
กีฬามีแพ้-ชนะ
เป็นเรื่องธรรมดาของกีฬา ที่ย่อมมีผู้แพ้และผู้ชนะควบคู่กันไป
เป็นเรื่องธรรมดาของกีฬา ที่ย่อมมีผู้แพ้และผู้ชนะควบคู่กันไป
ฝ่ายชนะนั้นแม้จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีปรีดา แต่ก็ควรสงวนท่าทีไว้บ้าง ไม่ควรแสดงออกนอกหน้าจนมากเกินเหตุ ต่อหน้าฝ่ายแพ้ที่กำลังผิดหวังเสียใจกับผลที่ออกมา เพราะจะเหมือนกับการเยาะเย้ยถากถางไปโดยปริยาย
ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่มีการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาต่างๆ รวมทั้งทีมงานที่กำลังจะหมดวาระลง ทำให้มีกระแสข่าวมากมายจนเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไป
แน่นอนสมาคมกีฬาใหญ่ๆ ย่อมตกเป็นเป้าสายตา ส่วนสมาคมกีฬาเล็กๆ นั้น บางทีมีการเลือกตั้งจนเปลี่ยนนายกสมาคมฯ ไปแล้ว ยังไม่ค่อยมีใครรู้เลย
ทั้งนี้ ชนิดของกีฬาถือเป็นตัวหลักสำคัญที่ทำให้ต้องคอยติดตามดูการเปลี่ยนแปลงของสมาคมกีฬานั้นๆ ซึ่งกีฬายอดฮิตบ้านเรา อาทิ ฟุตบอล เทนนิส กอล์ฟ มวย ย่อมได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ
บิ๊กสมาคมฯ ย่อมมีหลายคนสนใจและคอยจ้องจะเข้าไปบริหาร เนื่องจากมีสปอนเซอร์หรือผู้ให้การสนับสนุนเพียบตลอด มีผลประโยชน์ตามมามากมาย จนส่งผลให้บางสมาคมฯ ดูแลจัดการแบบไม่ค่อยโปร่งใส ตรวจสอบยาก ซึ่งมักมีข่าวร้องเรียนฟ้องร้องกันเป็นประจำ
บางสมาคมฯ กลุ่มอำนาจเดิมยึดอำนาจเบ็ดเสร็จต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน เรียกว่านั่งบริหารกันจนรากงอกเลยทีเดียว แต่บางสมาคมฯ ที่บรรดาสมาชิกอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ก็อาจมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจไปในที่สุด
เชื่อว่าหลายคนยังพอจำเพลง “กราวกีฬา” ที่มีท่อนสร้อยว่า “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ” กันได้ ซึ่งประพันธ์ขึ้นเมื่อปี 2437 คำร้องโดย “ครูเทพ” เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี หรือนามจริงว่า สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา ส่วนทำนองโดย นารถ ถาวรบุตร
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าเราคงไม่ค่อยจะได้ยินกันแล้วในปัจจุบัน อาจจะเป็นเพราะดูโบราณตกยุคก็เป็นได้ อย่าว่าแต่คนไทยรุ่นหลังๆ ไม่เคยฟังเลย คิดว่าแม้แต่นักกีฬาไทยชื่อดังหลายคนตอนนี้ก็ยังไม่เคยรู้ว่ามีเพลงนี้ด้วยซ้ำไป
หากสามารถเอาเนื้อร้องเดิมที่มีความหมายดีอยู่แล้วมาปรุงแต่งใหม่ในรูปแบบจังหวะให้เข้ากับยุคสมัยขึ้น แล้วนำมาเปิดผ่านสื่อต่างๆ น่าจะมีส่วนช่วยขัดเกลาจิตใจพวกไม่มีน้ำใจนักกีฬากันได้บ้างไม่มากก็น้อย
การบริหารสมาคมกีฬาในแต่ละประเทศ ไม่เพียงมีผลกับในแต่ละชาติเท่านั้น เพราะหากต้องมีการเข้าร่วมแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติ ก็จะมีองค์กรหรือหน่วยงานระดับนานาชาติเข้ามาเกี่ยวข้องดูแลการบริหารของแต่ละประเทศ
สิ่งสำคัญที่สุด คือ ทุกองค์กรกีฬานานาชาติต่างเน้นห้ามเอาการเมืองมาแทรกแซงกีฬาเด็ดขาด มิฉะนั้นจะถูกแบน ห้ามเข้าร่วมชิงชัยกีฬาชนิดนั้นๆ ในระดับนานาชาติทันที
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลการเลือกตั้ง ผู้นำ หรือนายกสมาคมกีฬาใดๆ จะออกมาอย่างไร อยากขอร้องให้ทุกคนยอมรับกับผลที่เกิดขึ้น หากทุกอย่างดำเนินการมาโดยถูกต้อง แต่ถ้าไม่ชอบมาพากล ก็สามารถร้องเรียนได้ตามกติกา
อย่าทำแบบตีรวนข้างๆ คูๆ เหมือนไม่ยอมรับคำตัดสินท่ามกลางคนกลางที่เป็นสักขีพยาน ทำตัวเหมือนเลือกตั้งแพ้ คนไม่แพ้ซึ่งแย่มาก ไร้สปิริตสิ้นดี ทั้งที่เป็นคนในวงการกีฬาแท้ๆ
ฝ่ายชนะขอให้มุ่งมั่นพัฒนาวงการกีฬาไทยอย่างแท้จริง ทำงานด้วยความโปร่งใส สมกับที่ได้รับความไว้วางใจ ส่วนฝ่ายแพ้ก็ควรยอมรับความพ่ายแพ้แบบนักกีฬาที่ดี เพราะหากระดับผู้บริหารยังไร้สปิริต วงการกีฬาไทยจะเจริญก้าวหน้าได้อย่างไร







