posttoday
เอกชนหนุนยืมจมูกพม่า....ส่งออกสินค้าไทยผ่านท่าเรือน้ำลึกทวาย

เอกชนหนุนยืมจมูกพม่า....ส่งออกสินค้าไทยผ่านท่าเรือน้ำลึกทวาย

29 กรกฎาคม 2553

8...ปิยรัชต์ จงเจริญ

ท่าเรือน้ำลึกทวายตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพม่า มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นท่าเรือน้ำลึกที่สามารถรองรับเรือสินค้าน้ำหนัก 3 แสนตัน และสามารถเชื่อมโยงตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลางและเอเชียใต้ ผ่านทางมหาสมุทรอินเดียและทะเลอันดามัน โดยจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2553 นี้ คาดจะแล้วเสร็จในปี 2556

สิงห์ ตั้งเจริญชัยชนะ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง บอกว่า หากรัฐบาลไทยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยส่งสินค้าผ่านท่าเรือน้ำลึกทวายของพม่า จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมภาคตะวันตก ประกอบด้วย จ.กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ได้รับประโยชน์จากยุทธศาสตร์ประตูตะวันตก ทำให้เกิดธุรกิจต่อเนื่อง คือ ธุรกิจโลจิสติกส์

โดยประเทศไทยจะเป็นฮับโลจิสติกส์ในการนำเข้าและส่งออก ประการที่สอง คือ อะโกร อินดัสตรี เนื่องจากประเทศไทยได้วางเป้า คือ 1.เป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารป้อนตลาดโลก 2.เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกอาหารได้ 3.ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว และ 4.ประตูตะวันตกจะเป็นการเปิดเส้นทางการค้าแห่งใหม่ของโลก เสมือนปานามาที่เป็นแลนด์บริดจ์

สิงห์ บอกอีกว่า การมีเส้นทางเชื่อมโยงจากไทยไปยังท่าเรือน้ำลึกทวาย จะเป็นทางเลือกของไทยในการขนส่งสินค้าไปยังกลุ่มประเทศเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป ซึ่งจะทำให้ค่าขนส่งสินค้าของไทยในภาพรวมถูกลง เปิดโอกาสให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันกับประเทศต่างๆ ได้มากขึ้น ทั้งนี้สามารถลดระยะเวลาการขนส่งไปประเทศในเอเชียใต้ เหลือระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน นอกจากนี้ไทยจะได้ประโยชน์จากท่าเทียบเรือระนองในการเชื่อมโยงการขนส่งทางชายฝั่งทะเลอันดามันของไทยกับท่าเรือเมืองทวาย และเมืองเมาะลำไยไปยังเมืองจิตตะกองของบังกลาเทศด้วย

ในส่วนแง่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การมีเส้นทางเชื่อมโยงก็ยังจะช่วยส่งเสริมความเข้าใจอันดีต่อกัน มีการพึ่งพาอาศัยกัน และเป็นช่องทางหนึ่งในการ “เปิด” ประเทศพม่าต่อประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะหากมีการก่อสร้างถนนเชื่อมระหว่างเมืองทวาย กับ จ.กาญจนบุรี เสร็จสมบูรณ์แล้ว หากโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ทวายแล้วเสร็จจะสามารถต่อยอดโครงการต่อเนื่องได้อีกหลายโครงการ เช่น นิคมอุตสาหกรรม โรงงานปิโตรเคมี การสร้างถนนและรถไฟเชื่อมต่อกับเมืองทวาย การสร้างท่อก๊าซและน้ำมัน ฯลฯ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในนิคมอุตสาหกรรมในอนาคตได้

“รัฐบาลควรจะสนับสนุนผลักดันโครงการถนนเชื่อมภูมิภาคจากเหนือสู่ใต้ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อเชื่อมการคมนาคมของภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้เข้าด้วยกัน ซึ่งเส้นทางเริ่มจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย มายัง จ.เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ลงไปถึง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยไม่ผ่านกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล เป็นเส้นทางที่วิ่งเลียบชายแดนมาโดยตลอด”

ที่ผ่านมานักธุรกิจไทยและพม่าได้ให้ความสำคัญและศึกษาช่องทางที่จะเข้าไปร่วมลงทุนทำธุรกิจในพม่าอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากสถิติมูลค่าการค้าของไทยในปี 2552 ที่ผ่านมา ไทยถือเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของพม่า มีมูลค่าการค้ารวม 4,326 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังมีมูลค่าการค้าชายแดนระหว่างกันในปี 2552 อยู่ถึง 148,628 ล้านบาท

ดังนั้น หากรัฐบาลเร่งผลักดันโครงการต่างๆ ให้สำเร็จ ก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตอย่างมหาศาล

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล