
รู้จักกู้เงินครั้งแรก
ความรักที่ผมมีต่อแม่ ทำให้ผมเขียนกลอนภาษาจีน ระบายความรู้สึกระลึกถึงพระคุณแม่
โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง
ความรักที่ผมมีต่อแม่ ทำให้ผมเขียนกลอนภาษาจีน ระบายความรู้สึกระลึกถึงพระคุณแม่ ผมขอนำมาลงไว้เพื่อให้ทราบถึงความรู้สึกซาบซึ้งและผูกพันที่ผมมีต่อแม่ โดยแปลเป็นภาษาไทยมีใจความแต่ละวรรค ดังนี้
วรรคที่ 1 มารดาข้าพเจ้าเป็นผู้ที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรม สติปัญญา และเมตตาธรรม
วรรคที่ 2 ได้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูข้าพเจ้า บุญคุณของท่านกว้างใหญ่ไพศาลดุจดั่งท้องฟ้า
วรรคที่ 3 ได้สั่งสอนกวดขันข้าพเจ้าด้วยความเข้มงวด คำสั่งสอนของท่าน เปรียบเสมือนแสงสว่างซึ่งปรากฏเด่นชัดทั้งกลางวันและกลางคืน
วรรคที่ 4 ท่านเป็นเหมือนบิดาและครูอาจารย์ ท่านสั่งสอนและเลี้ยงดูข้าพเจ้า
วรรคที่ 5 เพียงแต่ตอนนี้ ท่านได้จากโลกนี้ไปแล้ว และพักผ่อนอย่างสงบสุขกับบรรพบุรุษ
วรรคที่ 6 ข้าพเจ้าจึงตั้งจิตอธิษฐานขอเป็นคนดี ยึดถือและปฏิบัติดีตามแบบอย่างของท่าน และจะสั่งสอนอบรมลูกหลานให้เป็นคนดี ตามเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษสืบไป
วรรคที่ 7 นายซิวซี แซ่ตั้ง ขอนอบน้อมแด่คุณแม่อันเป็นที่รักยิ่ง
ความรู้สึกและความรักเทิดทูนในพระคุณแม่ยามนั้น ผมทำได้เพียงแค่การถ่ายทอดไว้ในกระดาษเพียงแผ่นเดียว ทั้งที่ความรักของผมที่มีต่อท่านใหญ่กว่าฟ้าและผืนดินบนโลกนี้
พี่และญาติๆ ได้จัดการเรื่องงานศพแม่ ผมได้แต่คิดและตั้งใจภาวนาว่า สักวันหนึ่งผมจะไปกราบท่านที่หลุมฝังศพ
โรงงานฟอกหนัง “เกี้ยงอุยล้ง” ของผมทำทั้งฟอกหนังและประตูหน้าต่างไม้ไปพร้อมๆ กัน ไม่ถึง 1 ปีที่ทำประตูหน้าต่างไม้ ผมได้รับคำสั่งซื้อล็อตใหญ่จากนายตำรวจท่านหนึ่งมีมูลค่าหลายแสนบาท นายตำรวจท่านนี้ได้รับคำแนะนำจากคนจีน ซึ่งเป็นผู้อาวุโสท่านหนึ่งในย่านคลองเตย ให้มาซื้อวงกบประตูหน้าต่างไม้จากนายซิวซี
ผู้ใหญ่ท่านนี้มาเชิญผมให้ไปพูดคุยกับนายตำรวจ “ซิวซี นี่คุณตำรวจที่จะซื้อประตูหน้าต่างไม้จากลื้อ” ท่านผู้อาวุโสแนะนำผมให้รู้จัก ผมยกมือไหว้นายตำรวจ “สวัสดีครับ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”
“ผมและเพื่อนลงทุนกันทำบริษัทก่อสร้าง พอดีได้งานสร้างบ้านพักทหารอเมริกาที่ จ.อุบลราชธานี 16 หลัง ทั้งโครงการต้องใช้วงกบ ประตู หน้าต่างไม้ ประมาณ 3 แสนบาท ซิวซีรับงานนี้ได้หรือเปล่า”
ผมฟังแล้วอึ้ง งานประตูหน้าต่างมีมูลค่าสูงถึง 3 แสนบาท ในชีวิตนี้ไม่เคยได้งานมูลค่าสูงแบบนี้มาก่อนเลย พอได้สติ ผมก็ตอบไปว่า “ยินดีครับ รับงานนี้ได้ครับ”
ผมตอบไปโดยไม่รู้ตัว ผมเพิ่งเป็นช่างไม้ได้แค่ปีเดียว แต่ทำไมผมใจกล้าตอบตกลงทั้งที่ผมยังไม่พร้อม แต่ก็มั่นใจว่าทำได้ หลังจากนั้นผมก็ไปคุยรายละเอียดจนพอใจในราคาและเงื่อนไขการชำระเงิน จึงเริ่มงาน ผมเลิกธุรกิจฟอกหนัง มุ่งมาทำประตูหน้าต่างไม้อย่างเดียว
งานนี้ใช้เวลาไม่ถึงปี จากคนงาน 2-3 คน มาเป็น 20 กว่าคน ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ บริษัทก่อสร้างของนายตำรวจจะมารับประตูหน้าต่างที่โรงงานผมแทบทุกสัปดาห์ ทุกอย่างทำตามสัญญาทั้งคุณภาพและปริมาณ กำหนดการส่งมอบสินค้าและการชำระเงินทุกอย่างราบรื่นดี
งานนี้ผมเริ่มกู้เงินจากธนาคารโดยใช้สัญญารับจ้างทำสินค้าให้บริษัทก่อสร้างของนายตำรวจเป็นหลักประกัน การกู้เงินเป็นวิธีหาทุนรูปแบบใหม่สำหรับผม จากอดีตที่ต้องตั้งวงแชร์มาเป็นการกู้เงิน ถ้ามีเครดิตก็กู้เงินง่าย ดอกเบี้ยเงินกู้ประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์/เดือน ซึ่งถูกมากเมื่อเทียบกับแชร์ ที่บางครั้งสูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์/เดือน หรือมากกว่านั้นแล้วแต่วงแชร์
จากการทำธุรกิจประตูหน้าต่าง ทำให้ผมมีความรู้ความสามารถในการกู้ยืม หมุนเงินได้เก่งมาก จะทำธุรกิจอะไร การเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมอีกต่อไป
งานของนายตำรวจลุล่วงด้วยดี ผมได้กำไรจากงานนี้ไม่น้อยกว่า 4 หมื่นบาท และปีถัดไปผมเซ้งที่ได้อีกกว่า 3 หมื่นบาท ผมมีเงินเกือบแสน จึงมีโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์คันแรกในชีวิต
ผมซื้อรถเก๋งมือสองยี่ห้อ มอรีส สีขาวควันบุหรี่ ราคาราว 4 หมื่นบาท ตอนที่ซื้อผมยังขับรถไม่เป็น ผมเรียนแค่วันเดียวก็ขับรถยนต์ได้แล้ว ใครๆ ก็มองว่าผมรวยมาก มีรถขับ มีคนมาติดต่อผมมากมายจนปี 2503 (ค.ศ. 1960) ผมคิดหาช่องทางสร้างความร่ำรวยด้วยการเปิดกิจการนำเข้า-ส่งออกขึ้นมา โดยหวังว่าจะเป็นธุรกิจที่สร้างความร่ำรวยให้ผมและครอบครัว
จุดเริ่มต้นของธุรกิจนำเข้า-ส่งออกนั้น เกิดจากการที่ผมได้พบกับเพื่อนนักธุรกิจหลายคน หนึ่งในนั้นคือ ลุงชุนซู่ ซึ่งมาพูดชักชวนผมว่า “ถ้าอยากรวยตั้งตัวได้ ต้องทำธุรกิจนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นมาขาย หรือไม่ก็ส่งออกสินค้าเกษตรกรรม”
ก่อนหน้านี้ ผมเคยได้ยินคนพูดกันมาบ้างแล้วว่า ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ถ้าทำถูกช่องทางแล้วรวยไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องที่อยู่ในใจผมตลอดมา ผมจึงตอบรับคำชักชวนของลุงชุนซู่และพรรคพวกโดยไม่ต้องคิดมาก ธุรกิจทำประตูหน้าต่างไม้ไปได้ดีในช่วง 5 ปีแรก หลังจากจบงานบ้านพักอเมริกาแล้วก็ไม่มีงานใหญ่ จะเป็นงานเล็กๆ กลางๆ ซึ่งพอมีกำไรบ้าง แต่ไม่มากพอที่จะมาจ่ายในการลงทุนธุรกิจนำเข้า-ส่งออกทั้งหมดได้
ปัญหาเดิมๆ ในการทำธุรกิจทุกครั้งที่ต้องพบเจอ คือ เงินทุน แรกๆ ผมไม่หนักใจนัก กู้เงินครั้งละไม่กี่หมื่นบาท กู้ไปกู้มาหลายครั้งในรอบ 1 ปี ยังไม่ได้ผลกำไรอะไรกลับมาเลย ลุงชุนซู่และเพื่อนนักธุรกิจมักบอกว่า “ใจเย็นๆ แรกๆ มันต้องลงทุนมากหน่อย เดี๋ยวเราก็รวยเละเลย”
ปีที่ 2 ผมก็ยังกู้ แต่แหล่งเงินกู้ชักร่อยหรอลง ต้องหาแหล่งเงินกู้ใหม่ๆ เงินกู้แรกๆ ก็กู้จากเพื่อนที่รู้จักกันดี คิดดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน พอกู้มากเข้าคนให้กู้ก็เกิดความไม่มั่นใจ จึงคิดดอกเบี้ยเพิ่มเป็นร้อยละ 5 ต่อเดือน แต่พอมากเกินไปเขาก็ไม่ให้กู้ และเมื่อเริ่มถึงเวลาชำระเงินกู้คืน เงินกำไรจากธุรกิจทำประตูหน้าต่างถูกนำมาโปะจนเกินจะรับไหว เลยต้องไปหาที่กู้แห่งใหม่ ไม่เว้นแม้แต่อาบัง ซึ่งคิดดอกเบี้ยโหดสุดๆ
ใครๆ ก็ทักท้วงว่าเสี่ยงเกินแต่ผมไม่ฟัง อาบังคิดดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน ถ้ากู้รายย่อยไม่เกิน 1,000 บาท ก็จะคิดดอกเบี้ยมากกว่าร้อยละ 10 ต่อเดือน มาถึงจุดหนึ่งผมก็ต้องยอมไปกู้กับอาบัง ผมกู้ 1 หมื่นบาท อาบังให้เงินผม 7,000 บาท หักดอกเบี้ย 3 เดือนก่อน พอครบ 3 เดือนผมต้องจ่าย 1 หมื่นบาท แต่ปัญหาเกิดขึ้นตรงที่ผมมีเงินไม่พอ จึงชำระคืนไปแค่ 5,000 บาทก่อน และขอกู้ 5,000 บาทต่อ โดยจ่ายดอกเบี้ยเป็นเงินสด 1,500 บาท พร้อมเขียนเช็คล่วงหน้า 3 เดือน
ปรากฏว่าอาบังไม่ยอม ต้องการเงินต้นทั้งหมด 1 หมื่นบาท ไม่ให้กู้ต่อ ผมบอกว่าทำธุรกิจต้องยืดหยุ่นกันหน่อย อาบังมักขู่ว่าจะเรียกตำรวจมาจับผมบ่อยๆ จนผมบอกว่า “ได้ ไปโรงพักกัน ผมไม่กลัว ผมผิดที่จ่ายเงินไม่ครบ แต่ถ้าไปโรงพัก อย่างมากก็ฝากเงินทั้งหมด 6,500 บาท กับเช็ค 5,000 บาท ให้ตำรวจเก็บไว้ก่อน ตำรวจคงให้คู่กรณีเจรจากันเอง”
ผมตอบไปอย่างฉาดฉานได้เพราะว่าผมรู้จักนายตำรวจ และนายตำรวจท่านนั้นเคยบอกผมเสมอว่า กู้ดอกเบี้ยสูงกว่าร้อยละ 2 ต่อเดือนนั้นผิดกฎหมาย แต่รู้ๆ กันอยู่ว่า ในตลาดเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน ถือว่าดีมาก ต้องเป็นคนรู้จักกันดีจึงจะได้อัตรานั้น ส่วนดอกเบี้ย ร้อยละ 5 ต่อเดือน ก็ถือว่าเป็นอัตราทั่วๆ ไป ถ้ามากกว่านั้นคนปล่อยกู้จะเสี่ยงโดนเบี้ยวหนี้ หากไปแจ้งตำรวจถ้าบอกว่าดอกเบี้ยสูง คนปล่อยกู้ก็อาจถูกจับข้อหาคิดดอกเบี้ยสูงกว่ากฎหมายกำหนด
พอผมพูดว่า “ไปโรงพักกันเลย” พร้อมกับก้าวเดินออกจากร้าน เมียอาบังไม่รู้มาจากมุมไหนรีบวิ่งออกมาบอกว่า “จ่าย 5,000 ก่อน อีก 5,000 บาทไว้จ่ายทีหลังก็ได้”
(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)







