posttoday
โลกปั่นป่วนหนักขึ้น หลบภัยกองทุนอสังหาฯ

โลกปั่นป่วนหนักขึ้น หลบภัยกองทุนอสังหาฯ

12 กุมภาพันธ์ 2559

ตลาดเงิน ตลาดทุน และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์กำลังเผชิญ ”ภาวะวิปริต” เห็นได้จากราคาเหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

โดย...แน่งน้อย ชัยรัตนมโนกร

ตลาดเงิน ตลาดทุน และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์กำลังเผชิญ ”ภาวะวิปริต” เห็นได้จากราคาเหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แถมนักลงทุนยัง “มึน” กับนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางประเทศสำคัญที่ออกมาไม่หยุดสักที

ดูเหมือนว่าต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้กันเลย เพื่อต้องการเอาตัวรอดในสถานการณ์ “โลกตกอยู่ในภาวะเสี่ยงสูง” ท่ามกลางเศรษฐกิจเติบโตลดน้อยลงตามบรรทัดฐานใหม่ หรือนิวนอร์มอลในช่วงของการเปลี่ยนผ่านนโยบายของแต่ละประเทศ 

ตอนนี้ “ความกลัว” มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน โดยเฉพาะความตกต่ำของเศรษฐกิจจีน ความเสี่ยง “ฟองสบู่แตก” และราคาน้ำมันที่ร่วงลงมา
ไม่หยุด จะสร้างปัญหาใหญ่ลุกลามเข้าสู่ระบบสถาบันการเงิน โดยเฉพาะผู้ปล่อยกู้ธุรกิจพลังงานหรือไม่ รวมถึงความอ่อนแอของประเทศที่ส่งออกน้ำมัน หลังจากเวเนซุเอลาชิงประกาศภาวะฉุกเฉินเศรษฐกิจไปเรียบร้อยแล้ว

และที่สำคัญกระสุนที่ธนาคารกลางต่างๆ ยิงออกมาไม่หยุด ดูเหมือนว่าจะ “ด้าน” กระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อไม่ได้ตามเป้าหมายที่หวังไว้สักที

จึงไม่แปลกใจที่เห็นธนาคารกลางจีนออกแรงอัดฉีดเงินเข้าระบบถี่ขึ้น  หลังจากเดือน ม.ค. ทุ่มเงินเข้าไปแล้วทั้งสิ้น 10 ล้านล้านบาท ทั้งผ่อนคลายการสำรองของธนาคารพาณิชย์และลดค่าเงินหยวนไปแล้ว แต่อาการยังน่ากังวลอีกต่อไป

ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) อยู่เฉยไม่ได้เสียแล้ว จู่ๆ ก็ตัดสินใจใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ 0.1% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ดัชนีนิกเกอิเด้งขึ้นและค่าเงินเยนอ่อนตัวลงทันที แต่ก็ดีใจได้เพียงไม่กี่วัน ดัชนีนิกเกอิกลับหลังหันร่วงลงแรงและเงินเยนแข็งค่าไม่หยุด จึงต้องจับตาว่าบีโอเจจะต้องกดดอกเบี้ยติดลบมากขึ้นอีกเมื่อไร

ฝั่งยุโรปธนาคารกลางอีซีบี ก็ประกาศก้องโลกว่าจะผ่อนคลายนโยบายการเงินลงไปอีก แม้ว่าได้ใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบจาก 0.2% เป็น 0.3% แล้วก็ตาม  ตอนนี้เริ่มมีกลิ่นที่ไม่สู้ดี ลามลึกไปถึงธนาคารพาณิชย์ ราคาหุ้น “ดอยช์แบงก์” ร่วงหลายวันจนต้องประกาศโครงการรับซื้อหุ้นคืนเพื่อพยุงสถานการณ์เอาไว้

สำหรับสหรัฐอเมริกา ธนาคารกลางหรือเฟด ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา และประกาศก้องโลกว่าในปี 2559 จะปรับขึ้นอีก 4 ครั้ง แต่เมื่อมองซ้ายและมองขวาแล้วเห็นว่าโลกใบนี้กำลังจะไม่ปลอดภัย ถึงเวลาถอยก็ต้องยอมถอย ล่าสุด “เจเน็ต เยลเลน” ประธานเฟดส่งสัญญาณชัดเจนเรื่องชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือน มี.ค.

ในเมื่อโลกป่วยหนักและทรุดลงไปเรื่อยๆ แถมยังดื้อยาอีก ขณะที่สุขภาพของไทยไม่แข็งแรง หน้าตาก็ไม่ดี  เชื่อว่าเม็ดเงินต่างประเทศคงจะไม่ไหลบ่าเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย  และราคาน้ำมันยังคงร่วงลงแรงจนใกล้เข้าสู่เป้าหมายแรก 25 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และโกลด์แมน แซคส์ ยืนยันตัวเลข 20 เหรียญสหรัฐ เห็นแน่นอนในปีนี้

นักลงทุนจึงทิ้งตลาดหุ้นและหันเข้าไปพักเงินในตลาดตราสารหนี้ รวมถึงทองคำที่ถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย  เช่นเดียวกันกับนักลงทุนไทยก็ควรจะหาแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย ซึ่งกูรูทั้งหลายชักชวนให้เข้าไปลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ที่ให้ผลตอบแทนสูงทีเดียว บางกองให้มากกว่า 10%

ตอนนี้ต้องหยุดเสี่ยง! และยังไม่ถึงเวลาซื้อสะสมหุ้น เพราะเชื่อว่าโลกยังต้องใช้เวลาในการรักษาและพักฟื้นอีกหลายปี ปัญหาที่ปะทุและลุกลามครั้งนี้เกิดจากโครงสร้างราคาที่บิดเบือนจนผิดธรรมชาติ ถึงเวลาแล้วต้องมีการจัดสรรทรัพยากรกันใหม่!!

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ