว่าคุณใหญ่ แต่จริงๆ ไม่ได้ใหญ่ ร่างรัฐธรรมนูญคุณเจ๊งไปแล้ว และถึงตรงนั้นเศรษฐกิจไม่ไหวจริงๆ ถ้าคุณเป็นฝ่ายตรงข้ามคุณจะทำอะไร ผมคิดเลยว่าพวกเขากำลังเตรียม 14 ตุลา”
จริงๆ ก็มีบางกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวอยู่แล้วหลายครั้ง แต่ไม่ได้มีผลเปลี่ยนแปลงอะไร? ได้รับคำตอบจากอาจารย์แก้วสรรว่า “ปัจจัยไม่เหมือนกัน สถานการณ์ไม่เหมือนกัน คนจะหาเรื่องมันมีอยู่แล้ว เขาถึงอ่อยให้คุณจับ คุณจับเขา ก่อหวอดตรงนั้นตรงนี้ วันหนึ่งประกาศกฎอัยการศึกเข้าไปจับ เละไหมล่ะ เขาอาจจะไล่ คสช.ไม่ได้ แต่ประเทศเละไปเลย เศรษฐกิจไม่เหลือ ผมไม่ได้ห่วง คสช.แต่ผมห่วงประเทศ คุณให้ไปถึงจุดนั้นเกิดปัญหาแน่
“ถ้าตอนนี้ผมเป็นที่ปรึกษาเขาและเขาถามผมนะ ผมจะบอกว่าให้สมูทแลนดิ้งดันร่างรัฐธรรมนูญให้ผ่านให้ได้ อะไรที่เป็นปัญหามากก็เอาออกให้หมด แก้ไขปัญหาเฉพาะที่เป็นปัญหาจริงๆ และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ พูดถึงปัญหา พูดถึงการแก้ไข ไม่ใช่มาประกวดว่าผมแต่งรัฐธรรมนูญดีไหม ทุกวันนี้เขาเป็นนักแต่งรัฐธรรมนูญ ไม่ได้แก้ไขปัญหา อยากได้รางวัลกันหรืออย่างไร”
ขณะนี้ถือว่า คสช.เสียของแล้ว? อาจารย์แก้วสรร ตอบทันทีว่า “เสียแล้ว เพราะเขามาจมกับอำนาจในฐานะรัฐบาล ส่วนอำนาจของ คสช.ที่ต้องใช้เพื่อการปฏิรูป ความมั่นคง และขุดความชั่วที่มันแทรกอยู่ ปรากฏว่ากลับไม่ได้ใช้ เพราะเอามาตรา 44 ไปใช้ไม่เหมาะ อย่างเช่น การแก้ระเบียบตำรวจ อันนั้นมันเรื่องรัฐบาล เป็นเรื่องราชการปกติ
“จริงๆ แล้วคุณไม่ควรลงมาเป็นรัฐบาลด้วยซ้ำไป คุณยืนเป็น คสช.และใช้อำนาจในการปฏิรูป ขุดรากที่ไม่ดีออกมา แต่พอคุณโดดลงมาเป็นรัฐบาล และคุณเพลินอยู่กับอำนาจตรงนี้ ทำให้เรื่องดังกล่าวมันไม่เดิน คุณมาตั้ง สนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) และ สปท. (สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ) เพื่อปกปิดการไม่ทำหน้าที่ของคุณเท่านั้น เรื่องปฏิรูปกับการจัดปัญหาความชั่วร้ายในสังคม มันต้องใช้อำนาจ คสช.เท่านั้น จะมาใช้อำนาจ สปท.หรือ สนช.ไม่ได้”
“การปฏิรูปต้องมีการนำประชาชน มีความเข้าใจ มีการเดินตาม มีความต่อเนื่อง และต้องถึงรากถึงโคนถึงจะเรียกว่าการปฏิรูป มันไม่มีหรอกการปฏิรูปโดยสภาอะไรก็ไม่รู้ มันไม่มีในโลก คุณต้องปฏิรูปความคิดในสังคม” แก้วสรรสรุป







