
นายทุนราไวย์โต้กลับ จ่อฟ้องคนปูดโฉนดมิชอบ
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
กว่า 2 สัปดาห์แล้ว หลังเกิดเหตุชาวเลหาดราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ปะทะกับกลุ่มชายฉกรรจ์ของบริษัทเอกชนที่เข้ามาปรับปรุงพื้นที่ตามที่อ้างว่ามีเอกสารสิทธิ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกครั้งนี้จึงถูกหลายฝ่ายจับตา จังหวัดภูเก็ตถึงขั้นตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการได้มาซึ่งเอกสารสิทธิที่ดินดังกล่าว
แต่ช่วงเวลา 2 สัปดาห์ ก็ยังไม่มีความชัดเจน กลุ่มชาวเลเริ่มเคลื่อนไหวให้หน่วยงานรับเร่งแก้ปัญหา โดยส่วนหนึ่งเดินทางขึ้นมายังกรุงเทพมหานคร เข้าร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี กรมที่ดิน ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันในศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ประกาศปักหลักยืดเยื้อไม่ยอมกลับหากหน่วยงานรัฐยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับการได้มาของเอกสารสิทธิที่ดินของเอกชน
อย่างไรก็ตาม กลุ่มเอกชนซึ่งอ้างว่ามีเอกสารสิทธิที่ดินได้ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความเป็นธรรมและรับฟังความจริงอีกด้าน โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 ก.พ. กลุ่มเจ้าของที่ดิน 6 ราย ได้เปิดแถลงข่าวที่โรงแรมภูเก็ต เมอร์ลิน
เสทือน มุขดี เจ้าของที่ดินราไวย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเหมือนเป็นคนบาปที่ถูกลงโทษทางสื่อมวลชนว่ารังแกชาวเล ขอยืนยันว่ามีโฉนดที่ดินชัดเจน มีหลักฐานการครอบครอง และรู้สึกไม่สบายใจการให้ข่าวของบางหน่วยงาน เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และกรรมการสิทธิมนุษยชน ที่มาหาข้อมูลจากชาวเลแล้วไปออกข่าว
"ขอบอกว่าเราอยู่กันมาก่อนชาวเลมาอาศัย ปัจจุบันมีองค์กรบางกลุ่มเข้าไป ทำให้ชาวเลไม่กลัว ทำให้พฤติกรรมชาวเลเปลี่ยนไป เร็วๆ นี้พวกเราจะรวมตัวกันไปยื่นข้อเสนอแก่นายกรัฐมนตรี และยื่นเอกสารเกี่ยวกับปัญหา ข้อเสนอแนะ การแก้ไขเรื่องที่ดินชาวเลแก่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้แปลกใจว่าชาวเลจะมาเป็นเจ้าของที่ดินแทนผู้ที่มีเอกสารสิทธิถือครองหรือ"
เสทือน เสนอให้รัฐบาลซื้อที่ดินของพวกเขาซึ่งชาวเลเข้ามาอาศัยอยู่ เพื่อพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยให้ชาวเลบนพื้นที่ 19 ไร่ โดยใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท
เช่นเดียวกับ กฤติยา เสงี่ยมกุล เจ้าของที่ดินอีกรายหนึ่ง ซึ่งซื้อที่ดินมาจากกรมบังคับคดีเพื่อทำธุรกิจท่องเที่ยว ก็เสนอว่า หากการยอมให้ชาวเลเข้ามาอาศัยในพื้นที่แล้วเกิดปัญหาเช่นนี้ตามมา จึงอยากให้รัฐบาลจัดสรรที่ดินให้ชาวเล พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว
“ตอนนี้เราเป็นจำเลยของสังคม สื่อมวลชนควรมองสองด้านไม่ใช่มองด้านเดียว เราซื้อที่ดินมา เป็นหนี้กับธนาคาร เราให้ชาวเลเข้ามาอาศัยในพื้นที่มาแว้งกัดเราเข้าหลักชาวนากับงูเห่า” กฤติยา กล่าว
ด้าน ชาตรี หมาดสตูล ผู้รับมอบอำนาจ บริษัท บารอน เวิลด์เทรด เจ้าของที่ดินซึ่งเกิดพิพาทปะทะกับชาวเล กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องได้ระงับโครงการพัฒนารีสอร์ท บนพื้นที่ 33 ไร่ไว้ก่อน และเตรียมจะยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกรรมการสิทธิมนุษยชน กรมที่ดิน รวมทั้งหน่วยงานที่กล่าวหาว่าที่ดินของทางบริษัทออกโดยมิชอบ
“ตอนนี้เราร่างเอกสารจะไปชี้แจงแก่ทุกหน่วยงาน ตามที่ชาวเลไปยื่น เช่น ศาลปกครอง ทำเนียบรัฐบาล การออกมาพูดวันนี้เพื่อให้สังคมรับรู้ และจะไปพบนายกรัฐมนตรีเร็วๆ นี้ ทางบริษัทถือกรรมสิทธิ์ถูกต้อง เมื่อมีการกล่าวหาว่าที่ดินออกมิชอบจะมีการยื่นฟ้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนกฎหมาย” ชาตรี กล่าว
ตัวแทนบริษัท บารอนฯ ชี้แจงว่า ก่อนซื้อที่ดินดังกล่าวเนื้อที่ 33 ไร่มาในราคา 1,000 ล้านบาท บริษัทมีการตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหา และก่อนการพัฒนาที่ดินผืนนี้ ก็ได้ยื่นเรื่องไปทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งให้รับรู้ว่าทางบริษัทจะพัฒนาปรับปรุงที่ดินตามขั้นตอนระเบียบต่างๆ ถูกต้อง
ธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังรับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มชาวเลที่เดินทางมายังกระทรวงยุติธรรมว่า ในวันที่ 25 ก.พ.นี้ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม จะลงพื้นที่หาดราไวย์เพื่อตรวจสอบขอเท็จจริงว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เนื่องจากเอกชนก็มีเอกสารสิทธิ โดยกระทรวงยุติธรรมมีหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องที่ดิน ขอให้ดำเนินการถอนเอกสารสิทธิและออกเอกสารสิทธิให้กับชาวเล ซึ่งจะต้องดูว่ายังติดขัดอยู่ตรงไหน
ด้านกลุ่มชาวเลราไวย์ยังคงปักหลักอยู่ด้านหน้าศาลากลางภูเก็ต และเตรียมเข้าร้องเรียนต่อ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาประชุมที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตในวันที่ 12 ก.พ.นี้
บุษยา ใจเปี่ยม ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ในฐานะโฆษกจังหวัด กล่าวว่า จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.ภูเก็ต กำหนดแนวทางแก้ปัญหา 3 ด้านประกอบด้วย 1.ที่ดินจังหวัด เป็นเจ้าภาพประมวลปัญหาเรื่องที่ดิน 2.วัฒนธรรมจังหวัด จัดทำข้อมูลสถานภาพและปัญหา ของชุมชนชาวเลใน จ.ภูเก็ตทั้งหมด เพื่อเตรียมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และ 3.ให้นายอำเภอเมืองภูเก็ตร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจแนวเขตรังวัดสอบเขตที่ดินเกาะสิเหร่ ซึ่งจังหวัดภูเก็ตขออนุญาตใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้ ให้มีความชัดเจน เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ช่วยเหลือและดูแลชาวเลในอนาคตต่อไป







