
บิ๊กแบงอิเหนา
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ [email protected]
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ [email protected]
มื่อวานซืนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โจโก วิโดโด หรือที่ทุกคนเรียกว่า โจโกวี ได้เรียกประชุมด่วนทีมคณะรัฐมนตรี เพื่อเคาะแผนปฏิรูปการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในอินโดนีเซียออกมา
แผนการลงทุนฉบับใหม่นี้ถูกขนานนามว่าเป็น “บิ๊กแบง” เพราะเป็นการเปิดเสรีภาคการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี ในกลุ่มธุรกิจอ่อนไหวที่อินโดนีเซียปกป้องและสงวนให้คนท้องถิ่นมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้จะเริ่มเปิดให้ต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจเหล่านี้ได้แล้ว
ประเภทของธุรกิจที่ว่าก็มีตั้งแต่ร้านอาหารไปจนถึงเกษตรกร ธุรกิจด้านสุขภาพไปจนถึงโรงภาพยนตร์ ซึ่งทางอินโดนีเซียคาดหวังว่าจะสามารถดึงดูดกระแสเงินลงทุนมาได้ ที่จะพ่วงเอาเทคโนโลยีและโนว์ฮาวมาช่วยยกระดับธุรกิจในประเทศด้วย
เรื่องนี้ถือเป็นตัวอย่างความกล้าตัดสินใจที่ดีของโจโกวี เพราะอินโดนีเซียนั้นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการปิดกั้นทางเศรษฐกิจมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้ เรียกว่ามีบัญชีสินค้าและการลงทุนอ่อนไหวยาวเป็นหางว่าว ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะต้องการปกป้องคนท้องถิ่นและเอสเอ็มอีที่ไม่สามารถสู้การทำธุรกิจกับต่างชาติได้
แต่อินโดนีเซียในวันนี้ก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่เลือกได้เหมือนแต่ก่อน เพราะภาคอุตสาหกรรมพลังงานและโภคภัณฑ์ที่เป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศนั้นกำลังซบเซายาว อีกทั้งแรงดึงดูดการลงทุนในฐานะประเทศที่มีพลเมืองมากก็เริ่มถูกท้าทายจากเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ที่เนื้อหอมเพราะความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) และมีภูมิรัฐศาสตร์ที่ได้เปรียบอยู่มาก
ตัวเลขการลงทุนเอฟดีไอของอินโดนีเซียในปีที่แล้ว อาจยังเติบโตดีเกือบ 20% ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่หากปล่อยไปเรื่อยๆ อินโดนีเซียอาจตกอยู่ในกับดักที่ยากต่อการเปลี่ยนแปลงตามมาในภายหลัง เหมือนประเทศเพื่อนบ้านบางราย เช่น ไทย ที่กำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจโตต่ำเป็นปกติ หรือนิวนอร์มอล ในวันนี้ก็เป็นได้







