
มหาเถรฯเมินพระลิขิต
มหาเถรสมาคมอุ้ม “ธัมมชโย” มีมติไม่ต้องอาบัติปาราชิก อ้างพิจารณาพระลิขิตสังฆราชแล้ว แต่คดียุติเพราะไม่มีใครยื่นฟ้อง
มหาเถรสมาคมอุ้ม “ธัมมชโย” มีมติไม่ต้องอาบัติปาราชิก อ้างพิจารณาพระลิขิตสังฆราชแล้ว แต่คดียุติเพราะไม่มีใครยื่นฟ้อง
ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ที่มี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วงวรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน ได้พิจารณากรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหนังสือสอบถามเรื่องพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่ต้องอาบัติปาราชิกจากคดียักยอกเงินและที่ดินตามพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชเมื่อปี 2542
ภายหลังการประชุม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้แจ้งว่า ที่ประชุม มส.ได้มีมติเรื่องดังกล่าวว่า พระธัมมชโย ไม่ต้องอาบัติปาราชิก เนื่องจาก คดียักยอกเงินและที่ดินตามพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชนั้น เรื่องได้ยุติที่ศาลชั้นต้นของสงฆ์แล้ว รวมทั้งไม่มีการยื่นอุทธรณ์
นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการ พศ. กล่าวว่า ที่ประชุม มส.ได้เห็นชอบร่างหนังสือที่เตรียมชี้แจงดีเอสไอในกรณีดังกล่าว โดยจะส่งไปไม่เกินวันที่ 12 ก.พ.นี้ เนื้อหาระบุว่า พศ.และ มส.ได้ตอบสนองต่อพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช กรณีพระธัมมชโยอย่างเต็มที่ โดยในช่วงปี 2542-2544 มส.ได้หารือในเรื่องนี้นับร้อยครั้ง
ทั้งนี้ การดำเนินคดีทางสงฆ์ ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ หากเปรียบในคดีทางโลกจะเริ่มต้นจากศาลชั้นต้น โดยมีเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี รองเจ้าคณะภาค และเจ้าคณะภาค ร่วมกันพิจารณา ซึ่งในช่วงปี 2542 ที่มีการยื่นฟ้องคดีทางสงฆ์กล่าวหาพระธัมมชโยนั้น คณะพิจารณาของศาลชั้นต้นทางสงฆ์ไม่รับคำร้องของผู้ยื่นฟ้องคดี เนื่องจากคำร้องไม่สมบูรณ์และศาลชั้นต้นทางสงฆ์ได้เปิดโอกาสให้อุทธรณ์ภายใน 30 วัน แต่ผู้ยื่นฟ้องคดีไม่มายื่นอุทธรณ์และได้ถอนฟ้องไป1 คน ทำให้การพิจารณาคดีในทางสงฆ์ต้องยุติลง
นายชยพล กล่าวว่า เมื่อคดียุติลงจึงไม่มีการพิจารณาไปถึงกระบวนการที่ชี้ชัดว่า พระธัมมชโย อาบัติปาราชิก หรือไม่ ดังนั้นคดีทางสงฆ์จึงไปไม่ถึงการพิจารณาในขั้นเจ้าคณะใหญ่หนกลาง และมหาเถรสมาคม ในส่วนของผู้ยื่นฟ้องคดีทางสงฆ์ได้ยื่นฟ้องคดีทางโลกไปพร้อมกันด้วย แต่ต่อมาผู้ร้องได้ขอถอนฟ้อง ส่งผลให้คดีสิ้นสุดลง
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า การตรวจสอบรถเบนซ์จดประกอบทะเบียน ขม 99 กทม. ที่มีชื่อของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้ครอบครอง มีความคืบหน้าเกือบเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะชี้แจงได้ในวันที่ 18 ก.พ.นี้







